

ในยุคที่การทำเกษตรแบบเดิมๆ เริ่มมีข้อจำกัดทั้งเรื่องพื้นที่ ราคาผลผลิตที่ไม่แน่นอน และภาระค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น “เกษตรทางเลือก” จึงกลายเป็นทางรอดใหม่ที่น่าจับตามอง เกษตรสัญจร ได้มีโอกาสพูดคุยกับ คุณโบว์) เจ้าของ โบวี่ฟาร์ม นกกระจอกเทศ หญิงสาวรุ่นใหม่ที่กล้าเปลี่ยนแนวคิด ทิ้งชีวิตงานประจำในสนามบิน แล้วหันกลับมาพัฒนาพื้นที่บ้านเกิด จนสามารถขยายฟาร์มนกกระจอกเทศและสัตว์แปลก (Exotic Pets) บนเนื้อที่กว่า 8 ไร่ได้อย่างยั่งยืน
จุดเริ่มต้น จากวิกฤตครอบครัว สู่โอกาสในสายอาชีพใหม่


คุณโบว์เล่าว่า หลังจากเรียนจบระดับปริญญาตรี ได้เริ่มทำงานประจำที่สนามบิน แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อคุณพ่อซึ่งอยู่ในวัยเกษียณประสบอุบัติเหตุลื่นล้มในช่วงฤดูฝน ทำให้ไม่มีใครดูแล คุณโบว์จึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำเพื่อกลับมาอยู่บ้านดูแลคุณพ่อ
ในช่วงที่กลับมาอยู่บ้านและยังไม่มีอาชีพหลัก คุณโบว์ได้รับการแนะนำให้ลองเลี้ยง นกกระจอกเทศ ซึ่งในขณะนั้นถือเป็นเรื่องใหม่มาก โดยเริ่มต้นทดลองเลี้ยงเพียง 3 ตัวแรก เท่านั้น แต่ด้วยโครงสร้างของนกกระจอกเทศที่เติบโตเร็ว สายตาที่ได้เห็นพัฒนาการของสัตว์ และการมองเห็นช่องทางตลาดในอนาคต ทำให้จากนกกระจอกเทศ 3 ตัวแรกในวันนั้น กลายมาเป็น โบวี่ฟาร์ม ที่ดำเนินกิจการมาอย่างยาวนานเข้าสู่ ปีที่ 9 ในปัจจุบัน
ทำไม “นกกระจอกเทศ” ถึงเป็นสัตว์เศรษฐกิจทางเลือกที่น่าสนใจ?


เมื่อเปรียบเทียบการเลี้ยงนกกระจอกเทศกับการทำปศุสัตว์ประเภทอื่น เช่น การเลี้ยงวัว คุณโบว์ได้ชี้ให้เห็นจุดเด่นและข้อได้เปรียบทางการเกษตรหลายประการ
1. อัตราการขยายพันธุ์และขยายผลผลิตสูง
วัว 1 ตัว ให้ลูกได้เพียงปีละ 1 ตัว แต่แม่พันธุ์นกกระจอกเทศ 1-2 ตัว สามารถออกไข่และให้ผลผลิตลูกนกได้มากถึง 20 ฟองต่อปี ทำให้เกษตรกรสามารถต่อยอดและขยายฝูงได้รวดเร็วกว่า
2. ลดต้นทุนค่าอาหาร ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นได้ดี
นกกระจอกเทศเป็นสัตว์กินพืชที่เลี้ยงง่าย สามารถใช้วัชพืชที่เกษตรกรมองข้ามมาเป็นอาหารหลักได้ ไม่ว่าจะเป็น ต้นกล้วยหั่น, ผักตบชวา, หญ้าธรรมดา นำมาสับผสมกับอาหารสัตว์ปีกทั่วไป ช่วยลดภาระค่าอาหารสำเร็จรูปได้อย่างมหาศาล
3. การดูแลไม่ซ้ำซ้อนและจัดการง่าย
การดูแลสุขภาพนกกระจอกเทศคล้ายคลึงกับการเลี้ยงไก่ทั่วไป มีการทำวัคซีนป้องกันโรคสัตว์ปีก เช่น อหิวาต์หรือฝีดาด ส่วนการถ่ายพยาธิใช้วิธีผสมในอาหารให้กินเองตามธรรมชาติ ไม่จำเป็นต้องจับฉีดเหมือนการเลี้ยงสัตว์ใหญ่
โมเดลการสร้างรายได้จากการเลี้ยงนกกระจอกเทศ


ความน่าสนใจของนกกระจอกเทศคือ “เป็นสัตว์ที่สร้างมูลค่าได้ทุกส่วน” โดยโบวี่ฟาร์มวางโมเดลการสร้างรายได้ไว้อย่างหลากหลาย
1. ตลาดตัวสัตว์และสายพันธุ์ จำหน่ายตั้งแต่ลูกนกเพิ่งฟัก นกรุ่น จนถึงพ่อแม่พันธุ์สำหรับผู้ที่ต้องการนำไปเลี้ยงต่อ
2. ตลาดเพื่อการบริโภคและอุตสาหกรรมหนัง ส่งออกเนื้อนกกระจอกเทศ รวมถึงอุ้งเท้า ส่วน หนังนกกระจอกเทศ มีแหล่งรับซื้อเฉพาะเพื่อนำไปแปรรูปเป็นกระเป๋าและเครื่องหนังเกรดพรีเมียม
3. การสร้างมูลค่าเพิ่มจากขนนก (High Value Added)
- ขนนกกระจอกเทศสดความยาวประมาณ 40–50 ซม. หากขายเป็นเส้นตรงๆ จะได้ราคาประมาณเส้นละ 70 บาท
- โบวี่ฟาร์มเลือกร่วมมือกับครอบครัว นำขนนกมาแปรรูปเป็น ชุดแสดง, เครื่องประดับ, หมวก และอุปกรณ์การแสดง ส่งตรงให้กับกลุ่มงานคาบาเรต์โชว์ (เช่น คาบาเรต์มิสทิฟฟานี่) ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าขึ้นอีกหลายเท่าตัว
4. เปลือกไข่ ไข่นกกระจอกเทศมีน้ำหนักฟองละกว่า 1 กิโลกรัม ฟองที่ไม่ติดเชื้อจะถูกนำมาทำเป็นของตกแต่ง โมบายแขวน หรือของพรีเมียมสร้างรายได้เสริม
ถอดบทเรียนสู่วิธีการจัดการแบบมืออาชีพ


การทำเกษตรไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ คุณโบว์เปิดเผยว่าในช่วงแรกที่ยังขาดความรู้และความเข้าใจ เคยประสบวิกฤตนกป่วยและตายพร้อมกันมากถึง 50 ตัว ในครั้งเดียว เนื่องจากเป็นมือใหม่ ไม่ทันสังเกตอาการและเลี้ยงรวมกัน ทำให้เชื้อโรคแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว
เทคนิคการดูแลและการสังเกตพฤติกรรมจากประสบการณ์จริง
1. จุดสังเกตอาการป่วย นกกระจอกเทศที่เริ่มป่วยจะมีอาการ ตาปรือ หรือ ตาปิด หากพบต้องรีบแยกออกจากฝูงทันทีเพื่อรักษาและป้องกันการแพร่เชื้อ
2. การดูแลช่วงหน้าฝน ต้องคอยตรวจสอบบริเวณเบ้าตา เพราะโคลนอาจเข้าไปติดเปลือกตา ทำให้ตาอักเสบได้ แก้ไขโดยการใช้น้ำเกลือฉีดล้างเบ้าตาเป็นประจำ
3. การจัดการพฤติกรรมดุร้าย ช่วงฤดูผสมพันธุ์ นกกระจอกเทศตัวผู้จะมีความหวงตัวเมียและดุร้ายเป็นพิเศษ เกษตรกรต้องรู้วิธีเว้นระยะห่าง มีเทคนิคการนำอาหารไปล่ออีกฝั่งก่อนข้ามไปให้อาหาร และหากจำเป็นต้องจับย้ายตัว จะต้องใช้วิธีปิดตานกเพื่อให้อยู่ในความสงบ
วิธีต่อยอด สู่ “ศูนย์เรียนรู้และสวนสัตว์ท่องเที่ยวผสมผสาน”


เพื่อลดความเสี่ยงจากการทำเกษตรเดี่ยว และสร้างแรงดึงดูดให้คนเข้ามาเยี่ยมชมฟาร์มอย่างต่อเนื่อง คุณโบว์ได้นำหลักเกษตรผสมผสานมาปรับใช้ โดยขยายพื้นที่เลี้ยงสัตว์แปลกและสัตว์สวยงามหลากหลายสายพันธุ์ เช่น
- นกอีมู สัตว์ตระกูลใกล้เคียงกัน แต่นิสัยเป็นมิตร สามารถอุ้มและกอดเล่นได้เหมือนสัตว์เลี้ยง
- สัตว์สวยงามและสัตว์หายาก นกแคสโซวารี, นกฟลามิงโก้, หงส์ดำ (Black Swan), นกกระเรียน, นกแก้วมาคอว์
- ไฮไลต์ระดับประเทศ “นกกระจอกเทศเผือก” ซึ่งมีขนสีขาวบริสุทธิ์ทั้งตัว ถือเป็นหนึ่งเดียวในประเทศไทย
- สัตว์เลี้ยงยอดนิยมของเด็กๆ คาบีบาร่า , ม้าแคระ, แพะแคระ พันธุ์ขนาดเล็ก สูงเพียง 30–40 ซม.
ข้อคิดถึงเกษตรกรรุ่นใหม่ และเป้าหมายในอนาคต


คุณโบว์ทิ้งท้ายไว้ว่า การออกมาทำอาชีพเกษตรกรแม้จะเหนื่อย แต่เป็น “งานอิสระ” ที่เราได้ลงมือทำด้วยตนเอง ได้สร้างคุณค่าและต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ได้ไม่จำกัด สำหรับเกษตรกรยุคใหม่ที่ต้องการหาอาชีพเสริมหรือสัตว์ทางเลือก นกกระจอกเทศถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ เพราะใช้แรงงานน้อยกว่าการเลี้ยงสัตว์ใหญ่ ไม่ต้องต้อนปล่อยทุ่ง สามารถเลี้ยงยืนคอกได้ และให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากว่า
สำหรับเป้าหมายในอนาคต โบวี่ฟาร์มกำลังเตรียมขยายสาขาแห่งใหม่ในพื้นที่ จ.ขอนแก่น พร้อมวางแผนพัฒนาสู่การเป็น ฟาร์มเลี้ยงหงส์ (หงส์ดำ-หงส์ขาว) เพื่อต่อยอดเป็นแหล่งท่องเที่ยวและการเรียนรู้ทางเกษตรอย่างครบวงจร
ช่องทางการติดต่อและเยี่ยมชมฟาร์ม


- ฟาร์ม: โบวี่ฟาร์ม นกกระจอกเทศ
- สถานที่ตั้ง: บ้านชัยมงคล อ.พล จ.ขอนแก่น (สามารถค้นหาพิกัดใน Google Maps ด้วยชื่อ “โบวี่ฟาร์ม นกกระจอกเทศ”)
- เบอร์โทรศัพท์: 091-370-5400
………………………………………
เกษตรสัญจร สื่อเกษตรยุคใหม่ แหล่งข้อมูลสาระที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง
รวมเรื่องเด็ด เกษตรกูรู ศูนย์รวมความรู้และเทคนิคการทำเกษตร
ติดตามเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับเกษตรเพิ่มเติมได้ที่ :
𝗙𝗮𝗰𝗲𝗯𝗼𝗼𝗸: เกษตรสัญจร
𝗬𝗼𝘂𝗧𝘂𝗯𝗲: youtube.com/c/Kasetsanjorn
𝗧𝗶𝗸𝗧𝗼𝗸: tiktok.com/@kasetsanjorn
𝗦𝗵𝗼𝗽𝗲𝗲: shopee.co.th/kasetsanjorn
𝗟𝗜𝗡𝗘 𝗢𝗳𝗳𝗶𝗰𝗶𝗮𝗹: @kasetsanjorn
𝗕𝗹𝗼𝗰𝗸𝗱𝗶𝘁: blockdit.com/kasetsanjorn/
𝗧𝘄𝗶𝘁𝘁𝗲𝗿: twitter.com/kasetsanjorn/
𝗪𝗲𝗯𝘀𝗶𝘁𝗲: kasetsanjorn.com







