• หน้าหลัก
  • ร้านค้า
  • เข้าสู่ระบบเรียนออนไลน์
  • หลักสูตรอบรม
  • เกี่ยวกับเรา
  • เงื่อนไขและนโยบายข้อมูลส่วนบุคลล (PDPA)
เกษตรสัญจร - Kasetsanjorn
  • หน้าหลัก
  • ข่าวเกษตร
  • บทความ
    • เกษตรเคล็ดลับ
    • สมาร์ทฟาร์ม
    • เกษตรกูรู
    • พืชเศรษฐกิจใหม่
    • เกษตรกรหญิง
  • ร้านค้า
  • หลักสูตรอบรม
  • เข้าสู่ระบบเรียนออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • Contact Us
    • เงื่อนไขและนโยบายข้อมูลส่วนบุคลล (PDPA)
No Result
View All Result
  • หน้าหลัก
  • ข่าวเกษตร
  • บทความ
    • เกษตรเคล็ดลับ
    • สมาร์ทฟาร์ม
    • เกษตรกูรู
    • พืชเศรษฐกิจใหม่
    • เกษตรกรหญิง
  • ร้านค้า
  • หลักสูตรอบรม
  • เข้าสู่ระบบเรียนออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • Contact Us
    • เงื่อนไขและนโยบายข้อมูลส่วนบุคลล (PDPA)
No Result
View All Result
เกษตรสัญจร
No Result
View All Result
Home บทความ

เปลี่ยนโรงรถข้างบ้านให้กลายเป็น“ฟาร์มปลาชะโอน” สร้างรายได้เสริม! 

เกษตรสัญจรออนไลน์ by เกษตรสัญจรออนไลน์
สิงหาคม 16, 2026
in บทความ, เกษตรกูรู, เกษตรเคล็ดลับ
0
เปลี่ยนโรงรถข้างบ้านให้กลายเป็น“ฟาร์มปลาชะโอน” สร้างรายได้เสริม! 
0
SHARES
36
VIEWS
Share on FacebookShare on TwitterShare on LINE

 

 

ถอดสูตรสำเร็จการเลี้ยง “ปลาชะโอน” อาชีพเสริมทำเงิน ในยุคที่การมองหาอาชีพที่เสริม กลายมาเป็นหลักประกันความมั่นคงทางรายได้ การบริหารจัดการพื้นที่ว่างรอบตัวให้เกิดประโยชน์สูงสุดจึงเป็นแนวทางที่น่าสนใจ โดย คุณบอย ราชพงษ์ เพ็งเพชร เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาชะโอนจังหวัดพิษณุโลก และทำงานเป็นพนักงานราชการเป็นอาชีพหลัก ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าพื้นที่เล็กๆ บริเวณข้างบ้านขนาดเพียง 10 × 2 เมตร หรือเท่ากับช่องจอดรถยนต์เพียง 1 คัน สามารถแปลงสภาพให้กลายเป็นฟาร์มเลี้ยง “ปลาชะโอน” ในระบบน้ำหมุนเวียนแบบปิด ซึ่งสร้างรายได้เสริมก้อนโตต่อรอบการจับได้อย่างงดงาม

บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกแง่มุมของการเปลี่ยนงานอดิเรกให้กลายเป็นอาชีพเสริม ตั้งแต่วิธีคิด การบริหารจัดการเวลาสำหรับคนทำงานประจำ เทคนิคการเลี้ยง ต้นทุน-กำไร ตลอดจนกลยุทธ์การตลาดที่ทำให้ฟาร์มเล็กๆ ข้างบ้านแห่งนี้ประสบความสำเร็จ

 

จุดเริ่มต้นในการทำฟาร์มปลาชะโอน

จุดเริ่มต้นของคุณบอยมาจากการเป็นคนชอบตกปลาในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ จนกระทั่งวันหนึ่งมีโอกาสเดินทางไปภาคใต้และได้ทดลองชิมเมนูจาก “ปลาชะโอน” ซึ่งเป็นปลาเนื้ออ่อนรสชาติดีและเป็นเมนูแนะนำราคาสูงตามร้านอาหารชื่อดัง แต่เมื่อมองกลับมาในพื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือกลับพบว่า เมนูปลาชะโอนหากินได้ยากมาก และเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาชนิดนี้ยังมีน้อยเนื่องจากข้อมูลวิชาการและการเพาะเลี้ยงค่อนข้างจำกัด

ด้วยความตั้งใจที่จะใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และอยากลองทำเกษตร คุณบอยจึงเริ่มต้นใช้พื้นที่โรงรถข้างบ้านนำถังพลาสติกขนาด 2,000 ลิตร จำนวน 2 ถัง มาติดตั้งเป็นระบบทดลองเลี้ยง โดยเริ่มแรกปล่อยลูกปลาเพียง 200 ตัวเพื่อดูแนวโน้มและความเป็นไปได้ แม้ในช่วงแรกครอบครัวจะไม่เห็นด้วยเพราะต้องเสียพื้นที่จอดรถและมองว่าอาจจะเลี้ยงไม่รอด แต่คุณบอยก็มุ่งมั่นศึกษาความรู้เพิ่มเติม

เนื่องจากข้อมูลการเลี้ยงปลาชะโอนในอินเทอร์เน็ตมีน้อยมาก คุณบอยจึงติดต่อไปยังกรมประมง และต่อมาได้เข้าอบรมหลักสูตรการเลี้ยงปลาชะโอนในระบบน้ำหมุนเวียนแบบปิดกับ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และถือเป็นนักเรียนรุ่นแรกที่นำความรู้เรื่องการเตรียมอาหารสัตว์น้ำ การเพาะไรแดง การทำน้ำเขียว และการบริหารจัดการระบบน้ำมาปรับใช้ในพื้นที่จำกัดที่บ้านอย่างเป็นรูปธรรม จนค่อยๆ ขยายสเกลการเลี้ยงจาก 200 ตัว เป็น 800 ตัว, 4,000 ตัว 

 

การบริหารเวลาฉบับคนทำงานประจำ เลี้ยงปลาอย่างไรไม่ให้กระทบงานหลัก

คำถามสำคัญสำหรับมนุษย์เงินเดือนหรือพนักงานประจำคือ จะเอาเวลาที่ไหนมาดูแล? คุณบอยได้วางระบบการเลี้ยงโดยอิงจากพฤติกรรมธรรมชาติของปลาชะโอนเป็นหลัก ทำให้สามารถทำงานประจำควบคู่ไปกับการเลี้ยงปลาได้อย่างไร้ปัญหา โดยแบ่งเวลดูแลตมพฤติกรรมธรรมชาติของปลาชะโอน ซึ่งปลาชะโอนจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับปลาเนื้ออ่อน มีนิสัยชอบออกหากินในเวลากลางคืน ตั้งแต่หลัง 18:00 น. ไปจนถึงก่อน 06:00 น. คุณบอยจึงจัดโปรแกรมการให้อาหารแบ่งตามช่วงวัยดังนี้

  • ช่วงวัยอ่อน (1–2 เดือนแรก) ปลายังเป็นเด็ก ต้องการสารอาหารสูง จะใช้อาหารเม็ดจิ๋วโปรตีน 42% ให้ประมาณ 4–6 มื้อต่อวัน ในช่วงเวลาทำงานระหว่างวัน คุณบอยแก้ปัญหาโดยการติดตั้ง เครื่องให้อาหารอัตโนมัติ ช่วยจ่ายอาหารตามเวลา ทำให้ไม่ต้องละทิ้งงานประจำ
  • ช่วงวัยกลาง (3–4 เดือน) ลดระดับโปรตีนลงมาเหลือ 40% ให้ อาหาร 3–4 มื้อต่อวัน โดยเน้นให้อาหารช่วง6 โมงเย็นและ 6 โมงเช้า 
  • ช่วงวัยพร้อมจับขาย (5–6 เดือนขึ้นไป) ให้อาหารเสริม 2–3 มื้อต่อวัน โดยแบ่งเป็นรอบเช้ามืดช่วง 06:00 น. ก่อนเตรียมตัวไปทำงาน และรอบค่ำหลังเลิกงานตั้งแต่ 18:00 น. เป็นต้นไป

ด้วยการวางระบบนี้ ทำให้ชีวิตประจำวันของคุณบอยคงเดิม เช้าตื่นมาให้อาหารปลา ทำงานประจำตามปกติ เย็นกลับบ้านมาดูแลระบบและให้อาหารปลา โดยใช้เวลาดูแลถังเลี้ยงจริงเพียงไม่กี่นาทีต่อวันเท่านั้น

 

นวัตกรรมการจัดการระบบน้ำ สะอาด ไร้กลิ่น ไร้คนเฝ้า

หัวใจสำคัญสูงสุดของการเลี้ยงปลาในถังพลาสติกข้างบ้านคือ ระบบน้ำ เพราะถ้าน้ำดี ปลาก็จะเจริญเติบโตดี และไม่สร้างมลภาวะเรื่องกลิ่นรบกวนเพื่อนบ้าน คุณบอยจะทำการตรวจวัดค่าคุณภาพน้ำเป็นประจำทุกๆ 5–7 วัน ซึ่งในอดีต คุณบอยใช้อวนทะเลมือสองเป็นตัวกรองกายภาพ ซึ่งแม้จะดักจับเศษอาหารและขี้ปลาได้ดี แต่ต้องคอยถอดออกมาล้างบ่อยครั้ง ทำให้เหน็ดเหนื่อย ปวดหลัง และเริ่มมีกลิ่นสะสม ปัจจุบันคุณบอยจึงพัฒนาระบบร่วมกับบริษัทเอกชน โดยนำ จุลินทรีย์ร่วมกับสารปรับสภาพน้ำ เข้ามาช่วยย่อยสลายของเสียและกำจัดกลิ่นในบ่อเลี้ยงโดยตรง ทำให้น้ำในถังพลาสติกไร้กลิ่นคาว ไร้กลิ่นโคน และช่วยลดภาระการทำความสะอาดบ่อกรองออกไปได้เกือบทั้งหมด

 

หัวใจสำคัญในการควบคุมคุณภาพน้ำ

คุณบอยจะทำการตรวจวัดค่าคุณภาพน้ำเป็นประจำทุกๆ 5–7 วัน โดยครอบคลุม 5 ค่าสำคัญ ได้แก่

  1. ค่า pH (ความเป็นกรด-ด่าง) ควบคุมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของปลา
  2. ค่า Alkalinity (อัลคาไลนิตี้) ทำหน้าที่เป็นบัฟเฟอร์คุมไม่ให้ค่า pH แกว่ง
  3. ค่า DO ออกซิเจนละลายน้ำ ปลาชะโอนเป็นปลาที่ต้องการออกซิเจนสูงกว่าปลาทั่วไป เนื่องจากถิ่นกำเนิดเดิมอยู่น้ำไหล จึงต้องคุมค่าออกซิเจนให้สูงและเพียงพอตลอด 24 ชั่วโมง
  4. ค่า แอมโมเนีย และ ไนไตรต์ คือ ค่าของเสียในระบบ ต้องควบคุมให้เป็น 0 เพื่อป้องกันปลาช็อคหรือชะงักการเติบโต

 

ถอดสูตรตัวเลข ต้นทุน รายได้ และกำไรต่อรอบการเลี้ยง

การเลี้ยงปลาชะโอนในระบบถังพลาสติกข้างบ้าน มีโครงสร้างต้นทุนและผลตอบแทนที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับพื้นที่ที่ใช้ โดยคิดคำนวณต่อ 1 ชุดเลี้ยง (ประกอบด้วยถังพลาสติกเชื่อมต่อกัน ใช้เวลาเลี้ยงรอบละประมาณ 6–7 เดือน) ดังนี้

 

โครงสร้างต้นทุน (ต่อ 1 รอบการเลี้ยง)

  • ค่าอาหารปลา ใช้ประมาณ 240–260 กิโลกรัม คิดเป็นเงินประมาณ 10,000 บาท
  • ค่าพันธุ์ลูกปลา เลือกใช้ขนาด 3–5 ซม. คิดเป็นเงินประมาณ 6,000 – 8,000 บาท
  • ค่าน้ำและค่าไฟฟ้า เฉลี่ยเดือนละ 500 บาท (รวม 6-7 เดือน/1รอบจำหน่าย) ประมาณ 3,000 – 3,500 บาท
  • รวมต้นทุนผันแปรทั้งหมด ประมาณ 20,000 บาท / รอบ

 

ผลตอบแทนและรายได้

เมื่อเลี้ยงครบกำหนด จะจับปลาเนื้อได้ประมาณ 150 – 160 กิโลกรัม ต่อชุดเลี้ยง โดยมีโครงสร้างราคาขายแบ่งตามกลุ่มลูกค้า

  • ราคาขายปลีก (ปลาสดมีชีวิตหน้าฟาร์ม) 400 บาท / กิโลกรัม
  • ราคาขายส่ง (ปริมาณ 10 กิโลกรัมขึ้นไป) 350 บาท / กิโลกรัม
  • ราคาขายส่งร้านอาหาร (ปริมาณ 50–100 กิโลกรัม) 300 บาท / กิโลกรัม

 

สรุปกำไรสุทธิ หลังหักลบค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว ฟาร์มจะเหลือกำไรสุทธิประมาณ 30,000 – 40,000 บาท ต่อรอบการเลี้ยง ต่อ 1 ชุดเลี้ยง นอกจากนี้ยังสามารถสร้างรายได้เพิ่มจากการคัดเกรดขายเป็นพ่อแม่พันธุ์ให้กับฟาร์มอื่นๆ ได้อีกด้วย

 

ถอดกลยุทธ์การตลาดและการสร้างมาตรฐานเพิ่มมูลค่า

คุณบอยเน้นย้ำสัจธรรมข้อหนึ่งของการทำเกษตรยุคใหม่ว่า “การเลี้ยงให้รอดว่ายากแล้ว แต่การขายให้ได้ราคานั้นยากยิ่งกว่า” ในช่วงเริ่มต้น คุณบอยเคยนำสินค้าไปเสนอตามตลาดสด ตลาดนัด หรือเดินเข้าหาพ่อค้าคนกลางและร้านอาหารโดยตรง แต่กลับพบอุปสรรคสำคัญคือ ร้านอาหารส่วนใหญ่ยังไม่รู้จักปลาชะโอน ไม่รู้จะนำไปทำเมนูอะไร ทำให้ถูกปฏิเสธและเสียความรู้สึก คุณบอยจึงตัดสินใจเปลี่ยนกลยุทธ์การตลาดใหม่ทั้งหมด โดยหันมาใช้ การตลาดออนไลน์ 

 

1. การทำคอนเทนต์สร้างตัวตนผ่านสื่อโซเชียล

คุณบอยสร้างช่องทาง Facebook Page และ TikTok เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวการเลี้ยงปลาชะโอนข้างบ้านอย่างโปร่งใส นำเสนอตั้งแต่เทคนิคการเลี้ยง การดูแลระบบน้ำ ไปจนถึงเมนูอาหาร ผลปรากฏว่าได้รับกระแสตอบรับที่ดีมาก มีทั้งเกษตรกรติดต่อขอซื้อลูกพันธุ์ ผู้บริโภคติดต่อขอซื้อปลาสด และร้านอาหารติดต่อขอซื้อเป็นวัตถุดิบอย่างต่อเนื่อง

2. การยกระดับด้วยมาตรฐานฟาร์ม

เพื่อสร้างความแตกต่างและเพิ่มความน่าเชื่อถือ คุณบอยได้ยื่นขอรับรองมาตรฐานฟาร์มจนผ่านการรับรอง มคส. 7436-2563 (มาตรฐานการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อการบริโภค) จากกรมประมงและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงการขอมาตรฐาน Q Market ซึ่งช่วยให้ร้านอาหารที่ซื้อปลาจากฟาร์มสามารถสแกนย้อนกลับ ตรวจสอบที่มาของวัตถุดิบได้ว่าผลิตมาจากฟาร์มที่ได้มาตรฐานและปลอดภัย สร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคและดันราคาขายให้สูงขึ้นได้

 

ข้อควรระวังและคำแนะนำสำหรับมือใหม่ที่ต้องการเริ่มต้น

สำหรับผู้ที่สนใจอยากใช้พื้นที่ว่างข้างบ้านเริ่มเลี้ยงปลาชะโอน คุณบอยได้ให้ข้อคิดและคำแนะนำที่สำคัญไว้ดังนี้

  1. เริ่มต้นจากสเกลเล็กๆ อย่าเพิ่งทุ่มเงินก้อนใหญ่ ให้เริ่มลองเลี้ยงเพียง 1–2 ถังก่อน เพื่อทดสอบว่าเรามีเวลาดูแลและรับภาระงานไหวหรือไม่ หากไปต่อได้ค่อยขยายสเกล
  2. ควบคุมความหนาแน่นให้เหมาะสม แม้ตามหลักวิชาการ น้ำ 1 ลูกบาศก์เมตร (1 คิว) จะสามารถเลี้ยงปลาได้สูงสุดประมาณ 600 ตัว แต่สำหรับมือใหม่ที่การบริหารจัดการน้ำยังไม่แม่นยำ แนะนำให้ปล่อยปลาเพียง 200–300 ตัวต่อคิว เพื่อลดความเสี่ยงปลาหนาแน่นเกินไปจนน้ำเสีย
  3. ระบบสำรองไฟฟ้าคือสิ่งจำเป็น เนื่องจากปลาชะโอนเป็นปลาที่ต้องการออกซิเจนสูง หากเกิดเหตุไฟดับเกิน 1–2 ชั่วโมง ปลาจะเริ่มขาดอากาศและทยอยตายได้ ฟาร์มจำเป็นต้องเตรียมระบบ Inverter แปลงกระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่รถยนต์ 12V ไว้ต่อเข้ากับปั๊มลมเพื่อรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินเสมอ
  4. มองการตลาดก่อนเริ่มเลี้ยง ต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่าจะผลิตปลาออกไปขายให้ใคร เพราะหากเลี้ยงรอดจนได้ผลผลิตเต็มบ่อแต่ไม่มีช่องทางขาย ต้นทุนค่าอาหารจะบวมขึ้นเรื่อยๆ

 

เปลี่ยนพื้นที่ว่าง ให้กลายเป็นโอกาสทางรายได้

เรื่องราวการเลี้ยงปลาชะโอนของคุณบอย เป็นตัวอย่างของการทำเกษตรยุคใหม่ที่ใช้พื้นที่น้อย แต่เน้นการบริหารจัดการ นวัตกรรม และการสร้างมูลค่าเพิ่ม แม้การทำอาชีพเสริมควบคู่กับงานประจำจะเหน็ดเหนื่อยกว่าคนอื่น แต่ผลตอบแทนที่ได้รับกลับมาในรูปแบบของรายได้ก้อนโตและความสุขในการผันเวลาว่างให้เป็นเงิน ก็ถือเป็นความสำเร็จที่คุ้มค่า และเป็นแรงบันดาลใจชั้นดีให้กับใครก็ตามที่กำลังมองหาโอกาสในการสร้างอาชีพเสริมที่บ้านของตนเอง

 

หากสนใจเทคนิคและผลิตภัณฑ์จากฟร์มปลาชะโอน สามารถติดต่อได้ที่

📌 ช่องทางการติดต่อฟาร์มคุณบอย:

Facebook: ฟาร์มปลาชะโอนแท้ 100% พิษณุโลก

เบอร์โทรศัพท์: 086-930-2630 (คุณบอยรับสายและให้คำปรึกษาเองโดยตรง)

 

 

 

 

……………………………………… 

เกษตรสัญจร สื่อเกษตรยุคใหม่ แหล่งข้อมูลสาระที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง 

รวมเรื่องเด็ด เกษตรกูรู ศูนย์รวมความรู้และเทคนิคการทำเกษตร 

ติดตามเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับเกษตรเพิ่มเติมได้ที่ : 

𝗙𝗮𝗰𝗲𝗯𝗼𝗼𝗸: เกษตรสัญจร

𝗬𝗼𝘂𝗧𝘂𝗯𝗲: youtube.com/c/Kasetsanjorn

𝗧𝗶𝗸𝗧𝗼𝗸: tiktok.com/@kasetsanjorn

𝗦𝗵𝗼𝗽𝗲𝗲: shopee.co.th/kasetsanjorn

𝗟𝗜𝗡𝗘 𝗢𝗳𝗳𝗶𝗰𝗶𝗮𝗹: @kasetsanjorn

𝗕𝗹𝗼𝗰𝗸𝗱𝗶𝘁: blockdit.com/kasetsanjorn/

𝗧𝘄𝗶𝘁𝘁𝗲𝗿: twitter.com/kasetsanjorn/ 

𝗪𝗲𝗯𝘀𝗶𝘁𝗲:  kasetsanjorn.com

  • FacebookFacebook
  • XTwitter
  • LINELine
Tags: ปลาชะโอนรายได้เสริมอาชีพเสริมเลี้ยงปลาข้างบ้านเลี้ยงปลาในถังพลาสติก
เกษตรสัญจรออนไลน์

เกษตรสัญจรออนไลน์

Related Posts

แจกสูตรน้ำหมัก จุลินทรีย์หน่อกล้วย และปุ๋ยพืชสดบำรุงดิน

แจกสูตรน้ำหมัก จุลินทรีย์หน่อกล้วย และปุ๋ยพืชสดบำรุงดิน

สิงหาคม 9, 2026
depa ลุยปั้นเกษตรกรดิจิทัลต่อเนื่องกว่า 350 ราย เดินหน้าต่อชัยภูมิ รุ่นที่ 4 ขับเคลื่อนเกษตรดั้งเดิม สู่เกษตรอัจฉริยะ

depa ลุยปั้นเกษตรกรดิจิทัลต่อเนื่องกว่า 350 ราย เดินหน้าต่อชัยภูมิ รุ่นที่ 4 ขับเคลื่อนเกษตรดั้งเดิม สู่เกษตรอัจฉริยะ

สิงหาคม 6, 2026
จากนกกระจอกเทศ 3 ตัว สู่ฟาร์ม 8 ไร่ อาชีพเกษตรทางเลือกของสาวขอนแก่น 

จากนกกระจอกเทศ 3 ตัว สู่ฟาร์ม 8 ไร่ อาชีพเกษตรทางเลือกของสาวขอนแก่น 

สิงหาคม 2, 2026
ทางเลือกใหม่! เลี้ยง “หนอนแมลงวันลาย BSF” เปลี่ยนขยะเศษอาหารเป็นเงิน ลดต้นทุนฟาร์ม

ทางเลือกใหม่! เลี้ยง “หนอนแมลงวันลาย BSF” เปลี่ยนขยะเศษอาหารเป็นเงิน ลดต้นทุนฟาร์ม

กรกฎาคม 26, 2026
depa ลุยอีสานตอนกลาง ปั้นเกษตรกรสู่ “ผู้บังคับโดรนเกษตรมืออาชีพ” พร้อมยกระดับระบบนิเวศเศรษฐกิจดิจิทัล

depa ลุยอีสานตอนกลาง ปั้นเกษตรกรสู่ “ผู้บังคับโดรนเกษตรมืออาชีพ” พร้อมยกระดับระบบนิเวศเศรษฐกิจดิจิทัล

กรกฎาคม 25, 2026
ทางเลือกใหม่! ปลูก “มันหวานญี่ปุ่น” พืชสร้างเงิน ราคาดีกว่ามันทั่วไป 3 เท่า

ทางเลือกใหม่! ปลูก “มันหวานญี่ปุ่น” พืชสร้างเงิน ราคาดีกว่ามันทั่วไป 3 เท่า

กรกฎาคม 19, 2026

Browse by Category

  • advertorial
  • ข่าวเกษตร
  • บทความ
  • พืชเศษรฐกิจใหม่
  • ยังสามารถ
  • สมาร์มฟาร์ม
  • หลักสูตรอบรม
  • เกษตรกรหญิง
  • เกษตรกูรู
  • เกษตรสัญจรคลิป
  • เกษตรเคล็ดลับ
CLICK TO VERIFY: This site uses a GlobalSign SSL Certificate to secure your personal information.
Facebook Twitter Youtube Line

© 2022 เกษตรสัญจร

Welcome Back!

OR

Login to your account below

Forgotten Password? Sign Up

Create New Account!

OR

Fill the forms below to register

All fields are required. Log In

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In

Add New Playlist

No Result
View All Result
  • หน้าหลัก
  • ร้านค้า
  • เข้าสู่ระบบเรียนออนไลน์
  • หลักสูตรอบรม
  • เกี่ยวกับเรา
  • เงื่อนไขและนโยบายข้อมูลส่วนบุคลล (PDPA)

© 2022 เกษตรสัญจร


Warning: Attempt to read property "user_url" on bool in /home/zdfcszwp/public_html/kasetsanjorn.com/wp-content/plugins/wp-seo-structured-data-schema-pro/lib/functions/KcSeoOptions.php on line 7