• หน้าหลัก
  • ร้านค้า
  • เข้าสู่ระบบเรียนออนไลน์
  • หลักสูตรอบรม
  • เกี่ยวกับเรา
  • เงื่อนไขและนโยบายข้อมูลส่วนบุคลล (PDPA)
เกษตรสัญจร - Kasetsanjorn
  • หน้าหลัก
  • ข่าวเกษตร
  • บทความ
    • เกษตรเคล็ดลับ
    • สมาร์ทฟาร์ม
    • เกษตรกูรู
    • พืชเศรษฐกิจใหม่
    • เกษตรกรหญิง
  • ร้านค้า
  • หลักสูตรอบรม
  • เข้าสู่ระบบเรียนออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • Contact Us
    • เงื่อนไขและนโยบายข้อมูลส่วนบุคลล (PDPA)
No Result
View All Result
  • หน้าหลัก
  • ข่าวเกษตร
  • บทความ
    • เกษตรเคล็ดลับ
    • สมาร์ทฟาร์ม
    • เกษตรกูรู
    • พืชเศรษฐกิจใหม่
    • เกษตรกรหญิง
  • ร้านค้า
  • หลักสูตรอบรม
  • เข้าสู่ระบบเรียนออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • Contact Us
    • เงื่อนไขและนโยบายข้อมูลส่วนบุคลล (PDPA)
No Result
View All Result
เกษตรสัญจร
No Result
View All Result
Home บทความ

ฝนชุกแบบนี้ “จัดการธาตุอาหารทุเรียน” อย่างไร

เกษตรสัญจรออนไลน์ by เกษตรสัญจรออนไลน์
สิงหาคม 19, 2026
in บทความ, เกษตรกูรู, เกษตรเคล็ดลับ
0
ฝนชุกแบบนี้ “จัดการธาตุอาหารทุเรียน” อย่างไร
0
SHARES
6
VIEWS
Share on FacebookShare on TwitterShare on LINE

 

 

ข้อมูลโดย : ธรรมรัฐ พิทักษ์สันติสุข กรรมการผู้จัดการ หจก.ชัยพฤกษ์ อโกรเทค จำกัด จ.จันทบุรี ผู้มีประสบการณ์ดูแลสวนทุเรียนในภาคตะวันออกมากกว่า 20 ปี

อัปเดตล่าสุด : 08/2569

 

การจัดการธาตุอาหารทุเรียนช่วงหน้าฝนทำอย่างไร? แนะนำวิธีการใส่ปุ๋ยทุเรียนช่วงหน้าฝน ทั้งปุ๋ยทางดินและปุ๋ยทางใบ เพื่อลดการสูญเสียธาตุอาหาร

            ในช่วงฤดูฝน สิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้การจัดการน้ำในสวน ก็คือ การจัดการธาตุอาหารทุเรียน เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่ต้นทุเรียนต้องเผชิญกับความเครียดหลายๆ ด้านพร้อมกัน ทั้งจากฝนที่ตกชุก ปริมาณแสงแดดที่ลดลง และสภาพดินที่ชื้นแฉะ ทำให้ต้นทุเรียนขาดแคลนธาตุอาหารและพลังงานสะสม ส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวและการเจริญเติบโตของต้น โดยเฉพาะการแตกใบอ่อนและการสร้างรากใหม่

            ชัยพฤกษ์ อโกรเทค ในฐานะผู้ให้คำปรึกษาด้านปุ๋ยยาทุเรียน การจัดการธาตุอาหาร และการดูแลสวนทุเรียนในจันทบุรีและภาคตะวันออก จะมาแนะนำวิธีการจัดการธาตุอาหารทุเรียนช่วงหน้าฝน ทั้งการใส่ปุ๋ยทางดินและการพ่นปุ๋ยทางใบ เพื่อรักษาความสมบูรณ์ของต้นทุเรียน ลดการขาดธาตุอาหาร ให้ต้นทุเรียนพร้อมเจริญเติบโตอย่างเต็มที่เมื่อสภาพอากาศกลับมาเป็นปกติ

 

ฝนตก ฟ้าปิด เสี่ยงทำต้นทุเรียนขาดธาตุอาหาร

        โดยปกติแล้ว เมื่อมีแสงแดด อุณหภูมิ และความชื้นที่เหมาะสม ปากใบของทุเรียนจะเปิดเพื่อสังเคราะห์แสงและคายน้ำ ซึ่งการคายน้ำมีผลต่อการดูดซึมธาตุอาหาร เพราะเมื่อน้ำระเหยออกทางปากใบ จะส่งผลให้ภายในท่อน้ำ (Xylem) เกิดแรงดึงดูดเอาน้ำและธาตุอาหารที่อยู่ในรากเข้ามาในลำต้น ธาตุอาหารเหล่านี้จะถูกลำเลียงไปพร้อมกับน้ำ เคลื่อนที่ไปยังกิ่งและใบ ส่วนหนึ่งเพื่อใช้เป็นส่วนประกอบของเซลล์ เอนไซน์ และฮอร์โมน อีกส่วนหนึ่งเพื่อใช้ในการสร้างสารอาหาร

        แต่ในสภาวะที่สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย เช่น ฝนตกต่อเนื่อง ฟ้าครึ้ม ความเข้มแสงต่ำ และความชื้นสัมพัทธ์สูง อัตราการคายน้ำของต้นทุเรียนอาจลดลง ส่งผลให้การเคลื่อนย้ายน้ำและธาตุอาหารบางชนิดจากรากขึ้นสู่ส่วนเหนือดินลดลง ประกอบกับหากดินมีน้ำมากเกินไป รากขาดออกซิเจน ประสิทธิภาพการดูดธาตุอาหารของรากก็จะลดลงตามไปด้วย

        นอกจากช่วงหน้าฝนจะทำให้รากทุเรียนดูดซึมธาตุอาหารได้น้อยลงแล้ว ฝนที่ตกหนักยังทำให้ธาตุอาหารบางชนิดในดิน เช่น ไนโตรเจน (N) โพแทสเซียม (K) แมกนีเซียม (Mg) และโบรอน (B) ถูกชะล้างออกไปได้ง่าย

         ด้วยเหตุนี้ ต้นทุเรียนจึงเสี่ยงต่อการขาดธาตุอาหาร หากชาวสวนไม่มีการจัดการธาตุอาหารทุเรียนช่วงหน้าฝนที่ดี ก็จะส่งผลเสียต่อการฟื้นต้นและการออกผลผลิตของฤดูกาล


อาการแบบไหนที่บอกว่าต้นทุเรียนกำลังขาดธาตุอาหาร

        ส่วนใหญ่แล้ว เมื่อต้นทุเรียนขาดธาตุอาหารมักจะมีอาการแสดงที่ใบ ซึ่งสามารถแบ่งลักษณะอาการตามชนิดของธาตุอาหารที่ขาดได้ดังนี้

  • หากขาดไนโตรเจน (N) เริ่มแรกใบแก่จะมีสีเหลือง ถ้ารุนแรงมาก ใบจะซีดทั่วทั้งต้น ใบแก่ร่วงก่อนกำหนด การแตกใบอ่อนไม่ดี
  • หากขาดโพแทสเซียม (K) ต้นทุเรียนจะชะงักการเจริญเติบโต ใบแก่มีสีเหลืองซีดโดยจะเริ่มจากขอบและปลายใบ ถ้าอาการรุนแรง ทั้งขอบและปลายใบจะแห้ง
  • หากขาดแมกนีเซียม (Mg) ใบจะมีสีเหลืองระหว่างเส้นใบ แต่ส่วนที่ติดกับก้านใบจะยังมีสีเขียวอยู่ สังเกตง่ายๆ คือลักษณะของสีเขียวบนใบจะคล้ายกับรูปตัววี
  • หากขาดโบรอน (B) ใบอ่อนจะโค้งขึ้นเหมือนถ้วย ไม่แผ่ออกเหมือนใบทั่วไป มีความหนาและเปราะ ถ้าอาการรุนแรง ใบจะร่วง ทำให้เหลือแต่กิ่ง เกิดอาการยอดตาย
  • หากขาดเหล็ก (Fe) ใบอ่อนจะมีสีเหลืองระหว่างเส้นใบ จากนั้นจะค่อยๆ ซีดทั้งใบ ถ้าอาการรุนแรง อาจพบจุดสีน้ำตาลบนใบที่เหลืองซีดได้
  • หากขาดแมงกานีส (Mn) ใบจะมีสีเขียวอ่อนระหว่างเส้นใบ ดูผิวเผินอาจคล้ายอาการขาดเหล็ก แต่ต่างกันตรงที่การขาดแมงกานีส ใบจะไม่ซีดทั้งหมด โดยอาการจะเริ่มที่เส้นกลางใบก่อน แล้วค่อยลามไปที่ขอบใบ อาจพบจุดสีน้ำตาลบนใบได้
  • หากขาดสังกะสี (Zn) ใบอ่อนจะมีขนาดเล็ก มีสีเหลืองระหว่างเส้นใบแต่เส้นใบยังเขียวอยู่ ขอบใบหยัก เป็นคลื่น จำง่ายๆ ก็คือใบจะเป็นลอนคล้ายกับสังกะสีมุงหลังคาบ้าน ถ้าขาดธาตุนี้มาก การแตกใบอ่อนจะหยุดชะงักได้

          การสังเกตว่าต้นทุเรียนขาดธาตุอาหารชนิดไหนบ้างนั้น บางครั้งอาจดูได้ยาก เพราะบางอาการค่อนข้างคล้ายกันมาก และต้นทุเรียนสามารถขาดธาตุอาหารหลายๆ ชนิดพร้อมกันได้ การสังเกตใบทุเรียนจึงเป็นวิธีการเบื้องต้นเท่านั้น หากชาวสวนต้องการข้อมูลที่แม่นยำ แนะนำให้ส่งตัวอย่างดินและตัวอย่างใบทุเรียนไปตรวจวิเคราะห์ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง และนำไปใช้ในการจัดการธาตุอาหารทุเรียนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

วิธีการจัดการธาตุอาหารทุเรียนช่วงหน้าฝน

       การจัดการธาตุอาหารทุเรียนช่วงหน้าฝนนั้น สามารถทำได้ทั้งการใส่ปุ๋ยทางดินและการพ่นปุ๋ยทางใบ ซึ่งการใส่ปุ๋ยทางดินถือเป็นแนวทางหลัก โดยเน้นไปที่การใส่ธาตุอาหารหลัก ธาตุอาหารรอง รวมถึงการใช้สารปรับปรุงสภาพดิน เพื่อช่วยสร้างรากและฟื้นฟูต้นทุเรียนในระยะยาว ส่วนการพ่นปุ๋ยทางใบเป็นเสมือนตัวช่วยเสริมในสภาวะที่รากดูดซึมธาตุอาหารได้น้อย เพื่อช่วยแก้อาการขาดธาตุอาหารแบบเฉพาะหน้า ดังนั้นการใช้ปุ๋ยทางใบควบคู่กับการบำรุงทางดิน จะช่วยให้จัดการธาตุอาหารทุเรียนช่วงหน้าฝนได้ดีขึ้น

 

การใส่ปุ๋ยทางดิน

         สำหรับธาตุอาหารหลัก ควรเลือกปุ๋ยสูตรที่มีโพแทสเซียม (K) เป็นองค์ประกอบ เช่น ในระยะทำใบ ใช้ สูตรเสมอ 16-16-16  แต่ในบางครั้งถ้ามีฝนตกชุกต่อเนื่อง ฝนจะชะล้างโพแทสเซียม (K) ที่อยู่ในดินออกไปได้ง่าย โดยเฉพาะดินทรายหรือดินที่มีอินทรียวัตถุต่ำ ในกรณีนี้ สูตรที่แนะนำ คือ 15-5-20 หรือ 15-5-25 หรือ 12-12-17 เพื่อช่วยให้ต้นทุเรียนฟื้นฟูและสร้างรากใหม่ได้ เพราะโพแทสเซียม (K) มีบทบาทสำคัญในการสังเคราะห์โปรตีนและคาร์โบไฮเดรต ซึ่งเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของต้นทุเรียน อีกทั้งยังช่วยควบคุมการเปิดปิดของปากใบให้ทำงานได้ตามปกติ

         ส่วนธาตุอาหารรองควรใส่ แคลเซียม (Ca) เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของเนื้อเยื่อและเซลล์พืช แมกนีเซียม (Mg) เพื่อเป็นส่วนประกอบของคลอโรฟิลล์ที่ใช้ในการสังเคราะห์แสง และกำมะถัน (S) เพื่อสร้างโปรตีนและกรดอะมิโน

         โดยทั่วไปจะแนะนำให้ใส่ปุ๋ยในอัตราส่วน 200 กรัมต่อต้นทุเรียนชายทรงพุ่ม 1 เมตร แต่การใส่ปุ๋ยทุเรียนในช่วงหน้าฝนนั้น ชาวสวนต้องใส่ด้วยความระมัดระวัง โดยแนะนำให้แบ่งใส่ทีละน้อยแต่หลายๆ ครั้ง จะดีกว่าใส่ครั้งเดียวเป็นจำนวนมาก เพื่อลดโอกาสที่จะสูญเสียธาตุอาหารจากการชะล้างของน้ำฝน หลีกเลี่ยงการใส่ปุ๋ยก่อนฝนตกหนัก ควรรอให้ฝนหยุดตกและดินมีความชื้นที่พอเหมาะ จึงค่อยใส่ปุ๋ย หากเป็นไปได้ ควรเลือกใช้ปุ๋ยที่มีความสามารถในการละลายเหมาะสม เพื่อให้ธาตุอาหารอยู่ในรูปที่รากสามารถดูดไปใช้ได้ดี

         นอกจากนี้ยังควรปรับสภาพดินให้สมบูรณ์อยู่เสมอ ด้วยการเพิ่มอินทรียวัตุในดิน เช่น ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมักหากดินเป็นกรดและมีแมกนีเซียม (Mg) ต่ำ ควรใส่โดโลไมท์เพื่อปรับค่า pH ของดินให้เป็นกลาง และใส่ยิบซั่มเพื่อช่วยให้ดินร่วนซุย ระบายน้ำและอากาศได้ดีขึ้น

         หมายเหตุ: อัตราการใช้ปุ๋ยในบทความนี้เป็นคำแนะนำทั่วไป ก่อนใช้ควรพิจารณาจากอายุของต้น ขนาดทรงพุ่ม ความสมบูรณ์ของต้น และสภาพดิน เพื่อให้การจัดการธาตุอาหารได้เหมาะสมกับสภาพสวนแต่ละแห่ง

 

การพ่นปุ๋ยทางใบ

         เมื่อใส่ปุ๋ยทางดินแล้ว ชาวสวนสามารถพ่นปุ๋ยทางใบเพื่อเป็นตัวเสริมและช่วยป้องกันไม่ให้ต้นทุเรียนขาดธาตุอาหารได้ สำหรับระยะทำใบให้เลือกใช้ปุ๋ยเหลวสูตร 13-13-13 หรือ ปุ๋ยเกล็ดสูตร 20-20-20 ส่วนในระยะเร่งดอก แนะนำปุ๋ยเหลวสูตร 4-24-24 หรือ 5-20-25  หรือหากจะใช้ปุ๋ยเกล็ด ให้เน้นสูตรที่มีธาตุอาหารตัวกลางและตัวท้ายสูง เช่น 6-30-30 หรือ 7-13-34 เป็นต้น

 

สำหรับธาตุอาหารรองควรพ่น แคลเซียม (Ca) และแมกนีเซียม (Mg) ร่วมกับธาตุอาหารเสริม ได้แก่

  • สังกะสี (Zn) เพื่อควบคุมการยืดตัวของทุเรียน ช่วยเรื่องการเจริญเติบโตของยอด
  • แมงกานีส (Mn) เพื่อช่วยในกระบวนการสังเคราะห์แสงและสร้างโปรตีน
  • เหล็ก (Fe) เพื่อช่วยในการสร้างคลอโรฟิลล์
  • โบรอน (B) เพื่อให้ผนังเซลล์แข็งแรง และช่วยในการแบ่งตัวของเซลล์ โดยเฉพาะปลายรากและยอด
  • โมลิบดินัม (Mo) เพื่อใช้เป็นองค์ประกอบสำคัญของเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการใช้ประโยชน์จากไนโตรเจน (N) โดยเฉพาะการเปลี่ยนไนเตรตให้อยู่ในรูปที่พืชสามารถนำไปสร้างกรดอะมิโนและโปรตีนต่อไปได้

          เวลาที่เหมาะสมสำหรับการพ่นปุ๋ยทางใบ คือ ช่วงเช้าหรือช่วงเย็น โดยหลีกเลี่ยงการพ่นก่อนฝนตก เพราะฝนจะล้างสารเคมีที่พ่นออกไปได้ ควรรอให้ฝนหยุดจนใบทุเรียนแห้งเสียก่อน แล้วจึงค่อยพ่น และควรผสมสารจับใบ เพื่อให้ละอองปุ๋ยกระจายตัวเคลือบผิวใบได้ทั่วถึง ทนทานต่อการชะล้างของฝน และเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมสารสำคัญเข้าสู่ต้นทุเรียนได้ดีขึ้น

         หมายเหตุ : การใช้ปุ๋ยทางใบและธาตุอาหารรอง/เสริม ควรอ่านฉลากผลิตภัณฑ์และปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิต หากไม่แน่ใจ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากความเข้มข้นของแต่ละผลิตภัณฑ์อาจแตกต่างกัน

 

ฝนตก ฟ้าปิด ต้นทุเรียนเครียด แก้อย่างไร

         แน่นอนว่าช่วงที่ฝนตก พื้นดินมักชื้นแฉะหรือมีน้ำท่วมขัง รากทุเรียนจึงได้รับออกซิเจนน้อยและหายใจได้น้อยลง อีกทั้งฟ้าที่ปิด ไม่มีแสงแดด ทำให้ต้นทุเรียนไม่สามารถสังเคราะห์แสงได้ พลังงานที่สะสมอยู่ภายในต้นจึงลดลงด้วย สภาวะเหล่านี้ล้วนส่งผลให้ต้นทุเรียนเกิดความเครียด ดังนั้นการจัดการธาตุอาหารทุเรียนช่วงหน้าฝน ด้วยการเติมธาตุอาหารหลัก ธาตุอาหารรอง และธาตุอาหารเสริมอาจไม่เพียงพอ ชาวสวนควรฉีดพ่นสารกระตุ้นทางกายภาพ (Bio-stimulants) อย่าง “กรดอะมิโน” และ “สารสกัดสาหร่าย” ควบคู่ไปกับการพ่นปุ๋ยทางใบด้วย

         กรดอะมิโนเป็นองค์ประกอบสำคัญของโปรตีนที่มีบทบาทในกระบวนการเมทาบอลิซึม (Metabolism) ของทุเรียน เช่น การหายใจ การสังเคราะห์แสง และเป็นสารตั้งต้นของฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโต ชาวสวนสามารถใช้กรดอะมิโนเป็นสารเสริมทางชีวภาพ เพื่อช่วยสนับสนุนกระบวนการเมทาบอลิซึม (Metabolism) และช่วยให้ต้นทุเรียนรับมือกับสภาวะเครียด โดยเฉพาะในช่วงที่สภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตได้

         ส่วนสารสกัดสาหร่ายทะเลเป็นสารอินทรีย์ที่มีสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพหลายกลุ่ม สามารถส่งผลต่อกระบวนการควบคุมการเจริญเติบโต การพัฒนาราก ช่วยกระตุ้นให้ต้นทุเรียนแตกใบอ่อน สร้างรากใหม่ และยังตอบสนองต่อความเครียดของต้นทุเรียนในช่วงหน้าฝนได้อีกด้วย

         นอกจากนี้ยังมีสารอีกชนิดหนึ่งที่อาจเป็นตัวช่วยในการฟื้นฟูต้นทุเรียนช่วงหน้าฝนได้ นั่นก็คือ “น้ำตาลทางด่วน” ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มคาร์โบไฮเดรตหรือน้ำตาลบางชนิด โดยอาจใช้เป็นสารเสริมในการจัดการต้นทุเรียนภายใต้สภาวะเครียดได้

         อย่างไรก็ตาม ควรใช้น้ำตาลทางด่วนเป็นเพียงตัวเสริมและควรฉีดพ่นเฉพาะในช่วงเวลาที่วิกฤติจริงๆ เท่านั้น เพราะน้ำตาลทางด่วนไม่สามารถทดแทนการสังเคราะห์แสงได้ทั้งหมด 100% เนื่องจากประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับชนิดของสาร ความเข้มข้น วิธีใช้ และสภาพแวดล้อม จึงไม่ควรถือเป็นสิ่งทดแทนกระบวนการสังเคราะห์แสงของทุเรียน

        หมายเหตุ : การใช้กรดอะมิโน สารสกัดสาหร่าย และน้ำตาลทางด่วน ควรอ่านฉลากผลิตภัณฑ์และปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิต หากไม่แน่ใจ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากความเข้มข้นของแต่ละผลิตภัณฑ์อาจแตกต่างกัน

 

จัดการธาตุอาหาร จัดการความเครียด กุญแจสำคัญของการฟื้นฟูต้นทุเรียนช่วงหน้าฝน

             การจัดการธาตุอาหารทุเรียนช่วงหน้าฝน ไม่ใช่เพียงแค่ต้นทุเรียนต้องการปุ๋ยมากขึ้นเท่านั้น แต่คือการจัดการธาตุอาหารให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม รวมถึงจัดการกับความเครียดของต้นทุเรียนด้วย เพราะในสภาวะที่อากาศไม่เอื้ออำนวย ทั้งจากความชื้นและแสงแดดที่ลดลง ต้นทุเรียนจะฟื้นตัวได้ช้าและเกิดความเครียดได้ง่าย ดังนั้นการช่วยให้ต้นทุเรียนสามารถดูดซึมธาตุอาหาร สร้างพลังงาน และนำไปใช้ในการเจริญเติบโตได้แม้ว่าจะอยู่ในภาวะวิกฤติ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้ต้นทุเรียนอยู่รอดและรักษาความสมบูรณ์ของต้นไว้เพื่อใช้ในการออกดอกออกผลในอนาคต

สรุปคำแนะนำจากชัยพฤกษ์ อโกรเทค

  • ช่วงหน้าฝน ต้นทุเรียนเสี่ยงขาดธาตุอาหาร จึงควรจัดการธาตุอาหารทุเรียนให้เหมาะสม
  • หมั่นสังเกตความผิดปกติของใบทุเรียน เพื่อประเมินอาการขาดธาตุอาหารเบื้องต้น แต่หากต้องการความแม่นยำ ควรส่งตัวอย่างดินและใบทุเรียนไปตรวจวิเคราะห์
  • เน้นการใส่ปุ๋ยทางดินเป็นหลัก แนะนำ 15-5-20 หรือ 15-5-25 หรือ 12-12-17 เพื่อช่วยให้ต้นทุเรียนฟื้นฟูและสร้างรากใหม่ พร้อมเสริมธาตุอาหารรอง เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม และกำมะถัน ตามความเหมาะสม
  • แบ่งใส่ปุ๋ยทางดินทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง แทนการใส่จำนวนมากในครั้งเดียว เพื่อลดการสูญเสียธาตุอาหารจากการชะล้างไปกับน้ำฝน
  • หลีกเลี่ยงการใส่ปุ๋ยก่อนฝนตกหนัก ควรใส่หลังฝนหยุดเมื่อดินมีความชื้นพอเหมาะและไม่มีน้ำท่วมขัง
  • ปรับปรุงโครงสร้างและสภาพดินควบคู่กับการใส่ปุ๋ย โดยเพิ่มอินทรียวัตถุ โดโลไมท์หรือยิปซั่ม ตามผลวิเคราะห์ดินและสภาพพื้นที่
  • พ่นปุ๋ยทางใบเป็นตัวช่วยเสริมเมื่อรากดูดธาตุอาหารได้ไม่เต็มที่ พร้อมเสริมธาตุอาหารรองและจุลธาตุตามความต้องการของต้น
  • พ่นปุ๋ยทางใบในช่วงที่ใบแห้งและสภาพอากาศเหมาะสม เช่น ช่วงเช้าหรือเย็น และหลีกเลี่ยงการพ่นก่อนฝนตก
  • ลดความเครียดของต้นทุเรียนช่วงฝนตก ฟ้าปิด โดยอาจใช้สารกระตุ้นทางกายภาพ เช่น กรดอะมิโนและสารสกัดสาหร่ายทะเล เพื่อช่วยเสริมการฟื้นต้น
  • ในช่วงวิกฤติที่ต้นทุเรียนต้องการพลังงาน สามารถพ่นน้ำตาลทางด่วนเป็นตัวช่วยได้ แต่ไม่ควรใช้ทดแทนการสังเคราะห์แสง 100%

 

FAQ: คำถามที่เกษตรกรทุเรียนมักค้นหา

1. ฝนตกบ่อย ควรใส่ปุ๋ยทุเรียนไหม?

ควรใส่ แต่ต้องเลือกช่วงเวลาและวิธีการให้เหมาะสม ไม่ควรใส่ปุ๋ยก่อนฝนตกหนัก เพราะธาตุอาหารอาจถูกน้ำชะล้างออกไป ควรรอให้ฝนหยุด ดินมีความชื้นพอเหมาะ และไม่มีน้ำท่วมขังแล้วค่อยใส่ปุ๋ย โดยแบ่งใส่ในปริมาณน้อยแต่บ่อยครั้ง เพื่อลดการสูญเสียธาตุอาหาร

2. หน้าฝนควรใส่ปุ๋ยทุเรียนสูตรอะไร?

แนะนำสูตรที่มีโพแทสเซียม (K) ค่อนข้างสูง เช่น 15-5-20, 15-5-25 หรือ 12-12-17 เพื่อช่วยลดปัญหาการขาดโพแทสเซียม (K) ในช่วงหน้าฝน แต่ทั้งนี้ควรพิจารณาจากอายุ ขนาดทรงพุ่ม ระยะการเจริญเติบโต และผลวิเคราะห์ดินเป็นหลัก

3. ฝนตกหนัก ปุ๋ยทุเรียนถูกชะล้างจริงไหม?

จริง โดยเฉพาะธาตุอาหารที่เคลื่อนที่ในดินได้ง่าย และความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นถ้าเป็นดินทรายหรือดินที่มีอินทรียวัตถุต่ำ

4. ทุเรียนหน้าฝนใบเหลือง เกิดจากขาดธาตุอาหารหรือรากมีปัญหา?

ใบเหลืองอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ได้หมายความว่าขาดธาตุอาหารเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะช่วงฝนตกหนัก หากดินแฉะหรือน้ำท่วมขัง รากจะได้รับออกซิเจนน้อยและทำงานผิดปกติ ทำให้ต้นดูดน้ำและธาตุอาหารได้ไม่ดี ดังนั้นควรตรวจทั้งระบบน้ำ ราก ดิน และธาตุอาหารร่วมกัน

5. หน้าฝนควรใส่ปุ๋ยทางดินหรือพ่นปุ๋ยทางใบดีกว่า?

ควรใช้ทั้งสองวิธีร่วมกัน โดยใช้ปุ๋ยทางดินเป็นหลัก สำหรับบำรุงต้นในระยะยาว ส่วนปุ๋ยทางใบเป็นตัวช่วยเสริม ในช่วงที่รากดูดธาตุอาหารได้น้อย เช่น ฝนตกต่อเนื่องหรือดินมีความชื้นสูง

6. ฝนตก ฟ้าปิด ใบทุเรียนไม่เดิน ควรบำรุงอย่างไร?

ควรเริ่มจากการจัดการน้ำและสภาพดินก่อน ไม่ให้มีน้ำท่วมขัง จากนั้นจึงจัดการธาตุอาหารให้เหมาะสม หากรากยังดูดธาตุอาหารได้ไม่ดี อาจใช้ปุ๋ยทางใบเป็นตัวช่วยเสริม และพิจารณาใช้กรดอะมิโนหรือสารสกัดสาหร่ายทะเลตามความเหมาะสม

7. ฝนตกหลายวัน พ่นปุ๋ยทางใบได้ไหม?

ควรรอให้ฝนหยุดและใบแห้งก่อนจึงพ่น เพราะหากพ่นในช่วงที่ฝนกำลังจะตก ปุ๋ยที่พ่นบนใบอาจถูกชะล้าง ทำให้ประสิทธิภาพลดลง โดยควรเลือกพ่นในช่วงเช้าหรือเย็นที่สภาพอากาศเหมาะสม

8. ช่วงหน้าฝนทุเรียนขาดธาตุอาหารอะไรบ่อย?

ช่วงฝนตกชุก ธาตุอาหารในดินบางชนิดมีโอกาสสูญเสียจากการชะล้างได้ง่าย เช่น ไนโตรเจน (N), โพแทสเซียม (K), แมกนีเซียม (Mg) และโบรอน (B) โดยสามารถเช็คอาการเบื้องต้นได้จากการสังเกตที่ใบ แต่หากต้องการความแม่นยำ ควรส่งตัวอย่างดินและใบทุเรียนไปตรวจวิเคราะห์

9. ฝนตก ฟ้าปิด ใช้กรดอะมิโนหรือสารสกัดสาหร่ายทะเลช่วยได้ไหม?

สามารถใช้เป็นตัวช่วยเสริมได้ โดยกรดอะมิโนและสารสกัดสาหร่ายทะเลมีบทบาทในการช่วยให้ต้นทุเรียนรับมือกับความเครียด และส่งเสริมการเจริญเติบโตได้ดีในช่วงหน้าฝน

10. น้ำตาลทางด่วนช่วยทุเรียนช่วงฝนตก ฟ้าปิดได้จริงไหม?

สามารถใช้เป็นตัวช่วยเสริมในช่วงที่ต้นทุเรียนต้องการพลังงานและสภาพแสงไม่เอื้ออำนวยได้ แต่ไม่สามารถทดแทนการสังเคราะห์แสงได้ทั้งหมด จึงควรใช้ในช่วงที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้น และปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากของผลิตภัณฑ์

         เมื่อนึกถึงปุ๋ยยา การจัดการธาตุอาหาร และการดูแลสวนทุเรียนด้วยประสบการณ์จริง ชัยพฤกษ์ อโกรเทค คือหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญชั้นนำด้านการปลูกทุเรียนและการดูแลสวนทุเรียนในประเทศไทย โดยเฉพาะสำหรับเกษตรกรทุเรียนในภาคตะวันออก

 

ปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่

Facebook: ชัยพฤกษ์ อโกรเทค

TikTok: @chaiyapreukagro

Line: @cyp-agro

นึกถึงปุ๋ยยา นึกถึงเครือชัยพฤกษ์ โดย ชัยพฤกษ์ อโกรเทค (ขลุง)

แหล่งอ้างอิง : รศ.ดร.สุมิตรา ภู่วโรดม. 2566. “การจัดการธาตุอาหารในสวนทุเรียน.” ใน การสร้างสวนทุเรียนมือใหม่สู่มืออาชีพ. หน้า 38 – 47. เคหการเกษตร.

เรียบเรียงโดย : ภูริตา ชีพชอบธรรม ทีมชัยพฤกษ์ อโกรเทค อ.ขลุง จันทบุรี

 

……………………………………… 

เกษตรสัญจร สื่อเกษตรยุคใหม่ แหล่งข้อมูลสาระที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง 

รวมเรื่องเด็ด เกษตรกูรู ศูนย์รวมความรู้และเทคนิคการทำเกษตร 

ติดตามเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับเกษตรเพิ่มเติมได้ที่ : 

𝗙𝗮𝗰𝗲𝗯𝗼𝗼𝗸: เกษตรสัญจร

𝗬𝗼𝘂𝗧𝘂𝗯𝗲: youtube.com/c/Kasetsanjorn

𝗧𝗶𝗸𝗧𝗼𝗸: tiktok.com/@kasetsanjorn

𝗦𝗵𝗼𝗽𝗲𝗲: shopee.co.th/kasetsanjorn

𝗟𝗜𝗡𝗘 𝗢𝗳𝗳𝗶𝗰𝗶𝗮𝗹: @kasetsanjorn

𝗕𝗹𝗼𝗰𝗸𝗱𝗶𝘁: blockdit.com/kasetsanjorn/

𝗧𝘄𝗶𝘁𝘁𝗲𝗿: twitter.com/kasetsanjorn/ 

𝗪𝗲𝗯𝘀𝗶𝘁𝗲:  kasetsanjorn.com

 

  • FacebookFacebook
  • XTwitter
  • LINELine
Tags: ดูแลทุเรียนหน้าฝนทุเรียนธาตุอาหารพืชปุ๋ยทางดินปุ๋ยทางใบ
เกษตรสัญจรออนไลน์

เกษตรสัญจรออนไลน์

Related Posts

เปลี่ยนโรงรถข้างบ้านให้กลายเป็น“ฟาร์มปลาชะโอน” สร้างรายได้เสริม! 

เปลี่ยนโรงรถข้างบ้านให้กลายเป็น“ฟาร์มปลาชะโอน” สร้างรายได้เสริม! 

สิงหาคม 16, 2026
แจกสูตรน้ำหมัก จุลินทรีย์หน่อกล้วย และปุ๋ยพืชสดบำรุงดิน

แจกสูตรน้ำหมัก จุลินทรีย์หน่อกล้วย และปุ๋ยพืชสดบำรุงดิน

สิงหาคม 9, 2026
depa ลุยปั้นเกษตรกรดิจิทัลต่อเนื่องกว่า 350 ราย เดินหน้าต่อชัยภูมิ รุ่นที่ 4 ขับเคลื่อนเกษตรดั้งเดิม สู่เกษตรอัจฉริยะ

depa ลุยปั้นเกษตรกรดิจิทัลต่อเนื่องกว่า 350 ราย เดินหน้าต่อชัยภูมิ รุ่นที่ 4 ขับเคลื่อนเกษตรดั้งเดิม สู่เกษตรอัจฉริยะ

สิงหาคม 6, 2026
จากนกกระจอกเทศ 3 ตัว สู่ฟาร์ม 8 ไร่ อาชีพเกษตรทางเลือกของสาวขอนแก่น 

จากนกกระจอกเทศ 3 ตัว สู่ฟาร์ม 8 ไร่ อาชีพเกษตรทางเลือกของสาวขอนแก่น 

สิงหาคม 2, 2026
ทางเลือกใหม่! เลี้ยง “หนอนแมลงวันลาย BSF” เปลี่ยนขยะเศษอาหารเป็นเงิน ลดต้นทุนฟาร์ม

ทางเลือกใหม่! เลี้ยง “หนอนแมลงวันลาย BSF” เปลี่ยนขยะเศษอาหารเป็นเงิน ลดต้นทุนฟาร์ม

กรกฎาคม 26, 2026
depa ลุยอีสานตอนกลาง ปั้นเกษตรกรสู่ “ผู้บังคับโดรนเกษตรมืออาชีพ” พร้อมยกระดับระบบนิเวศเศรษฐกิจดิจิทัล

depa ลุยอีสานตอนกลาง ปั้นเกษตรกรสู่ “ผู้บังคับโดรนเกษตรมืออาชีพ” พร้อมยกระดับระบบนิเวศเศรษฐกิจดิจิทัล

กรกฎาคม 25, 2026

Browse by Category

  • advertorial
  • ข่าวเกษตร
  • บทความ
  • พืชเศษรฐกิจใหม่
  • ยังสามารถ
  • สมาร์มฟาร์ม
  • หลักสูตรอบรม
  • เกษตรกรหญิง
  • เกษตรกูรู
  • เกษตรสัญจรคลิป
  • เกษตรเคล็ดลับ
CLICK TO VERIFY: This site uses a GlobalSign SSL Certificate to secure your personal information.
Facebook Twitter Youtube Line

© 2022 เกษตรสัญจร

Welcome Back!

OR

Login to your account below

Forgotten Password? Sign Up

Create New Account!

OR

Fill the forms below to register

All fields are required. Log In

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In

Add New Playlist

No Result
View All Result
  • หน้าหลัก
  • ร้านค้า
  • เข้าสู่ระบบเรียนออนไลน์
  • หลักสูตรอบรม
  • เกี่ยวกับเรา
  • เงื่อนไขและนโยบายข้อมูลส่วนบุคลล (PDPA)

© 2022 เกษตรสัญจร


Warning: Attempt to read property "user_url" on bool in /home/zdfcszwp/public_html/kasetsanjorn.com/wp-content/plugins/wp-seo-structured-data-schema-pro/lib/functions/KcSeoOptions.php on line 7