รู้จักมะพร้าวน้ำหอมบางคล้า


มะพร้าวน้ำหอมบางคล้า เป็นมะพร้าวน้ำหอมที่มีชื่อเสียงในเรื่องรสชาติหวาน หอม และเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกประมาณ 13,000 ไร่
จุดเด่นสำคัญของมะพร้าวน้ำหอมบางคล้าคือการปลูกบนดินน้ำกร่อยร่วมกับระบบร่องสวน ซึ่งช่วยให้สามารถควบคุมปริมาณน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังมีการคัดเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสม ส่งผลให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพสม่ำเสมอ
อย่างไรก็ตาม การจำหน่ายมะพร้าวสดยังมีข้อจำกัดในด้านการกำหนดราคา ดังนั้น การต่อยอดและแปรรูปผลิตภัณฑ์จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ
คุณส้ม ยอดหญิง พรชัยสิทธิ์ Young Smart Farmer เจ้าของสวนมะพร้าวน้ำหอม Coco Cowboy แห่งเมืองแปดริ้ว จึงได้พัฒนามะพร้าวน้ำหอมให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เพิ่มมูลค่าและสร้างโอกาสใหม่ๆ ในตลาดได้อย่างน่าชื่นชม
เทคนิคการต่อยอดและการพัฒนาฟาร์ม
คุณส้ม ยอดหญิง พรชัยสิทธิ์ เป็นเกษตรกรรุ่นที่ 2 ผู้สืบทอดและพัฒนาสวนมะพร้าว Coco Cowboy บนพื้นที่กว่า 80 ไร่ โดยที่สวนมีการดำเนินงานแบบครบวงจร ตั้งแต่การผลิตวัตถุดิบต้นทางจนถึงการแปรรูปผลิตภัณฑ์ปลายทาง


นอกจากการปลูกมะพร้าวน้ำหอมที่มีคุณภาพแล้ว Coco Cowboy ยังได้ต่อยอดเป็น ฟาร์มคาเฟ่ ที่ดึงดูดใจผู้มาเยือน โดยมีเมนูซิกเนเจอร์ ได้แก่
– กาแฟน้ำช่อดอกมะพร้าว ที่ให้รสชาติหอมหวานเป็นเอกลักษณ์
– กาแฟมะพร้าวเผา ที่โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมและความสดชื่น


บริเวณรอบคาเฟ่ยังมีการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวเพื่อเพิ่มมูลค่า เช่น
– ขนมบ้าบิ่น ซึ่งใช้มะพร้าวแก่ที่ไม่สามารถแปรรูปเป็นมะพร้าวเผามาทำให้เกิดประโยชน์
– ไอศกรีมมะพร้าวอ่อน ที่ได้จากการนำเนื้อมะพร้าวอ่อนมาแปรรูปเป็นของหวานสุดพิเศษ
Coco Cowboy จึงเป็นตัวอย่างของฟาร์มที่ผสมผสานการเกษตรแบบดั้งเดิมเข้ากับนวัตกรรมการแปรรูปและการสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้กับผู้มาเยือน
ทำไมถึงตั้งชื่อว่า (CoCo Cowboy Cafe) โคโค่ คาวบอย คาเฟ่


ชื่อ Coco Cowboy มีที่มาจากสองคำที่สะท้อนเอกลักษณ์และแนวคิดของฟาร์มได้อย่างลงตัว Coco มาจากคำว่า “Coconut” ซึ่งแปลว่า “มะพร้าว” สื่อถึงผลิตภัณฑ์หลักของฟาร์ม
Cowboy ในมุมมองของคุณส้ม สะท้อนถึงความเท่และทันสมัย การทำเกษตรในปัจจุบันควรมีภาพลักษณ์ที่โดดเด่นและน่าจดจำ เช่นเดียวกับเกษตรกรในต่างประเทศที่มีสไตล์และความน่าสนใจ
แรงบันดาลใจในการใช้คำว่า “Cowboy” ยังเชื่อมโยงกับ คุณพ่อ ของคุณส้ม ซึ่งชื่นชอบการแต่งตัวสไตล์คาวบอยอยู่เสมอ ความเป็นคาวบอยนี้จึงกลายเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยสร้างจุดเด่นให้กับฟาร์ม Coco Cowboy และทำให้ลูกค้าสามารถจดจำเอกลักษณ์ของฟาร์มได้อย่างง่ายดาย
Coco Cowboy จึงไม่ใช่เพียงฟาร์มมะพร้าวทั่วไป แต่ยังสะท้อนถึงการผสมผสานระหว่างความดั้งเดิมและความเท่ที่ทันสมัยในวิถีเกษตร
มะพร้าวที่ปลูกมีสายพันธุ์อะไรบ้าง ?


ที่ฟาร์ม Coco Cowboy มีการปลูก มะพร้าวน้ำหอมพันธุ์หมูสี ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีจุดเด่นคือ ต้นเตี้ย และลูกมะพร้าวจะออกตั้งแต่บริเวณโคนต้นใกล้กับดิน
ที่มาของชื่อ “หมูสี” มาจากลักษณะเฉพาะของมะพร้าวพันธุ์นี้ที่มีต้นเตี้ยมาก จนถึงขนาดที่หมูสามารถเดินผ่านและถูไถ (สี) กับต้นมะพร้าวได้
ลักษณะการออกลูกของมะพร้าวพันธุ์หมูสีจะเริ่มจาก ทะลายแรกติดดิน และเมื่ออายุมากขึ้น ต้นจะค่อยๆ สูงขึ้นทีละน้อย โดยในระยะเวลา 10 ปีแรก ความสูงของต้นจะอยู่ในระดับที่เกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวได้ง่าย
มะพร้าวน้ำหอมพันธุ์หมูสีนี้ จึงเป็นสายพันธุ์ที่เหมาะสำหรับการปลูกในระบบสวนมะพร้าวน้ำหอมแบบยั่งยืนและสะดวกต่อการดูแลและเก็บเกี่ยว
ที่ฟาร์มมีการดูแลจัดการมาตรฐานฟาร์มยังไงบ้าง ?


ที่ฟาร์ม Coco Cowboy ให้ความสำคัญกับการ ควบคุมคุณภาพตั้งแต่ต้นทาง เริ่มตั้งแต่การจัดการสวนมะพร้าวน้ำหอมไปจนถึงการผลิตที่ได้มาตรฐาน โดยเน้นเรื่อง ความปลอดภัยและคุณภาพ ตามมาตรฐาน GAP (Good Agricultural Practices: การผลิตทางการเกษตรที่ดีและเหมาะสม)
นอกจากนี้ ฟาร์มยังมุ่งมั่นพัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์ด้วยการขอรับรองมาตรฐานต่างๆ เช่น
– GI (ตราสัญลักษณ์บ่งชี้ทางภูมิศาสตร์) เพื่อแสดงถึงเอกลักษณ์และคุณภาพเฉพาะตัวของมะพร้าวน้ำหอม
– GAP (มาตรฐานการผลิตทางการเกษตร) ที่รับรองว่าผลผลิตปลอดภัยและได้คุณภาพ
อีกทั้งยังมีการส่งตรวจวิเคราะห์ คุณค่าทางโภชนาการ และ ความปลอดภัย ของมะพร้าวน้ำหอมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นจากฟาร์มมีมาตรฐานสูงและตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค
ผู้บุกเบิกการทำสวนมะพร้าวรุ่นแรก


คุณพ่อปราณี พรชัยสิทธิ์ เป็นผู้บุกเบิกการทำสวนมะพร้าวน้ำหอม Coco Cowboy ในฐานะเกษตรกรรุ่นแรกของฟาร์ม ซึ่งมีสไตล์เฉพาะตัวที่โดดเด่น โดยมักจะแต่งตัวในชุดคาวบอย ซึ่งสะท้อนถึงเอกลักษณ์และเข้ากับชื่อฟาร์มอย่างลงตัว
สไตล์คาวบอยของคุณพ่อไม่เพียงแต่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่ยังกลายเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยสร้างภาพลักษณ์และจุดเด่นให้กับฟาร์ม Coco Cowboy ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างแบรนด์ที่ลูกค้าจดจำได้ง่าย
ถ้าอยากทำสวนมะพร้าวต้องมีการเตรียมตัวอะไรบ้าง ?


การเริ่มต้นทำสวนมะพร้าวต้องเริ่มจาก การขุดท้องร่อง เพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับการปลูก จากนั้นนำดินที่ขุดขึ้นมาตากแดดให้แห้ง การทำเช่นนี้ช่วยให้อากาศสามารถแทรกซึมเข้าสู่ดินได้ดี เมื่อนำมะพร้าวลงปลูก รากของต้นมะพร้าว จะได้รับอากาศที่เพียงพอ ส่งผลให้ต้นเติบโตได้อย่างรวดเร็ว
ต้นมะพร้าวน้ำหอมพันธุ์หมูสีหม้อ หรือที่เรียกว่า มะพร้าวพันธุ์เตี้ย จะเริ่ม แทงจั่น หลังจากปลูกประมาณ 2 ปี และในปีที่ 3 จะเริ่มให้ผลผลิต ลูกมะพร้าวจะออกเป็นกองอยู่บริเวณโคนต้นใกล้กับดิน ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของมะพร้าวพันธุ์นี้
การทำสวนมะพร้าวในแต่ละวันต้องทำอะไรบ้าง ?


ในช่วงเช้าของทุกวัน จะมีการเดินสำรวจรอบๆ สวนเพื่อสังเกตอาการของต้นมะพร้าว โดยเฉพาะการตรวจสอบ ใบมะพร้าว หากพบว่ามีสี เหลือง แสดงว่าต้นขาดธาตุอาหาร จึงต้องรีบบำรุงด้วยปุ๋ยเพื่อฟื้นฟูทันที นอกจากนี้ยังต้องตรวจสอบ ความชื้นของดิน หากดินมีความชุ่มชื้นแสดงว่าดินในพื้นที่นั้นมีความอุดมสมบูรณ์
สำหรับต้นมะพร้าวไม่จำเป็นต้องรดน้ำบ่อยๆ หากปลูกใน ท้องร่อง เนื่องจาก รากมะพร้าว สามารถขยายไปได้ไกลถึง 2 เมตร เพื่อหาน้ำและแร่ธาตุด้วยตัวเอง ดังนั้นการเติม น้ำจืด ในท้องร่องให้เต็มตลอดจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะในช่วง ปลายฤดูฝน ที่น้ำจืดเริ่มลดลงและน้ำเค็มเริ่มเข้ามา จำเป็นต้องพยายามนำน้ำจืดเติมให้มากที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียหายจากน้ำเค็ม
ในช่วงเวลานี้ยังเป็นช่วงที่ต้องใส่ปุ๋ยบำรุงดิน โดยเลือกใช้ ปุ๋ยสูตรที่เหมาะสมกับดิน ในพื้นที่นั้น และ ปุ๋ยขี้ไก่ เพื่อช่วยเพิ่มความหวานของน้ำมะพร้าวให้ดียิ่งขึ้น
เทคนิคการเลือกต้นพันธุ์มะพร้าว


ต้นมะพร้าวที่ใช้ทำต้นแม่พันธุ์ควรมีอายุ 15 ปีขึ้นไป เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นต้นพันธุ์ที่ ดก และมี รสชาติที่ดี ซึ่งต้นพันธุ์เหล่านี้จะถูกเก็บผลมาใช้ในการขยายพันธุ์ต่อไป นอกจากนี้ ฟาร์มยังได้รับ ใบรับรอง ในเรื่องของสายพันธุ์เนื่องจากมีการปลูกและส่งมอบต้นพันธุ์ให้กับลูกค้าด้วย โดยมีการร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในการตรวจสอบสายพันธุ์ด้วยการ ตรวจดีเอ็นเอ เพื่อรับรองว่าเป็น มะพร้าวน้ำหอมบางคล้า สายพันธุ์แท้
วิธีการเลือกลูกมะพร้าวที่พร้อมเก็บเกี่ยวผลผลิต


การเลือกลูกมะพร้าวจะสังเกตุจากลักษณะของผล โดยสังเกตุได้จาก
วิธีเลือกมะพร้าวอ่อน
- ฟังเสียงเวลาตบเปลือกมะพร้าว มะพร้าวอ่อนจะมีเสียง “ก้อง” เบา ๆ เพราะน้ำด้านในยังเยอะ และเนื้อยังบาง
หากเสียงแน่นหรือทึบ อาจเป็นมะพร้าวแก่ที่เนื้อเริ่มหนา
- สังเกตเปลือกภายนอก มะพร้าวอ่อนจะมีสีเขียวสด เปลือกเรียบ ไม่มีรอยแตกหรือจุดดำ โดยดูบริเวณขั้ว หากขั้วยังสดและสีเขียว มักเป็นมะพร้าวอ่อน
- เช็คน้ำหนักมะพร้าว ซึ่งมะพร้าวอ่อนจะมีน้ำหนักเบากว่ามะพร้าวแก่ เพราะมีน้ำมากกว่าเนื้อ
- ลองเขย่าเบา ๆ หากได้ยินเสียงน้ำชัดเจน แสดงว่าน้ำในลูกยังเยอะ เนื้อยังไม่หนา
วิธีเลือกมะพร้าวแก่
- ฟังเสียงเวลาตบเปลือกมะพร้าว มะพร้าวแก่จะให้เสียง “ทึบ” แน่น ๆ เพราะเนื้อในหนา และน้ำมีน้อยกว่า
- สังเกตเปลือกและสี มะพร้าวแก่จะมีเปลือกแห้ง สีออกน้ำตาล หรือมีรอยแตกลายงาเล็กน้อย
- เช็คน้ำหนักมะพร้าว ซึ่งมะพร้าวแก่จะหนักกว่ามะพร้าวอ่อน เนื่องจากเนื้อหนาขึ้น
- เขย่าลูกมะพร้าว น้ำจะกระฉอกเบา ๆ หรือแทบไม่มีเสียงน้ำเลย เพราะน้ำแห้งไปมาก
สิ่งแรกที่นำมาพัฒนาและปรับเปลี่ยนการทำเกษตรคืออะไร ?


คุณส้มเริ่มต้นด้วยการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำเกษตรแบบเดิมจากสิ่งที่มีอยู่แล้ว โดยการมองหาปัญหาที่สามารถเข้าไปแก้ไขได้ และเริ่มต้นด้วยการเรียนรู้จากพ่อแม่เพื่อช่วยกันหาทางแก้ไขปัญหา โดยในครั้งแรกนั้น คุณส้มได้เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์ก่อน ด้วยการส่งสินค้าเข้าห้างสรรพสินค้าเพื่อศึกษาวิธีการผลิตสินค้าที่มีมาตรฐานและคุณภาพที่ดี ซึ่งการเรียนรู้เหล่านี้ได้นำมาปรับใช้ในการทดลองทำสินค้า
ในการส่งสินค้าเข้าห้าง จะมีสินค้าเกรดรองที่ไม่สามารถส่งเข้าห้างได้ คุณส้มจึงได้นำสินค้าที่อยู่ในเกรดรอง ซึ่งอาจมีผลข้างนอกที่ไม่สวย แต่เนื้อในยังมีคุณภาพดีมาแปรรูป โดยเริ่มต้นจากการทำ ไอศกรีมน้ำมะพร้าวแท้ และต่อยอดไปยังการผลิตสินค้าอื่น ๆ ต่อไป
มีการวางแผนเป้าหมายในอนาคตอย่างไรบ้าง ?


เป้าหมายที่คุณส้มต้องการทำให้เกิดขึ้น คือ การทำให้ คาเฟ่ ของสวนมะพร้าวโคโค่คาวบอย แข็งแกร่งขึ้น และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความ หลากหลาย มากขึ้น พร้อมทั้งสามารถเป็น แบบอย่าง ให้กับพี่น้องเกษตรกรในด้านการทำเกษตรที่ยั่งยืน ในส่วนของคาเฟ่ คุณส้มต้องการพัฒนาคุณภาพสินค้าให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นสถานที่ที่ทุกคนที่มาเยือน จังหวัดฉะเชิงเทรา ต้องมาเยือน สวนมะพร้าวโคโค่คาวบอย
ฝากถึงเกษตรกรมือใหม่ที่อยากยกระดับเป็น Smart Farmer


สิ่งแรกที่สำคัญคือ รักในอาชีพ ที่เราทำ และพยายามสังเกต กระแสสังคม ว่ามีอะไรที่ทันสมัยขึ้นบ้าง ซึ่งเราสามารถนำการทำเกษตรแบบดั้งเดิมมาพัฒนาต่อยอดให้เข้ากับยุคสมัยได้ ปัจจุบันนี้มี โซเชียลมีเดีย ที่ช่วยให้เกษตรกรสามารถสื่อสารกับผู้บริโภคได้ตลอดเวลา ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรสามารถ พึ่งพาตัวเองได้ และสร้างโอกาสใหม่ ๆ
………………………………………
เกษตรสัญจร สื่อเกษตรยุคใหม่ แหล่งข้อมูลสาระที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง
รวมเรื่องเด็ด เกษตรกูรู ศูนย์รวมความรู้และเทคนิคการทำเกษตร
ติดตามเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับเกษตรเพิ่มเติมได้ที่ :
𝗙𝗮𝗰𝗲𝗯𝗼𝗼𝗸: เกษตรสัญจร
𝗬𝗼𝘂𝗧𝘂𝗯𝗲: youtube.com/c/Kasetsanjorn
𝗧𝗶𝗸𝗧𝗼𝗸: tiktok.com/@kasetsanjorn
𝗦𝗵𝗼𝗽𝗲𝗲: shopee.co.th/kasetsanjorn
𝗟𝗜𝗡𝗘 𝗢𝗳𝗳𝗶𝗰𝗶𝗮𝗹: @kasetsanjorn
𝗕𝗹𝗼𝗰𝗸𝗱𝗶𝘁: blockdit.com/kasetsanjorn/
𝗧𝘄𝗶𝘁𝘁𝗲𝗿: twitter.com/kasetsanjorn/
𝗪𝗲𝗯𝘀𝗶𝘁𝗲: kasetsanjorn.com







