ถอดสูตรสำเร็จการเลี้ยง “ปลาชะโอน” อาชีพเสริมทำเงิน ในยุคที่การมองหาอาชีพที่เสริม กลายมาเป็นหลักประกันความมั่นคงทางรายได้ การบริหารจัดการพื้นที่ว่างรอบตัวให้เกิดประโยชน์สูงสุดจึงเป็นแนวทางที่น่าสนใจ โดย คุณบอย ราชพงษ์ เพ็งเพชร เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาชะโอนจังหวัดพิษณุโลก และทำงานเป็นพนักงานราชการเป็นอาชีพหลัก ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าพื้นที่เล็กๆ บริเวณข้างบ้านขนาดเพียง 10 × 2 เมตร หรือเท่ากับช่องจอดรถยนต์เพียง 1 คัน สามารถแปลงสภาพให้กลายเป็นฟาร์มเลี้ยง “ปลาชะโอน” ในระบบน้ำหมุนเวียนแบบปิด ซึ่งสร้างรายได้เสริมก้อนโตต่อรอบการจับได้อย่างงดงาม
บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกแง่มุมของการเปลี่ยนงานอดิเรกให้กลายเป็นอาชีพเสริม ตั้งแต่วิธีคิด การบริหารจัดการเวลาสำหรับคนทำงานประจำ เทคนิคการเลี้ยง ต้นทุน-กำไร ตลอดจนกลยุทธ์การตลาดที่ทำให้ฟาร์มเล็กๆ ข้างบ้านแห่งนี้ประสบความสำเร็จ
จุดเริ่มต้นในการทำฟาร์มปลาชะโอน


จุดเริ่มต้นของคุณบอยมาจากการเป็นคนชอบตกปลาในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ จนกระทั่งวันหนึ่งมีโอกาสเดินทางไปภาคใต้และได้ทดลองชิมเมนูจาก “ปลาชะโอน” ซึ่งเป็นปลาเนื้ออ่อนรสชาติดีและเป็นเมนูแนะนำราคาสูงตามร้านอาหารชื่อดัง แต่เมื่อมองกลับมาในพื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือกลับพบว่า เมนูปลาชะโอนหากินได้ยากมาก และเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาชนิดนี้ยังมีน้อยเนื่องจากข้อมูลวิชาการและการเพาะเลี้ยงค่อนข้างจำกัด
ด้วยความตั้งใจที่จะใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และอยากลองทำเกษตร คุณบอยจึงเริ่มต้นใช้พื้นที่โรงรถข้างบ้านนำถังพลาสติกขนาด 2,000 ลิตร จำนวน 2 ถัง มาติดตั้งเป็นระบบทดลองเลี้ยง โดยเริ่มแรกปล่อยลูกปลาเพียง 200 ตัวเพื่อดูแนวโน้มและความเป็นไปได้ แม้ในช่วงแรกครอบครัวจะไม่เห็นด้วยเพราะต้องเสียพื้นที่จอดรถและมองว่าอาจจะเลี้ยงไม่รอด แต่คุณบอยก็มุ่งมั่นศึกษาความรู้เพิ่มเติม
เนื่องจากข้อมูลการเลี้ยงปลาชะโอนในอินเทอร์เน็ตมีน้อยมาก คุณบอยจึงติดต่อไปยังกรมประมง และต่อมาได้เข้าอบรมหลักสูตรการเลี้ยงปลาชะโอนในระบบน้ำหมุนเวียนแบบปิดกับ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และถือเป็นนักเรียนรุ่นแรกที่นำความรู้เรื่องการเตรียมอาหารสัตว์น้ำ การเพาะไรแดง การทำน้ำเขียว และการบริหารจัดการระบบน้ำมาปรับใช้ในพื้นที่จำกัดที่บ้านอย่างเป็นรูปธรรม จนค่อยๆ ขยายสเกลการเลี้ยงจาก 200 ตัว เป็น 800 ตัว, 4,000 ตัว
การบริหารเวลาฉบับคนทำงานประจำ เลี้ยงปลาอย่างไรไม่ให้กระทบงานหลัก


คำถามสำคัญสำหรับมนุษย์เงินเดือนหรือพนักงานประจำคือ จะเอาเวลาที่ไหนมาดูแล? คุณบอยได้วางระบบการเลี้ยงโดยอิงจากพฤติกรรมธรรมชาติของปลาชะโอนเป็นหลัก ทำให้สามารถทำงานประจำควบคู่ไปกับการเลี้ยงปลาได้อย่างไร้ปัญหา โดยแบ่งเวลดูแลตมพฤติกรรมธรรมชาติของปลาชะโอน ซึ่งปลาชะโอนจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับปลาเนื้ออ่อน มีนิสัยชอบออกหากินในเวลากลางคืน ตั้งแต่หลัง 18:00 น. ไปจนถึงก่อน 06:00 น. คุณบอยจึงจัดโปรแกรมการให้อาหารแบ่งตามช่วงวัยดังนี้
- ช่วงวัยอ่อน (1–2 เดือนแรก) ปลายังเป็นเด็ก ต้องการสารอาหารสูง จะใช้อาหารเม็ดจิ๋วโปรตีน 42% ให้ประมาณ 4–6 มื้อต่อวัน ในช่วงเวลาทำงานระหว่างวัน คุณบอยแก้ปัญหาโดยการติดตั้ง เครื่องให้อาหารอัตโนมัติ ช่วยจ่ายอาหารตามเวลา ทำให้ไม่ต้องละทิ้งงานประจำ
- ช่วงวัยกลาง (3–4 เดือน) ลดระดับโปรตีนลงมาเหลือ 40% ให้ อาหาร 3–4 มื้อต่อวัน โดยเน้นให้อาหารช่วง6 โมงเย็นและ 6 โมงเช้า
- ช่วงวัยพร้อมจับขาย (5–6 เดือนขึ้นไป) ให้อาหารเสริม 2–3 มื้อต่อวัน โดยแบ่งเป็นรอบเช้ามืดช่วง 06:00 น. ก่อนเตรียมตัวไปทำงาน และรอบค่ำหลังเลิกงานตั้งแต่ 18:00 น. เป็นต้นไป
ด้วยการวางระบบนี้ ทำให้ชีวิตประจำวันของคุณบอยคงเดิม เช้าตื่นมาให้อาหารปลา ทำงานประจำตามปกติ เย็นกลับบ้านมาดูแลระบบและให้อาหารปลา โดยใช้เวลาดูแลถังเลี้ยงจริงเพียงไม่กี่นาทีต่อวันเท่านั้น
นวัตกรรมการจัดการระบบน้ำ สะอาด ไร้กลิ่น ไร้คนเฝ้า


หัวใจสำคัญสูงสุดของการเลี้ยงปลาในถังพลาสติกข้างบ้านคือ ระบบน้ำ เพราะถ้าน้ำดี ปลาก็จะเจริญเติบโตดี และไม่สร้างมลภาวะเรื่องกลิ่นรบกวนเพื่อนบ้าน คุณบอยจะทำการตรวจวัดค่าคุณภาพน้ำเป็นประจำทุกๆ 5–7 วัน ซึ่งในอดีต คุณบอยใช้อวนทะเลมือสองเป็นตัวกรองกายภาพ ซึ่งแม้จะดักจับเศษอาหารและขี้ปลาได้ดี แต่ต้องคอยถอดออกมาล้างบ่อยครั้ง ทำให้เหน็ดเหนื่อย ปวดหลัง และเริ่มมีกลิ่นสะสม ปัจจุบันคุณบอยจึงพัฒนาระบบร่วมกับบริษัทเอกชน โดยนำ จุลินทรีย์ร่วมกับสารปรับสภาพน้ำ เข้ามาช่วยย่อยสลายของเสียและกำจัดกลิ่นในบ่อเลี้ยงโดยตรง ทำให้น้ำในถังพลาสติกไร้กลิ่นคาว ไร้กลิ่นโคน และช่วยลดภาระการทำความสะอาดบ่อกรองออกไปได้เกือบทั้งหมด
หัวใจสำคัญในการควบคุมคุณภาพน้ำ
คุณบอยจะทำการตรวจวัดค่าคุณภาพน้ำเป็นประจำทุกๆ 5–7 วัน โดยครอบคลุม 5 ค่าสำคัญ ได้แก่
- ค่า pH (ความเป็นกรด-ด่าง) ควบคุมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของปลา
- ค่า Alkalinity (อัลคาไลนิตี้) ทำหน้าที่เป็นบัฟเฟอร์คุมไม่ให้ค่า pH แกว่ง
- ค่า DO ออกซิเจนละลายน้ำ ปลาชะโอนเป็นปลาที่ต้องการออกซิเจนสูงกว่าปลาทั่วไป เนื่องจากถิ่นกำเนิดเดิมอยู่น้ำไหล จึงต้องคุมค่าออกซิเจนให้สูงและเพียงพอตลอด 24 ชั่วโมง
- ค่า แอมโมเนีย และ ไนไตรต์ คือ ค่าของเสียในระบบ ต้องควบคุมให้เป็น 0 เพื่อป้องกันปลาช็อคหรือชะงักการเติบโต
ถอดสูตรตัวเลข ต้นทุน รายได้ และกำไรต่อรอบการเลี้ยง


การเลี้ยงปลาชะโอนในระบบถังพลาสติกข้างบ้าน มีโครงสร้างต้นทุนและผลตอบแทนที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับพื้นที่ที่ใช้ โดยคิดคำนวณต่อ 1 ชุดเลี้ยง (ประกอบด้วยถังพลาสติกเชื่อมต่อกัน ใช้เวลาเลี้ยงรอบละประมาณ 6–7 เดือน) ดังนี้
โครงสร้างต้นทุน (ต่อ 1 รอบการเลี้ยง)
- ค่าอาหารปลา ใช้ประมาณ 240–260 กิโลกรัม คิดเป็นเงินประมาณ 10,000 บาท
- ค่าพันธุ์ลูกปลา เลือกใช้ขนาด 3–5 ซม. คิดเป็นเงินประมาณ 6,000 – 8,000 บาท
- ค่าน้ำและค่าไฟฟ้า เฉลี่ยเดือนละ 500 บาท (รวม 6-7 เดือน/1รอบจำหน่าย) ประมาณ 3,000 – 3,500 บาท
- รวมต้นทุนผันแปรทั้งหมด ประมาณ 20,000 บาท / รอบ
ผลตอบแทนและรายได้
เมื่อเลี้ยงครบกำหนด จะจับปลาเนื้อได้ประมาณ 150 – 160 กิโลกรัม ต่อชุดเลี้ยง โดยมีโครงสร้างราคาขายแบ่งตามกลุ่มลูกค้า
- ราคาขายปลีก (ปลาสดมีชีวิตหน้าฟาร์ม) 400 บาท / กิโลกรัม
- ราคาขายส่ง (ปริมาณ 10 กิโลกรัมขึ้นไป) 350 บาท / กิโลกรัม
- ราคาขายส่งร้านอาหาร (ปริมาณ 50–100 กิโลกรัม) 300 บาท / กิโลกรัม
สรุปกำไรสุทธิ หลังหักลบค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว ฟาร์มจะเหลือกำไรสุทธิประมาณ 30,000 – 40,000 บาท ต่อรอบการเลี้ยง ต่อ 1 ชุดเลี้ยง นอกจากนี้ยังสามารถสร้างรายได้เพิ่มจากการคัดเกรดขายเป็นพ่อแม่พันธุ์ให้กับฟาร์มอื่นๆ ได้อีกด้วย
ถอดกลยุทธ์การตลาดและการสร้างมาตรฐานเพิ่มมูลค่า


คุณบอยเน้นย้ำสัจธรรมข้อหนึ่งของการทำเกษตรยุคใหม่ว่า “การเลี้ยงให้รอดว่ายากแล้ว แต่การขายให้ได้ราคานั้นยากยิ่งกว่า” ในช่วงเริ่มต้น คุณบอยเคยนำสินค้าไปเสนอตามตลาดสด ตลาดนัด หรือเดินเข้าหาพ่อค้าคนกลางและร้านอาหารโดยตรง แต่กลับพบอุปสรรคสำคัญคือ ร้านอาหารส่วนใหญ่ยังไม่รู้จักปลาชะโอน ไม่รู้จะนำไปทำเมนูอะไร ทำให้ถูกปฏิเสธและเสียความรู้สึก คุณบอยจึงตัดสินใจเปลี่ยนกลยุทธ์การตลาดใหม่ทั้งหมด โดยหันมาใช้ การตลาดออนไลน์
1. การทำคอนเทนต์สร้างตัวตนผ่านสื่อโซเชียล
คุณบอยสร้างช่องทาง Facebook Page และ TikTok เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวการเลี้ยงปลาชะโอนข้างบ้านอย่างโปร่งใส นำเสนอตั้งแต่เทคนิคการเลี้ยง การดูแลระบบน้ำ ไปจนถึงเมนูอาหาร ผลปรากฏว่าได้รับกระแสตอบรับที่ดีมาก มีทั้งเกษตรกรติดต่อขอซื้อลูกพันธุ์ ผู้บริโภคติดต่อขอซื้อปลาสด และร้านอาหารติดต่อขอซื้อเป็นวัตถุดิบอย่างต่อเนื่อง
2. การยกระดับด้วยมาตรฐานฟาร์ม
เพื่อสร้างความแตกต่างและเพิ่มความน่าเชื่อถือ คุณบอยได้ยื่นขอรับรองมาตรฐานฟาร์มจนผ่านการรับรอง มคส. 7436-2563 (มาตรฐานการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อการบริโภค) จากกรมประมงและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงการขอมาตรฐาน Q Market ซึ่งช่วยให้ร้านอาหารที่ซื้อปลาจากฟาร์มสามารถสแกนย้อนกลับ ตรวจสอบที่มาของวัตถุดิบได้ว่าผลิตมาจากฟาร์มที่ได้มาตรฐานและปลอดภัย สร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคและดันราคาขายให้สูงขึ้นได้
ข้อควรระวังและคำแนะนำสำหรับมือใหม่ที่ต้องการเริ่มต้น


สำหรับผู้ที่สนใจอยากใช้พื้นที่ว่างข้างบ้านเริ่มเลี้ยงปลาชะโอน คุณบอยได้ให้ข้อคิดและคำแนะนำที่สำคัญไว้ดังนี้
- เริ่มต้นจากสเกลเล็กๆ อย่าเพิ่งทุ่มเงินก้อนใหญ่ ให้เริ่มลองเลี้ยงเพียง 1–2 ถังก่อน เพื่อทดสอบว่าเรามีเวลาดูแลและรับภาระงานไหวหรือไม่ หากไปต่อได้ค่อยขยายสเกล
- ควบคุมความหนาแน่นให้เหมาะสม แม้ตามหลักวิชาการ น้ำ 1 ลูกบาศก์เมตร (1 คิว) จะสามารถเลี้ยงปลาได้สูงสุดประมาณ 600 ตัว แต่สำหรับมือใหม่ที่การบริหารจัดการน้ำยังไม่แม่นยำ แนะนำให้ปล่อยปลาเพียง 200–300 ตัวต่อคิว เพื่อลดความเสี่ยงปลาหนาแน่นเกินไปจนน้ำเสีย
- ระบบสำรองไฟฟ้าคือสิ่งจำเป็น เนื่องจากปลาชะโอนเป็นปลาที่ต้องการออกซิเจนสูง หากเกิดเหตุไฟดับเกิน 1–2 ชั่วโมง ปลาจะเริ่มขาดอากาศและทยอยตายได้ ฟาร์มจำเป็นต้องเตรียมระบบ Inverter แปลงกระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่รถยนต์ 12V ไว้ต่อเข้ากับปั๊มลมเพื่อรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินเสมอ
- มองการตลาดก่อนเริ่มเลี้ยง ต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่าจะผลิตปลาออกไปขายให้ใคร เพราะหากเลี้ยงรอดจนได้ผลผลิตเต็มบ่อแต่ไม่มีช่องทางขาย ต้นทุนค่าอาหารจะบวมขึ้นเรื่อยๆ
เปลี่ยนพื้นที่ว่าง ให้กลายเป็นโอกาสทางรายได้


เรื่องราวการเลี้ยงปลาชะโอนของคุณบอย เป็นตัวอย่างของการทำเกษตรยุคใหม่ที่ใช้พื้นที่น้อย แต่เน้นการบริหารจัดการ นวัตกรรม และการสร้างมูลค่าเพิ่ม แม้การทำอาชีพเสริมควบคู่กับงานประจำจะเหน็ดเหนื่อยกว่าคนอื่น แต่ผลตอบแทนที่ได้รับกลับมาในรูปแบบของรายได้ก้อนโตและความสุขในการผันเวลาว่างให้เป็นเงิน ก็ถือเป็นความสำเร็จที่คุ้มค่า และเป็นแรงบันดาลใจชั้นดีให้กับใครก็ตามที่กำลังมองหาโอกาสในการสร้างอาชีพเสริมที่บ้านของตนเอง
หากสนใจเทคนิคและผลิตภัณฑ์จากฟร์มปลาชะโอน สามารถติดต่อได้ที่
📌 ช่องทางการติดต่อฟาร์มคุณบอย:
Facebook: ฟาร์มปลาชะโอนแท้ 100% พิษณุโลก
เบอร์โทรศัพท์: 086-930-2630 (คุณบอยรับสายและให้คำปรึกษาเองโดยตรง)
………………………………………
เกษตรสัญจร สื่อเกษตรยุคใหม่ แหล่งข้อมูลสาระที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง
รวมเรื่องเด็ด เกษตรกูรู ศูนย์รวมความรู้และเทคนิคการทำเกษตร
ติดตามเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับเกษตรเพิ่มเติมได้ที่ :
𝗙𝗮𝗰𝗲𝗯𝗼𝗼𝗸: เกษตรสัญจร
𝗬𝗼𝘂𝗧𝘂𝗯𝗲: youtube.com/c/Kasetsanjorn
𝗧𝗶𝗸𝗧𝗼𝗸: tiktok.com/@kasetsanjorn
𝗦𝗵𝗼𝗽𝗲𝗲: shopee.co.th/kasetsanjorn
𝗟𝗜𝗡𝗘 𝗢𝗳𝗳𝗶𝗰𝗶𝗮𝗹: @kasetsanjorn
𝗕𝗹𝗼𝗰𝗸𝗱𝗶𝘁: blockdit.com/kasetsanjorn/
𝗧𝘄𝗶𝘁𝘁𝗲𝗿: twitter.com/kasetsanjorn/
𝗪𝗲𝗯𝘀𝗶𝘁𝗲: kasetsanjorn.com







