• หน้าหลัก
  • ร้านค้า
  • เข้าสู่ระบบเรียนออนไลน์
  • หลักสูตรอบรม
  • เกี่ยวกับเรา
  • เงื่อนไขและนโยบายข้อมูลส่วนบุคลล (PDPA)
เกษตรสัญจร - Kasetsanjorn
ADVERTISEMENT
  • หน้าหลัก
  • ข่าวเกษตร
  • บทความ
    • เกษตรเคล็ดลับ
    • สมาร์ทฟาร์ม
    • เกษตรกูรู
    • พืชเศรษฐกิจใหม่
    • เกษตรกรหญิง
  • ร้านค้า
  • หลักสูตรอบรม
  • เข้าสู่ระบบเรียนออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • Contact Us
    • เงื่อนไขและนโยบายข้อมูลส่วนบุคลล (PDPA)
No Result
View All Result
  • หน้าหลัก
  • ข่าวเกษตร
  • บทความ
    • เกษตรเคล็ดลับ
    • สมาร์ทฟาร์ม
    • เกษตรกูรู
    • พืชเศรษฐกิจใหม่
    • เกษตรกรหญิง
  • ร้านค้า
  • หลักสูตรอบรม
  • เข้าสู่ระบบเรียนออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • Contact Us
    • เงื่อนไขและนโยบายข้อมูลส่วนบุคลล (PDPA)
No Result
View All Result
เกษตรสัญจร
No Result
View All Result
Home บทความ

“ดินเป็นกรด” รีบปรับก่อนสาย ทุเรียนโทรมไม่รู้ตัว 

เกษตรสัญจรออนไลน์ by เกษตรสัญจรออนไลน์
มิถุนายน 3, 2026
in บทความ, เกษตรกูรู, เกษตรเคล็ดลับ
0
“ดินเป็นกรด”  รีบปรับก่อนสาย ทุเรียนโทรมไม่รู้ตัว 
0
SHARES
15
VIEWS
Share on FacebookShare on TwitterShare on LINE
ADVERTISEMENT

 

ดินเป็นกรดในสวนทุเรียน แก้อย่างไร? วิธีตรวจค่า pH ดินและปรับดินก่อนทุเรียนโทรม

        ช่วงนี้สวนทุเรียนหลายๆ สวนในภาคตะวันออก โดยเฉพาะสวนทุเรียนจันทบุรี ตราด เก็บเกี่ยวผลผลิตกันเสร็จแล้ว และกำลังเข้าสู่ช่วงฟื้นต้นทำใบ หลายสวนอาจมุ่งไปที่การเร่งใส่ปุ๋ยบำรุงเพื่อให้ทุเรียนแตกใบอ่อนเร็วๆ แต่รู้ไหมว่ายังมีอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นก็คือการปรับค่า pH ในดิน เพราะถ้าดินเป็นกรดก็มีความเสี่ยงที่ทุเรียนจะยืนต้นตาย

        โดยทั่วไปค่า pH ในดินที่เหมาะสมกับต้นทุเรียนจะอยู่ที่ 5.5 – 6.5 ซึ่งเป็นช่วงที่รากสามารถดูดซึมธาตุอาหารได้ดีที่สุด แต่ถ้าค่าน้อยกว่านั้นแสดงว่าดินเป็นกรด สาเหตุอาจมาจากการใช้ปุ๋ยเคมีเป็นเวลานาน การใช้ยาฆ่าหญ้า หรือแม้แต่ในช่วงที่ฝนตกชุก เกิดน้ำท่วมขัง ก็ทำให้ดินเป็นกรดได้

       เมื่อดินเป็นกรด ธาตุอาหารจะถูกล็อค ยิ่งเราใส่ปุ๋ยเพิ่ม เหล็กและอลูมิเนียมที่มีอยู่มากในดินกรดจะจับตัวกับฟอตเฟส ทำให้ทุเรียนดูดขึ้นไปใช้ได้ไม่เต็มที่ ส่งผลให้ขาดธาตุอาหาร อีกทั้งดินกรดยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์และแพร่ระบาดของ “ไฟทอปธอร่า” เชื้อราตัวร้ายที่เป็นต้นเหตุของโรครากเน่าโคนเน่าด้วย

       ชัยพฤกษ์ อโกรเทค ในฐานะผู้ให้คำปรึกษาด้านปุ๋ยยาทุเรียน การจัดการธาตุอาหาร และการดูแลสวนทุเรียนในจันทบุรีและภาคตะวันออก แนะนำว่า ก่อนเร่งใส่ปุ๋ยหลังเก็บเกี่ยว เกษตรกรควรเริ่มจากการตรวจดิน โดยเฉพาะค่า pH เพราะ “ดินที่เหมาะสม” คือพื้นฐานของรากที่แข็งแรง และรากที่แข็งแรงคือจุดเริ่มต้นของต้นทุเรียนที่ฟื้นตัวได้ดี

 

ตรวจค่า pH ในดิน รู้ก่อน ปรับได้ก่อน

       ปัจจุบันเราสามารถตรวจหาค่า pH ในดินได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับความสะดวกและงบประมาณของแต่ละสวน มีตั้งแต่กระดาษลิตมัส (Litmus test) ชุดตรวจสอบดิน (pH test kit) ไปจนถึงเครื่องมือดิจิทัลที่มีความแม่นยำมากขึ้นอย่าง pH meter

       เมื่อตรวจค่า pH ในดินแล้วพบว่าค่าต่ำกว่า 5.5 นั่นหมายความว่าดินเป็นกรด ขั้นตอนต่อไปคือการเตรียมสารเพื่อใช้ปรับสภาพดิน

 

เปลี่ยนดินเป็นกรดให้เป็นกลาง

       การปรับดินกรดให้เป็นกลาง ทำได้โดยการเติมสารที่มีฤทธิ์เป็นด่างเพื่อปรับค่า pH ให้สมดุล ปัจจุบันมีสารปรับปรุงสภาพดินให้เลือกใช้หลายประเภท ซึ่งแต่ละประเภทมีข้อดีและข้อเสียต่างกัน

1. ปูนมาร์ล ส่วนประกอบหลักคือแคลเซียมคาร์บอเนต เป็นปูนที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ข้อดีคืออ่อนโยนต่อรากของทุเรียน แต่เนื่องจากละลายน้ำได้ช้า จึงทำให้ปรับค่า pH ได้ช้าด้วย เหมาะกับการปรับปรุงสภาพดินในระยะยาว

2. ปูนโดโลไมท์ มีแคลเซียมคาร์บอเนตและแมกนีเซียมคาร์บอเนตเป็นส่วนประกอบ ข้อดีคือ เมื่อใส่ปูนชนิดนี้ ทุเรียนจะได้รับทั้งแคลเซียมและแมกนีเซียม ความเร็วในการปรับค่า pH อยู่ในระดับปานกลาง ดีต่อการบำรุงดิน

3. ปูนขาว เกิดจากการนำปูนมาร์ลมาเผาได้เป็นแคลเซียมออกไซด์ ปูนชนิดนี้มีฤทธิ์เป็นด่างสูง ปรับค่า pH ได้เร็ว เมื่อเจอกับน้ำจะกลายเป็นแคลเซียมไฮดรอกไซด์ที่มีความเป็นด่างรุนแรงยิ่งขึ้น จึงควรใช้ด้วยความระมัดระวัง เพราะมีความร้อนต่อรากของทุเรียน และอาจทำให้ดินแข็งได้หากใช้ต่อเนื่องโดยไม่เติมอินทรีย์วัตถุ

4. ขี้เถ้าแกลบ เกิดจากการนำแกลบดิบมาเผา มีโพแทสเซียม ปรับค่า pH ได้เร็วเพราะมีความเป็นด่างค่อนข้างสูง แต่ต้องระวังเกลือตกค้างในดิน เพราะขี้เถ้าแกลบมีส่วนประกอบของโซเดียม

 

 

เลือกใช้แบบไหน? ใช้เท่าไหร่ดี?

       เนื่องจากสารปรับสภาพดินแต่ละประเภทมีความเร็วในการปรับค่า pH ต่างกัน การเลือกใช้จึงขึ้นอยู่กับค่า pH ในดินของแต่ละสวน หากดินเป็นกรดมาก อาจเลือกใช้สารที่มีค่าความเป็นด่างมาก เช่น ปูนขาวหรือขี้เถ้าแกลบ แต่ต้องอย่าลืมว่า ยิ่งสารนั้นปรับค่า pH ได้เร็วมากเท่าไหร่ ยิ่งต้องใช้ด้วยความระมัดระวังมากเท่านั้น เพราะหากใส่มากเกินไปอาจก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี

       โดยทั่วไปจึงแนะนำให้ใช้ “ปูนโดโลไมท์” แม้ว่าจะปรับค่า pH ได้ช้ากว่าปูนขาว เพราะมีค่าความเป็นด่างน้อยกว่า แต่ปลอดภัยกับรากของทุเรียนมากกว่า อีกทั้งการค่อยๆ ปรับนั้น จะช่วยบำรุงดินได้ดีในระยะยาว แถมยังได้แมกนีเซียมที่จำเป็นต่อการสังเคราะห์แสงของทุเรียนด้วย อัตราการใช้ที่แนะนำอยู่ที่ 3 – 5 กก./ต้น/ครั้ง ขึ้นอยู่กับขนาดของต้น โดยหว่านให้ทั่วบริเวณใต้ทรงพุ่ม ควรใส่ปีละ 2 ครั้ง และทิ้งระยะห่างจากการใส่ปุ๋ยเคมี 30 วัน  

       ปัจจุบันมีการพัฒนาให้สารปรับปรุงสภาพดินใช้งานได้สะดวกขึ้น โดยการนำสารหลายๆ ชนิด อย่าง ปูนมาร์ล ปูนโดโลไมท์ และยิปซั่ม มา “อัดรวมกันเป็นเม็ด” ช่วยให้หว่านได้ง่าย ไม่เป็นฝุ่นฟุ้งกระจาย ละลายน้ำได้ดี รวมถึงสามารถใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมีได้ ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาทิ้งช่วงจากการใส่ปุ๋ยบำรุงต้น โดยอัตราการใช้จะอยู่ที่ 2 – 3 กก./ต้น/ครั้ง ขึ้นอยู่กับขนาดของทรงพุ่ม และควรใส่ปีละ 2 ครั้ง

       นอกจากจะปรับดินกรดให้สมดุลด้วยสารประเภทปูนแล้ว ยังควรใส่ปุ๋ยอินทรีย์ เช่น ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก เพื่อช่วยปรับโครงสร้างของดินด้วย เพราะปุ๋ยอินทรีย์จะช่วยให้ดินโปร่งและร่วนซุย ทำให้รากทุเรียนชอนไชหาอาหารได้ดีขึ้น

 

 

ดินเป็นกรดเกิดได้ตลอดเวลา หมั่นตรวจค่าดินทุกปี

       เนื่องจากค่า pH ในดินมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทั้งจากการใส่ปุ๋ยเคมี ใช้ยา รวมถึงสภาพอากาศ ดังนั้นควรหมั่นตรวจค่าความเป็นกรดของดินอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อปรับค่าดินให้เหมาะสมแก่การเจริญเติบโตของทุเรียน เมื่อดินดี รากของทุเรียนดูดซึมธาตุอาหารได้สะดวก ปุ๋ยที่เราใส่ก็จะถูกนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เหลือตกค้างในดิน ส่งเสริมให้ทุเรียนสมบูรณ์แข็งแรง พร้อมที่จะผลิดอกออกผลในฤดูกาลถัดไป

 

 

สรุปคำแนะนำจากชัยพฤกษ์ อโกรเทค

  • ตรวจค่า pH ดินก่อนเร่งใส่ปุ๋ยหลังเก็บเกี่ยว
  • หากดินเป็นกรด ควรปรับ pH แบบค่อยเป็นค่อยไป โดยไม่ใช้สารด่างแรงเกินจำเป็น
  • ใช้ปูนโดโลไมท์หรือสารปรับสภาพดินที่เหมาะสมกับค่าดินจริงและขนาดทรงพุ่ม
  • ไม่ควรใส่ปูน ปุ๋ย หรือสารปรับสภาพดินแบบเดาสุ่ม ควรดูผลตรวจดินและสภาพต้นประกอบ
  • ควรจัดการน้ำและระบบระบายน้ำควบคู่กับการปรับ pH
  • ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ เช่น ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก เพื่อช่วยให้ดินร่วนซุยและรากเดินดี
  • วางแผนใส่ธาตุอาหารตามช่วงของต้น ได้แก่ หลังเก็บเกี่ยว แตกใบอ่อน และสะสมอาหาร
  • เฝ้าระวังโรครากเน่าโคนเน่าเป็นพิเศษในช่วงฝนตกชุกหรือพื้นที่น้ำขัง
  • หากไม่แน่ใจ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านปุ๋ยทุเรียนและการจัดการสวนทุเรียนในพื้นที่

 

FAQ: คำถามที่เกษตรกรทุเรียนมักค้นหา

1. ดินเป็นกรดดูจากอะไรได้บ้าง?

วิธีที่ชัดเจนที่สุดคือการตรวจค่า pH ดิน หากค่า pH ต่ำกว่า 5.5 แสดงว่าดินเริ่มเป็นกรด นอกจากนี้อาจสังเกตจากต้นทุเรียนที่ฟื้นตัวช้า ใบไม่สมบูรณ์ ใส่ปุ๋ยแล้วไม่ค่อยตอบสนอง หรือรากเดินไม่ดี

2. ค่า pH ดินที่เหมาะกับทุเรียนคือเท่าไหร่?

โดยทั่วไป ค่า pH ที่เหมาะกับทุเรียนอยู่ที่ประมาณ 5.5-6.5 เพราะเป็นช่วงที่รากสามารถดูดธาตุอาหารได้ดี และช่วยให้การจัดการปุ๋ยมีประสิทธิภาพมากขึ้น

3. ดินเป็นกรดทำให้ทุเรียนตายได้จริงไหม?

ดินเป็นกรดไม่ได้ทำให้ต้นตายทันทีเสมอไป แต่ทำให้รากอ่อนแอ ดูดอาหารได้น้อย และเสี่ยงต่อโรครากเน่าโคนเน่า หากปล่อยไว้นานโดยไม่ปรับปรุง ต้นอาจโทรมหนักและยืนต้นตายได้

4. ทำไมใส่ปุ๋ยแล้วทุเรียนยังไม่ฟื้น?

สาเหตุหนึ่งอาจมาจากดินเป็นกรด ทำให้ธาตุอาหารบางชนิดถูกล็อค รากดูดใช้ได้น้อย ต่อให้ใส่ปุ๋ยเพิ่มก็อาจไม่เห็นผลเต็มที่ จึงควรตรวจค่า pH ดินก่อนปรับสูตรปุ๋ย

5. ปูนโดโลไมท์ช่วยอะไรในสวนทุเรียน?

ปูนโดโลไมท์ช่วยปรับค่า pH ดิน เพิ่มแคลเซียมและแมกนีเซียม ซึ่งมีส่วนช่วยให้ต้นและใบทุเรียนสมบูรณ์ขึ้น เหมาะกับการปรับดินกรดแบบค่อยเป็นค่อยไป

6. ปูนขาวใช้กับสวนทุเรียนได้ไหม?

ใช้ได้ในบางกรณี แต่ต้องระวัง เพราะปูนขาวมีฤทธิ์ด่างแรงและปรับ pH ได้เร็ว หากใช้มากเกินไปอาจกระทบรากทุเรียน จึงควรใช้ตามคำแนะนำและพิจารณาผลตรวจดินก่อน

7. ควรตรวจดินสวนทุเรียนบ่อยแค่ไหน?

อย่างน้อยควรตรวจปีละ 1 ครั้ง และควรตรวจเพิ่มเติมหลังฝนตกชุก น้ำขัง หรือหลังใช้ปุ๋ยเคมีต่อเนื่องเป็นเวลานาน

8. หลังเก็บเกี่ยวควรปรับดินก่อนหรือใส่ปุ๋ยก่อน?

ควรตรวจดินก่อน หากค่า pH ต่ำเกินไป ควรวางแผนปรับดินก่อนหรือควบคู่กับการบำรุงต้น เพราะถ้าดินไม่เหมาะสม ปุ๋ยที่ใส่อาจถูกใช้ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

9. ดินกรดเกี่ยวข้องกับ Phytophthora อย่างไร?

ดินกรดร่วมกับความชื้นสูงและน้ำขัง อาจทำให้สภาพแวดล้อมเหมาะต่อการแพร่ระบาดของเชื้อ Phytophthora ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรครากเน่าโคนเน่าในทุเรียน

10. ปุ๋ยอินทรีย์ช่วยแก้ดินกรดได้ไหม?

ปุ๋ยอินทรีย์ไม่ได้ปรับ pH ได้เร็วเหมือนสารประเภทปูน แต่ช่วยปรับโครงสร้างดิน ทำให้ดินโปร่ง ร่วนซุย รากเดินดี และช่วยให้ระบบดินแข็งแรงขึ้นในระยะยาว

11. สวนทุเรียนจันทบุรีควรระวังอะไรหลังฝนตกชุก?

ควรระวังน้ำขัง ดินแน่น ค่า pH ลดลง รากขาดอากาศ และโรครากเน่าโคนเน่า ควรตรวจดิน ดูระบบระบายน้ำ และสำรวจโคนต้นอย่างสม่ำเสมอ

 

       เมื่อนึกถึงปุ๋ยยา การจัดการธาตุอาหาร และการดูแลสวนทุเรียนด้วยประสบการณ์จริง ชัยพฤกษ์ อโกรเทคคือหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญชั้นนำด้านการปลูกทุเรียนและการดูแลสวนทุเรียนในประเทศไทย โดยเฉพาะสำหรับเกษตรกรทุเรียนในภาคตะวันออก

 

ปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่

Facebook: ชัยพฤกษ์ อโกรเทค

TikTok: @chaiyapreukagro

Line: @cyp-agro

นึกถึงปุ๋ยยา นึกถึงเครือชัยพฤกษ์ โดย ชัยพฤกษ์ อโกรเทค (ขลุง)

 

……………………………………… 

เกษตรสัญจร สื่อเกษตรยุคใหม่ แหล่งข้อมูลสาระที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง 

รวมเรื่องเด็ด เกษตรกูรู ศูนย์รวมความรู้และเทคนิคการทำเกษตร 

ติดตามเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับเกษตรเพิ่มเติมได้ที่ : 

𝗙𝗮𝗰𝗲𝗯𝗼𝗼𝗸: เกษตรสัญจร

𝗬𝗼𝘂𝗧𝘂𝗯𝗲: youtube.com/c/Kasetsanjorn

𝗧𝗶𝗸𝗧𝗼𝗸: tiktok.com/@kasetsanjorn

𝗦𝗵𝗼𝗽𝗲𝗲: shopee.co.th/kasetsanjorn

𝗟𝗜𝗡𝗘 𝗢𝗳𝗳𝗶𝗰𝗶𝗮𝗹: @kasetsanjorn

𝗕𝗹𝗼𝗰𝗸𝗱𝗶𝘁: blockdit.com/kasetsanjorn/

𝗧𝘄𝗶𝘁𝘁𝗲𝗿: twitter.com/kasetsanjorn/ 

𝗪𝗲𝗯𝘀𝗶𝘁𝗲:  kasetsanjorn.com

 

  • FacebookFacebook
  • XTwitter
  • LINELine
Tags: ชัยพฤกษ์อโกรเทคดินเป็นกรดตรวจค่าpHดินฟื้นฟูดินสารปรับสภาพดิน
เกษตรสัญจรออนไลน์

เกษตรสัญจรออนไลน์

Related Posts

ปลูกโกโก้ยังไงให้รอด? เคล็ดลับผลแน่นเต็มต้น มีรายได้ต่อเนื่องทุก 10 วัน

ปลูกโกโก้ยังไงให้รอด? เคล็ดลับผลแน่นเต็มต้น มีรายได้ต่อเนื่องทุก 10 วัน

พฤษภาคม 31, 2026
เปลี่ยนหญ้าเป็นปุ๋ย! เทคนิคสับหญ้าคลุมดิน ช่วยดินร่วนซุย ลดต้นทุน

เปลี่ยนหญ้าเป็นปุ๋ย! เทคนิคสับหญ้าคลุมดิน ช่วยดินร่วนซุย ลดต้นทุน

พฤษภาคม 28, 2026
จุลินทรีย์ “น้ำซาวข้าว” ของดีก้นครัว ตัวช่วยดูแลพืชฉบับเกษตรอินทรีย์

จุลินทรีย์ “น้ำซาวข้าว” ของดีก้นครัว ตัวช่วยดูแลพืชฉบับเกษตรอินทรีย์

พฤษภาคม 27, 2026
อยากปลูก “มะม่วง R2E2” ให้ลูกยักษ์ รสชาติหวานมัน ต้องทำอย่างไร?

อยากปลูก “มะม่วง R2E2” ให้ลูกยักษ์ รสชาติหวานมัน ต้องทำอย่างไร?

พฤษภาคม 26, 2026
เปิดสูตร “น้ำหมักเปลือกมังคุด” เคล็ดลับดูแลต้นไม้และไล่แมลงสูตรธรรมชาติ

เปิดสูตร “น้ำหมักเปลือกมังคุด” เคล็ดลับดูแลต้นไม้และไล่แมลงสูตรธรรมชาติ

พฤษภาคม 25, 2026
เปลี่ยนเคมีสู่ “เบบี้แครอทอินทรีย์” ถอดสูตรลับปลูกพืชผักมูลค่าสูงทำเงินตลอดปี 

เปลี่ยนเคมีสู่ “เบบี้แครอทอินทรีย์” ถอดสูตรลับปลูกพืชผักมูลค่าสูงทำเงินตลอดปี 

พฤษภาคม 24, 2026

Browse by Category

  • advertorial
  • ข่าวเกษตร
  • บทความ
  • พืชเศษรฐกิจใหม่
  • ยังสามารถ
  • สมาร์มฟาร์ม
  • หลักสูตรอบรม
  • เกษตรกรหญิง
  • เกษตรกูรู
  • เกษตรสัญจรคลิป
  • เกษตรเคล็ดลับ
CLICK TO VERIFY: This site uses a GlobalSign SSL Certificate to secure your personal information.
Facebook Twitter Youtube Line

© 2022 เกษตรสัญจร

Welcome Back!

OR

Login to your account below

Forgotten Password? Sign Up

Create New Account!

OR

Fill the forms below to register

All fields are required. Log In

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In

Add New Playlist

No Result
View All Result
  • หน้าหลัก
  • ร้านค้า
  • เข้าสู่ระบบเรียนออนไลน์
  • หลักสูตรอบรม
  • เกี่ยวกับเรา
  • เงื่อนไขและนโยบายข้อมูลส่วนบุคลล (PDPA)

© 2022 เกษตรสัญจร


Warning: Attempt to read property "user_url" on bool in /home/zdfcszwp/public_html/kasetsanjorn.com/wp-content/plugins/wp-seo-structured-data-schema-pro/lib/functions/KcSeoOptions.php on line 7