นายวิโรจน์ สมศรี (คุณเทน) เกษตรกรจาก อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา ผู้เชี่ยวชาญด้านการ เลี้ยงแมงมัน ล่อผึ้งโพรงป่า และเลี้ยงไก่ไข่สายพันธุ์ต่างประเทศ ร่วมพูดคุยถึงเทคนิค การเลี้ยงแมงมัน เป็นอาชีพเสริมที่ช่วยสร้างรายได้ ด้วยข้อดีที่ เลี้ยงง่าย กินน้อย ใช้พื้นที่ไม่มาก เหมาะสำหรับ เลี้ยงในสวน หรือบริเวณหลังบ้าน เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่สนใจทำเกษตรแบบประหยัดพื้นที่และต้นทุนต่ำ
จุดเริ่มต้นในการเลี้ยงแมงมัน


คุณเทนมีความชอบแมงมันมาตั้งแต่เด็ก เนื่องจากในตอนเด็กชื่นชอบการเก็บแมงมันมาก ซึ้งแมงมันจะออกในช่วง 4 โมงเย็น ไปนถึงเวลา 2 ทุ่ม โดยจะใช้ไฟฉายส่องเก็บแมงมันตามทุ่งนากับผู้ใหญ่ จึงมีความคิดว่า ซักวันหนึ่งต้องสามารถเพาะแมงมันให้ได้ ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจ จึงได้เริ่มศึกษาวิธีการเพาะแมงมันในอินเตอร์เนตและเริ่มทดลองเลี้ยงเมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว โดยการนำแม่พันธุ์แมงมันใส่แก้วพลาสติกและนำไปทดลองฝังในดินบริเวณข้างบ้านตามจุดต่าง ๆ ซึ่งในปีแรกที่ได้เริ่มทดลองเลี้ยงยังไม่ประสบความสำเร็จ และแมงมันจะสามารถเพาะได้ครั้งเดียวต่อปี หากหมดฤดูแล้วจะไม่สามารถเพาะได้อีกต้องรอปีต่อไป จึงเริ่มประสบผลสำเร็จในปีที่สอง หลังจากที่เพาะแมงมันและเริ่มประสบความสำเร็จจึงเริ่มขยายพันธุ์แมงมันเพิ่ม สร้างอาชีพสร้างรายได้ในปัจจุบัน
แมงมันในธรรมชาติมีประโยชน์อะไรบ้างในระบบนิเวศ


แมงมัน จัดเป็นแมลงที่อยู่ในกลุ่มเดียวกับมดและมีบทบาทสำคัญในการควบคุมแมลงศัตรูพืชใต้ดิน เช่น ปลวก ไส้เดือน และแมลงขนาดเล็กอื่น ๆ โดยธรรมชาติแล้ว แมงมันเป็นแมลงนักล่าและสามารถกินได้แทบทุกอย่างที่เป็นสิ่งมีชีวิต
คุณเทน ได้ทดลองให้อาหารหลากหลายชนิด เช่น ไส้กรอก หมูทอด และขนมเค้ก พบว่า แมงมันสามารถกินได้แทบทุกอย่าง แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมการกินที่หลากหลาย
แมงมันเป็น อาหารยอดนิยมในภาคเหนือ ซึ่งหายากและมีราคาสูง โดยเฉพาะ ตัวแมงมัน ที่นิยมนำไปทอด และ ไข่แมงมัน ที่นำมาปรุงเป็นเมนูสุดพิเศษ สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านในช่วงฤดูกาลที่แมงมันออกได้เป็นอย่างดี
เทคนิคการเพาะเลี้ยงแมงมันให้ได้ผลผลิตดี


คุณเทน เพาะเลี้ยงแมงมันในพื้นที่ประมาณ 2 งาน โดยกระจายจุดเพาะเลี้ยงทั่วบริเวณบ้าน และมีแผนขยายพื้นที่เพิ่มในอนาคต การเลี้ยงแมงมันเริ่มจากการนำแม่พันธุ์แมงมันมาลงเลี้ยงปีละประมาณ 40 แก้ว แต่ละหลุมใช้ 1 แก้วต่อจุด พร้อมให้อาหารอย่างสม่ำเสมอ เช่น ปลาทอด หมูทอด
กระบวนการเพาะเลี้ยงแมงมัน
ช่วงเก็บแม่พันธุ์
- แม่พันธุ์แมงมันสามารถหาได้ในช่วง เดือนเมษายน-พฤษภาคม
- แมงมันจะบินออกจากรังมาตอมหลอดไฟและผสมพันธุ์
- แมงมันตัวผู้มีขนาดเล็กกว่าตัวเมีย และหลังผสมพันธุ์ ปีกของตัวเมีย (นางพญา) จะหลุด
- นำตัวนางพญามาเพาะเลี้ยงใน แก้วกาแฟ
กระบวนการเพาะเลี้ยง
- หลังจาก 2 เดือนแรก นางพญาแมงมันจะเริ่มวางไข่
- ประมาณ 2 เดือนครึ่ง ไข่จะฟักเป็น มดงานตัวเล็ก ๆ
- เมื่อมดงานเริ่มเยอะขึ้น ให้วางอาหาร เช่น หมูทอด ไว้บนแก้ว เพื่อให้มดงานนำไปเลี้ยงตัวนางพญา
- ขุดหลุมเลี้ยงแมงมันลึกประมาณ 30 เซนติเมตร ในพื้นที่ดินดอน น้ำไม่ท่วมขัง
- หากสามารถเพาะเลี้ยงใกล้จอมปลวก จะยิ่งดีเพราะ ดินแน่นและแมงมันสามารถกินปลวกเป็นอาหาร
โดยใช้เวลาประมาณ 2 ปี ก็สามารถเก็บผลผลิตแมงมันได้ พร้อมต่อยอดสร้างรายได้
ปัญหาและอุปสรรคในการเลี้ยงแมงมัน


แม้ว่าการเลี้ยงแมงมันจะเป็นอาชีพเสริมที่น่าสนใจ แต่ก็มีปัญหาหลายอย่างที่ต้องระวัง โดยเฉพาะปัญหาน้ำท่วมรัง ซึ่งอาจทำให้แมงมันตายได้ นอกจากนี้ ไรดิน ยังเป็นอีกหนึ่งอุปสรรคสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการเพาะเลี้ยง
ปัญหาไรดิน
- ไรดินเป็นศัตรูสำคัญที่คอยกัดกิน มดงาน ตัวอ่อน และแม้แต่ตัวนางพญา ทำให้การเพาะเลี้ยงแมงมันได้รับความเสียหายอย่างมาก
- ปัญหาไรดินมักเริ่มระบาดตั้งแต่ช่วงที่ เพาะพันธุ์ในแก้วกาแฟ และอาจส่งผลต่ออัตราการรอดของแมงมัน
แนวทางแก้ไข
- หากนำแมงมันลงดิน อัตราการรอดจะสูงขึ้น เนื่องจากแมงมันมีกลไกตามธรรมชาติที่ช่วยปกป้องตัวเองจากไรดิน
- ควรเลือกพื้นที่เพาะเลี้ยงที่ ดินแน่น ไม่ชื้นแฉะ และห่างจากแหล่งน้ำท่วมขัง เพื่อลดปัญหาการแพร่ระบาดของไรดิน
ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเก็บแมงมัน


แมงมันจะเริ่มออกมาให้จับตั้งแต่ เดือนเมษายนเป็นต้นไป โดยเฉพาะเมื่อมีฝนตกลงมา แมงมันจะออกมาหากิน ทำให้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเก็บ วิธีการเก็บแมงมันจะใช้ไฟฉายส่องตามรูแมงมัน แล้วนั่งจับทีละตัว หรือ ใช้หลอดไฟล่อแมงมันจะบินมาตอมแสงไฟ สามารถเก็บได้ง่ายขึ้น โดยอายุของรังแมงมัน 1 รัง สามารถเก็บผลผลิตได้นานถึง 5 ปี เมื่อ นางพญาตาย จำนวนมดงานจะลดลง จึงต้อง เริ่มเพาะนางพญาตัวใหม่ เพื่อให้สามารถเก็บผลผลิตได้ต่อเนื่องทุกปี
แนวโน้มและโอกาสของตลาดแมงมัน


หากมองในเชิงธุรกิจ ตลาดแมงมันยังมีโอกาสเติบโตได้อีกไกล เนื่องจากความต้องการบริโภคเพิ่มขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในภาคเหนือที่แมงมันเป็นอาหารยอดนิยม และปัจจุบันปริมาณแมงมันในธรรมชาติเริ่มลดน้อยลงจากการขุดหาไข่แมงมันเพื่อบริโภคส่งผลให้ จำนวนแมงมันลดลง หากขุดกินไข่แมงมันรังจะล่มและแมงมันตายยกรัง รวมถึงสภาพอากาศที่ร้อนขึ้น ก็มีผลให้ปริมาณแมงมันในธรรมชาติลดลง
หากสามารถ เพาะเลี้ยงแมงมันเองได้ จะช่วยให้มีผลผลิตอย่างต่อเนื่อง เกษตรกรสามารถ เก็บผลผลิตได้ทุกปี โดยไม่ต้องพึ่งพาการหาตามธรรมชาติ เป็นช่องทางสร้างรายได้ใหม่ ให้กับเกษตรกรที่ต้องการทำการเกษตรแบบยั่งยืน และตลาดแมงมันยังมีโอกาสเติบโตสูง และการเพาะเลี้ยงเองจะช่วยให้สามารถรองรับความต้องการได้มากขึ้น
การเตรียมตัวสำหรับการเลี้ยงแมงมัน


หากสนใจเพาะเลี้ยงแมงมัน สามารถเริ่มต้นได้โดยทำตามขั้นตอนดังนี้
- การหาแม่พันธุ์แมงมัน ช่วงที่เหมาะสมในการหาแม่พันธุ์คือ เดือนเมษายน-พฤษภาคม โดยสังเกตบริเวณ ใต้หลอดไฟ ในช่วงกลางคืน เพราะแมงมันจะบินมาตอมแสงและเก็บตัวนางพญา ที่ผสมพันธุ์เรียบร้อยแล้วใส่ แก้วพลาสติก เพื่อนำมาเพาะ
- การเตรียมดินและพื้นที่เลี้ยง โดยใช้ดินร่วนทั่วไปในการเพาะเลี้ยงแมงมัน และเมื่อแมงมันออกไข่เจนมีมดงานในปริมาณที่ต้องการแล้ว ค่อยย้ายไปขุดหลุม ให้แมงมันอาศัย โดยเลือกทำเลที่ดี เช่น ใต้กอไผ่ หรือใกล้จอมปลวกเพราะมีอาหารอุดมสมบูรณ์
- การให้อาหารและน้ำ ควรฝัง เศษอาหาร เช่น หมูทอด หรือปลาทอด ลงดินลึกประมาณ 30 เซนติเมตร และต้องมี แหล่งน้ำใกล้เคียง เช่น บ่อหรือสระ เพื่อให้แมงมันได้ดื่มน้ำเหมือนปลวก
รสชาติของแมงมันเป็นอย่างไร?


แมงมันตัวเมีย เป็นแมงมันที่คนส่วนใหญ่นิยมรับประทานมากที่สุด เพราะมีเนื้อสัมผัสกรอบ หอม และรสชาติอร่อย กว่าแมงมันตัวผู้ วิธีการนำไปประกอบอาหารนิยมทอดกรอบ เพื่อให้ได้รสชาติที่เข้มข้น และอีกเมนูยอดนิยมคือ น้ำพริกแมงมัน ซึ่งเป็นอาหารพื้นบ้านของชาวภาคเหนือ โดยแมงมันมีแนวโน้มที่จะได้รับความนิยมมากขึ้นในหลายภูมิภาค โดยเฉพาะในภาคอีสานนิยมบริโภคไข่มดแดงที่มีลักษณะคล้ายกันกับไข่แมงมัน ซึ่งได้รับการยกย่องว่ามีรสชาติมันและอร่อยกว่าไข่มดแดงทำให้มีราคาสูง โดยเฉพาะช่วงต้นฤดูกาลที่อาจขายได้หลายพันบาทต่อกิโลกรัม
นอกจากเลี้ยงแมงมันแล้วได้ทำเกษตรอะไรอีกบ้าง ?


คุณเท็นได้เลี้ยงไก่ไข่ 3 สายพันธุ์เป็นอาชีพเสริม โดยจำหย่ายตั้งแต่ลูกไก่จนถึงพ่อแม่พันธุ์ ทำเป็นเกษตรหมุนเวียน ซึ่งการเลี้ยงไก่จะทำให้ได้มูลไก่ไปเป็นปุ๋ยบำรุงผัก และนอกจากนั้นยังทำอาชีพล่อผึ้งโพรงป่า โดยการล่อผึ้งโพรงจะล่อตามสวนลำใย ตามชายป่า เพื่อให้ผึ้งเข้ามาอยู่ในกล่อง และสามารถเก็บน้ำผึ้งในช่วงเดือนเมษายนหรือเดือน 5 ซึ่งเป็นช่วงที่นิยมเก็บน้ำผึ้งที่มีคุณภาพ หลังจะเก็บน้ำผึ้งแล้วจะเริ่มเพาะแมงมันต่อ ทำให้เกิดอาชีพหมุนเวียน สร้างรายได้ได้ตลอดทั้งปี
หากสนใจเทคนิคการเลี้ยงแมงมันจากคุณเทนสามารถิดต่อได้ที่
Facebook : ทิมเทน น้ำผึ้งโพรงป่า
โทร : 080-5725577
………………………………………
เกษตรสัญจร สื่อเกษตรยุคใหม่ แหล่งข้อมูลสาระที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง
รวมเรื่องเด็ด เกษตรกูรู ศูนย์รวมความรู้และเทคนิคการทำเกษตร
ติดตามเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับเกษตรเพิ่มเติมได้ที่ :
𝗙𝗮𝗰𝗲𝗯𝗼𝗼𝗸: เกษตรสัญจร
𝗬𝗼𝘂𝗧𝘂𝗯𝗲: youtube.com/c/Kasetsanjorn
𝗧𝗶𝗸𝗧𝗼𝗸: tiktok.com/@kasetsanjorn
𝗦𝗵𝗼𝗽𝗲𝗲: shopee.co.th/kasetsanjorn
𝗟𝗜𝗡𝗘 𝗢𝗳𝗳𝗶𝗰𝗶𝗮𝗹: @kasetsanjorn
𝗕𝗹𝗼𝗰𝗸𝗱𝗶𝘁: blockdit.com/kasetsanjorn/
𝗧𝘄𝗶𝘁𝘁𝗲𝗿: twitter.com/kasetsanjorn/
𝗪𝗲𝗯𝘀𝗶𝘁𝗲: kasetsanjorn.com







