โมเดลความสำเร็จจาก “ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ”


ในวันที่โลกก้าวเข้าสู่ยุคเกษตรสมัยใหม่ (Smart Farming) ท่ามกลางความท้าทายจากสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวน “โมเดลมะม่วงนนทบุรี” ได้กลายเป็นต้นแบบสำคัญที่พิสูจน์ให้เห็นว่า การจะยกระดับพืชอัตลักษณ์พื้นเมืองให้กลายเป็นสินค้ามูลค่าสูงนั้น ไม่ได้อาศัยเพียงแค่โชคช่วย แต่ต้องผ่านการบริหารจัดการที่เข้มข้นตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ ซึ่งความสำเร็จของเกษตรกรรมไทยในยุคปัจจุบัน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงแค่ปัจจัยการผลิตที่สมบูรณ์เท่านั้น แต่หัวใจสำคัญอยู่ที่ การบริหารจัดอย่างมีประสิทธิภาพ เช่นเดียวกับ “โมเดลมะม่วงนนทบุรี” ที่สามารถยกระดับ มะม่วงยายกล่ำ สินค้า GI ทรงคุณค่าให้กลายเป็นสินค้าพรีเมียมที่ตลาดต้องการ
โมเดลความสำเร็จนี้เกิดจากการสอดประสานกันของ 3 ส่วนหลัก คือ
- 🌳 ต้นน้ำ (หน่วยงานรัฐ) โดย นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ผู้วางรากฐานนโยบายและนวัตกรรมเพื่อสร้างมาตรฐานการผลิต พร้อมยกระดับเกษตรกรสู่การเป็นผู้ประกอบการเกษตรมืออาชีพ
- 🤝 กลางน้ำ (เกษตรกรเจ้าของสวน) โดย คุณประจวบ เอี่ยมโสต เกษตรกรผู้เชี่ยวชาญเจ้าของสวนมะม่วง ผู้ลงมือปฏิบัติงานด้วยความประณีต ตั้งแต่การดูแลสวนจนถึงการจัดการหลังเก็บเกี่ยว เพื่อรังสรรค์ผลผลิตคุณภาพเกรด A ที่หาตัวจับยาก
- 📈 ปลายน้ำ (เครือข่ายวิสาหกิจชุมชน) โดย คุณสุวภี อุ่มไกร ประธานเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน จ.นนทบุรี ผู้ขับเคลื่อนการตลาดเชิงรุก การสร้างแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ และระบบเงินทุนหมุนเวียนที่เข้มแข็ง
การทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบนี้เองที่กลายเป็นฟันเฟืองสำคัญ ทำให้เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลก
อัตลักษณ์และจุดเด่น “มะม่วงยายกล่ำ นนทบุรี”


มะม่วงยายกล่ำ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ผลไม้ท้องถิ่น แต่คือ “พืชอัตลักษณ์” ที่ได้รับการจดสิทธิบัตรเป็นสินค้า GI (Geographical Indication) ของจังหวัดนนทบุรี ด้วยคุณลักษณะพิเศษที่เกิดจากสภาพดินเหนียวลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ของธาตุอาหารสูง ส่งผลให้มีจุดเด่นที่ยากจะหาพันธุ์ใดมาเทียบเคียง
- มะม่วงยายกล่ำมีลักษณะเด่นคือ ผลอวบอิ่ม ทรงคล้ายรูปหัวใจ หัวผลค่อนข้างมนและมีฐานกว้าง ปลายผลเรียวเล็กน้อย ผิวพรรณนวลเนียนสม่ำเสมอเมื่อผ่านการห่อผลอย่างประณีต
- รสชาติพรีเมียม หวานมัน นี่คือจุดขายที่สำคัญที่สุด รสชาติของยายกล่ำจะมีความพิเศษที่เรียกว่า หวานนำตามด้วยความมันเข้มข้น เนื้อสัมผัสแน่นละเอียด ไม่เละง่าย แม้จะสุกจัดก็ยังมีความหนึบที่พอดี
- สีสันและกลิ่นหอม เมื่อสุกเต็มที่ เนื้อด้านในจะมีสีเหลืองเข้มสวยงาม และมีกลิ่นหอมละมุนที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ฉุนจนเกินไป สร้างความรื่นรมย์ในขณะรับประทาน
- ความหายากและมูลค่า ด้วยพื้นที่ปลูกที่จำกัดเพียงประมาณ 274 ไร่ ในจังหวัดนนทบุรี และมีช่วงเวลาเก็บเกี่ยวที่สั้นมาก (เพียงช่วงเดือนมกราคม – เมษายนของทุกปี) ทำให้มะม่วงยายกล่ำกลายเป็นสินค้าหายากที่ผู้บริโภคระดับพรีเมียมยอมจับจองล่วงหน้า
หาก “ทุเรียนนนท์” คือราชาแห่งผลไม้เมืองนนท์ “มะม่วงยายกล่ำ” ก็เปรียบเสมือนราชินีที่มาพร้อมความประณีต รสชาติที่นุ่มลึก และเป็นสินค้าที่สะท้อนถึงภูมิปัญญาการจัดการเกษตรสมัยใหม่ภายใต้ “นนทบุรีโมเดล” ได้อย่างดี
ต้นน้ำ วิสัยทัศน์และการขับเคลื่อนกลไกภาครัฐ


นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ในมิติของหน่วยงานรัฐที่เป็นฟันเฟืองต้นน้ำ ยุทธศาสตร์สำคัญคือการเปลี่ยนบทบาทเกษตรกรไทยให้ก้าวสู่การเป็น “ผู้ประกอบการเกษตรมืออาชีพ” ที่สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงและคุณภาพได้อย่างเป็นระบบท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลก โดยมีแนวทางสนับสนุนที่ครอบคลุมตั้งแต่การวางโครงสร้างพื้นฐานไปจนถึงเทคนิคการจัดการเชิงลึก ดังนี้
ภาพรวมและโอกาสของมะม่วงพรีเมียมในตลาดโลก
สถานการณ์มะม่วงไทยมีฐานการผลิตใหญ่ถึงประมาณ 3 ล้านตันต่อปี และสร้างมูลค่าการส่งออกได้กว่า 5,000 ล้านบาท โดยเฉพาะในตลาดหลักอย่างเกาหลีใต้และญี่ปุ่น รวมถึงการขยายฐานตลาดใหม่ไปยังซาอุดีอาระเบีย ซึ่งพบว่ามะม่วงไทยมีคุณภาพระดับ “Number One” เมื่อเทียบกับคู่แข่งรายอื่น ยุทธศาสตร์หลักจึงเป็นการรักษามาตรฐานความเป็นพรีเมียมนี้ไว้ให้ยั่งยืน และพัฒนาสินค้าให้มีความโดดเด่นทั้งรสชาติและความปลอดภัย
การรับมือความท้าทายจากสภาพภูมิอากาศ (Climate Change)
การบริหารจัดการผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญและความร้อนจัดถือเป็นภารกิจเร่งด่วน เนื่องจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นส่งผลให้วงจรชีวิตของแมลงศัตรูพืชสั้นลงและขยายพันธุ์ได้รวดเร็วขึ้น เช่น จากเดิม 90 วัน เหลือเพียง 70-75 วัน ภาครัฐจึงเร่งส่งเสริมระบบ “อารักขาพืชแบบผสมผสาน” (IPM) โดยเน้นการใช้ “วิธีทางกล” แทนการใช้สารเคมี เช่น การใช้กับดักแมลงวันทองและการใช้ฮอร์โมน เพื่อตัดวงจรชีวิตแมลงก่อนจะเข้าไปวางไข่ในผลผลิต ช่วยให้ได้มาตรฐานความปลอดภัยที่สอดคล้องกับเกณฑ์ส่งออกและมาตรฐานสินค้า GI


การจัดการไม้ผลและพื้นที่เกษตรกรรมในเขตเมือง
จากข้อกังวลเรื่องการลุกล้ำของสังคมเมืองที่ส่งผลให้พื้นที่เกษตรกรรมลดน้อยลง แนวทางแก้ไขที่สำคัญคือการมุ่งเน้นที่ คุณภาพมากกว่าปริมาณพื้นที่ เนื่องจากพื้นที่ปลูกมะม่วงอัตลักษณ์อย่างมะม่วงยายกล่ำมีจำกัดเพียงประมาณ 274 ไร่ กลยุทธ์หลักจึงเป็นการ เพิ่มผลผลิตต่อหน่วยพื้นที่ ให้สูงขึ้นแทนการขยายพื้นที่ปลูก โดยใช้เทคนิค การจัดการทรงพุ่มแบบสมัยใหม่ (การทำสาว) ควบคุมความสูงของต้นไม่ให้เกิน 2.5 – 3 เมตร เพื่อให้การบริหารจัดการธาตุอาหาร การดูแลโรคแมลง และการเก็บเกี่ยวทำได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มน้ำหนักและขนาดของผลผลิตให้สม่ำเสมอกันทั้งสวน
การบูรณาการเครือข่ายและความยั่งยืนด้วยมาตรฐาน GI
การสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคต้องทำผ่านระบบ “นนทบุรีการันตี” และการยกระดับมาตรฐานสินค้าผ่านการจดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและอัตลักษณ์ที่ชัดเจน นอกจากนี้ยังมีการเชื่อมโยงการทำงานร่วมกับท้องถิ่นและสถาบันการเงิน (ธ.ก.ส.) เพื่อสนับสนุนแหล่งเงินทุนและเทคโนโลยี โดยยึดหลักการว่าสินค้าเกษตรที่ยั่งยืนต้องมีทั้งมาตรฐานและความอร่อย (Delicious) ควบคู่ไปกับระบบการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ที่สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง
กลางน้ำ มุมมองจากผู้ปฏิบัติจริง


คุณประจวบ เอี่ยมโสต เกษตรกรเจ้าของสวนมะม่วง ในมุมมองของผู้ลงมือปฏิบัติจริง หัวใจสำคัญของการได้มะม่วงเกรดพรีเมียมไม่ได้มาจากโชคชะตา แต่มาจากการจัดการที่ละเอียดอ่อนในทุกขั้นตอน เพื่อรักษามาตรฐาน “มะม่วงยายกล่ำ” ให้คงเอกลักษณ์ความอวบอิ่มและรสชาติหวานมันที่เลื่องชื่อ โดยคุณประจวบได้ถ่ายทอดเทคนิคสำคัญไว้ดังนี้
การบริหารจัดการศัตรูพืชด้วย “กลไกธรรมชาติ” ตัดวงจรแมลงวันทอง
ในสภาพอากาศที่ร้อนระอุ ซึ่งเป็นตัวเร่งให้แมลงวันทองขยายพันธุ์ได้รวดเร็วกว่าปกติ คุณประจวบเน้นย้ำว่าการป้องกันสำคัญกว่าการแก้ไข โดยการวางกับดักเชิงรุก ใช้วิธีทำกับดักด้วยขวดพลาสติกใส่ฮอร์โมนล่อแมลง นำไปแขวนกระจายให้ทั่วแปลงตั้งแต่มะม่วงเริ่มติดผล การทำเช่นนี้เป็นการตัดวงจร ไม่ให้แมลงวันทองเข้าไปวางไข่ในผลมะม่วง ซึ่งหากไม่ใช้กับดักเหล่านี้ ผลผลิตอาจเสียหายจนเหลือให้เก็บเกี่ยวไม่ถึง 50% ของสวน แต่การใช้กลไกนี้ช่วยให้ได้ผลผลิตคุณภาพสูงเกือบ 100% โดยไม่ต้องพึ่งพาสารเคมีรุนแรง


เทคนิคการ “ทำสาว” และควบคุมโครงสร้างต้น
หัวใจของการทำให้ต้นมะม่วงไม่แก่และให้ผลผลิตที่สมบูรณ์สม่ำเสมอ คือการบริหารจัดการทรงพุ่ม การตัดแต่งกิ่งหลังเก็บเกี่ยวทันทีที่จบฤดูกาล จะต้องรีบตัดแต่งกิ่งเพื่อ “ทำสาว” ให้กับต้นมะม่วง เพื่อกระตุ้นให้เกิดการแตกใบใหม่และกิ่งใหม่ที่มีความสมบูรณ์สูง และควบคุมความสูง 2.5 – 3 เมตร การคุมความสูงให้อยู่ในระดับที่มือถึง เป็นกลยุทธ์สำคัญที่ทำให้เกษตรกรสามารถ “ห่อผล” ได้อย่างประณีตทุกลูก แม้แต่ลูกที่อยู่บนยอดสุด ซึ่งการห่อผลนี้เองที่เป็นเคล็ดลับทำให้ผิวพรรณของมะม่วงยายกล่ำสวยนวล สม่ำเสมอ ไร้รอยขีดข่วนจากแมลง
การฟื้นฟูบำรุงดินและการจัดการธาตุอาหารแบบอินทรีย์
เพื่อให้ได้รสชาติหวานมันอันเป็นอัตลักษณ์ของมะม่วงยายกล่ำ คุณประจวบให้ความสำคัญกับสิ่งที่ต้นไม้ได้รับจากดิน ได้แก่
- เลือกใช้ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงอย่างมูลไก่ในการปรับปรุงสภาพดินและเติมธาตุอาหารหลัก-รองให้กับต้นไม้ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความแน่นของเนื้อและรูปทรงผลที่อวบอิ่มคล้ายรูปหัวใจ
- ระบบจัดการวัชพืช การดูแลพื้นที่ใต้ทรงพุ่มให้สะอาดและปราศจากวัชพืชอย่างเป็นระบบ เพื่อลดการแย่งชิงอาหารและน้ำในช่วงที่มะม่วงกำลังสะสมน้ำตาล ทำให้ทุกลูกได้รับสารอาหารเต็มที่จนได้น้ำหนักตามเกณฑ์เกรด A
ความพิถีพิถันในกระบวนการเก็บเกี่ยวและคัดเกรด
คุณภาพที่ผู้บริโภคได้รับต้องตรงปกเสมอ กระบวนการหลังเก็บเกี่ยวจึงเข้มงวดไม่แพ้การปลูก ได้แก่
1.การเก็บเกี่ยวที่ระยะแก่จัด 90%
การดูความแก่ของมะม่วงเป็นทักษะที่ต้องอาศัยประสบการณ์ เพื่อให้มั่นใจว่ามะม่วงจะบ่มสุกได้รสชาติหวานที่สุดและไม่เกิดปัญหามะม่วงจืดเมื่อถึงมือลูกค้า
2.ระบบคัดแยกหน้าสวน
มีการคัดกรองเบื้องต้นอย่างละเอียด ผลผลิตที่มีตำหนิหรือขนาดเล็กเกินไปจะถูกแยกออกทันทีเพื่อส่งไปแปรรูปเป็น “ไอศกรีมมะม่วงยายกล่ำ” หรือมะม่วงกวน เพื่อให้มั่นใจว่าเฉพาะผลที่สมบูรณ์แบบที่สุดเท่านั้นที่จะถูกจัดส่งไปยังเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเพื่อบรรจุลงกล่องพรีเมียม
สรุปมุมมอง สำหรับคุณประจวบ การทำสวนมะม่วงไม่ใช่เพียงแค่การปลูกต้นไม้ แต่คือการบริหารจัดการทุกรายละเอียดอย่างเป็นระบบ เพื่อเปลี่ยนต้นทุนทางธรรมชาติให้กลายเป็นรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนสำหรับครอบครัวและชุมชน
ปลายน้ำ กลยุทธ์การตลาดและการสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างยั่งยืน


คุณสุวภี อุ่มไกร ประธานเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน จ.นนทบุรี เผยว่า เมื่อผลผลิตคุณภาพระดับพรีเมียมเดินทางออกจากสวน หน้าที่หลักของฟันเฟืองปลายน้ำ คือการเปลี่ยนผลิตผลทางการเกษตรให้กลายเป็นสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูงที่สุด โดยคุณสุวภีได้เผยถึงกลยุทธ์การบริหารจัดการเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนนนทบุรี ที่ไม่ได้มองแค่การขาย แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศที่เข้มแข็งให้แก่ชุมชน ดังนี้
การยกระดับมาตรฐานสินค้าสู่ “สินค้าเกษตรระดับพรีเมียม”
เครือข่ายฯ มีการวางบรรทัดฐานการคัดกรองสินค้าที่เข้มงวด เพื่อให้มั่นใจว่า “มะม่วงยายกล่ำ” ทุกลูกที่ออกไปสู่ตลาดคือหน้าตาของจังหวัดนนทบุรี โดยมีระบบคัด Grading ที่ชัดเจน มีการกำหนดเกณฑ์น้ำหนักที่แม่นยำ เพื่อสร้างมาตรฐานความน่าเชื่อถือ โดยแบ่งเป็น
- เกรด A: น้ำหนัก 3 ขีดขึ้นไป (บรรจุ 8 ลูกต่อกล่อง)
- เกรด B: น้ำหนักประมาณ 2.5 ขีด (บรรจุ 10 ลูกต่อกล่อง)
การบรรจุภัณฑ์ที่ดี ไม่เพียงแค่การจัดลงกล่อง แต่มีการใช้โฟมตาข่ายกันกระแทกคุณภาพสูงห่อหุ้มทุกลูก เพื่อป้องกันรอยขีดข่วนหรือการช้ำจากการขนส่ง ทำให้สินค้าถึงมือผู้รับในสภาพที่สวยสมบูรณ์แบบ เหมาะสำหรับการเป็นของฝากชั้นเลิศ
กลไกราคาและเงินทุนหมุนเวียนเพื่อความมั่นคงของเกษตรกร
หัวใจสำคัญที่ทำให้เกษตรกรในเครือข่ายยังคงรักษาคุณภาพการผลิตไว้ได้ คือการมีรายได้ที่แน่นอนและเป็นธรรม โดยได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐท้องถิ่น เครือข่ายฯ ได้รับความร่วมมือจาก อบจ. นนทบุรี ในการสนับสนุน “สินเชื่อปลอดดอกเบี้ย” เพื่อนำมาใช้เป็นทุนสำรองในการรับซื้อผลผลิตจากสมาชิกเกษตรกรในช่วงฤดูกาล และรับซื้อผลผลิตจากสมาชิกในราคาที่ไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 90 บาท ซึ่งเป็นราคาที่สูงกว่าท้องตลาดทั่วไปอย่างมาก เพื่อจูงใจให้เกษตรกรตั้งใจดูแลคุณภาพผลผลิต และไม่ต้องกังวลเรื่องการกดราคาจากพ่อค้าคนกลาง


ระบบ “นนทบุรีการันตี” และการสร้างความเชื่อมั่นผ่านการตรวจสอบย้อนกลับ
ความแตกต่างระหว่างมะม่วงทั่วไปกับมะม่วงจากเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน คือความโปร่งใสและการรับรองคุณภาพที่ชัดเจน
1. ใบรับรองคุณภาพ
ในกล่องสินค้าทุกล่องจะมีใบการันตีที่ระบุข้อมูลสำคัญไว้อย่างครบถ้วน ทั้งชื่อเกษตรกรและสวนต้นทาง เพื่อยืนยันว่าผู้บริโภคได้รับประทานมะม่วงยายกล่ำ GI แท้ 100% จากแหล่งกำเนิดที่ถูกต้อง
2. บริการจัดส่งความเร็วสูง
เนื่องจากทางกลุ่มเก็บเกี่ยวมะม่วงที่ความสุก 90% ซึ่งเป็นช่วงที่รสชาติดีที่สุด ระบบโลจิสติกส์จึงต้องทำงานแข่งกับเวลา โดยเน้นให้สินค้าถึงมือผู้ซื้อในวันรุ่งขึ้น เพื่อให้มะม่วงอยู่ในสภาพพร้อมทานพอดี ไม่สุกงอมจนเสียหาย
การบริหารจัดการ Zero Waste และการแปรรูปเพิ่มมูลค่า
กลยุทธ์สุดท้ายคือการทำให้มะม่วงทุกลูกมีมูลค่า ไม่เหลือทิ้งให้เป็นขยะทางการเกษตร
1. การแปรรูป
สำหรับมะม่วงที่มีขนาดเล็กกว่าเกรดมาตรฐาน (เกรด C หรือต่ำกว่า 2 ขีด) เครือข่ายจะนำมาเข้าสู่กระบวนการแปรรูปเป็น “ไอศกรีมมะม่วงยายกล่ำ” และ “เยลลี่มะม่วง” ซึ่งดึงเอาความโดดเด่นของเนื้อที่หวานมันมาสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ติดตลาด
2. การสร้างงานในท้องถิ่น
กระบวนการบรรจุและการแปรรูปยังช่วยสร้างอาชีพและรายได้ให้กับคนว่างงานหรือกลุ่มแม่บ้านในพื้นที่ ให้มีรายได้เสริมจากการช่วยแพ็กสินค้าและดูแลผลิตภัณฑ์ในเครือข่าย
บทสรุป กลยุทธ์ปลายน้ำของคุณสุวภีไม่ได้เน้นเพียงแค่ผลกำไร แต่คือการสร้าง “ความเชื่อมั่น” ให้กับลูกค้า และสร้าง “ความอยู่ดีมีสุข” ให้กับสมาชิกในเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนอย่างยั่งยืนตามแนวทาง “นนทบุรีโมเดล”
บทเรียนความสำเร็จจาก โมเดลมะม่วงนนทบุรี


ความสำเร็จของมะม่วงยายกล่ำ นนทบุรี ในวันนี้ ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการปลูกผลไม้ให้ได้รสชาติดีเพียงอย่างเดียว แต่คือเครื่องพิสูจน์ถึงพลังของการทำงานเชิงบูรณาการที่ไร้รอยต่อ ตั้งแต่ ต้นน้ำ ที่ภาครัฐเข้ามาวางรากฐานและมาตรฐาน กลางน้ำ ที่เกษตรกรทุ่มเทความประณีตในการผลิต และ ปลายน้ำ ที่วิสาหกิจชุมชนขับเคลื่อนการตลาดอย่างชาญฉลาด
โมเดลความสำเร็จนี้ได้เปลี่ยนจาก “พืชท้องถิ่น” ให้กลายเป็น “สินค้าระดับพรีเมียม” ที่สร้างทั้งมูลค่าทางเศรษฐกิจและรักษาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของจังหวัดนนทบุรีไว้ได้อย่างเหนียวแน่น สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่เพียงตัวเลขรายได้ที่เพิ่มขึ้น แต่คือ “ความยั่งยืน” ที่เกิดขึ้นกับทุกชีวิตในห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่เจ้าของสวนไปจนถึงผู้บริโภคที่ได้รับประทานผลผลิตที่ดีที่สุด
มะม่วงยายกล่ำ นนทบุรี จึงไม่ได้เป็นแค่ผลไม้ตามฤดูกาล แต่คือต้นแบบของเกษตรกรรมไทยยุคใหม่ ที่แสดงให้เห็นว่าหากเรามีการจัดการที่ยอดเยี่ยมและหัวใจที่มุ่งมั่น สินค้าเกษตรไทยก็สามารถผงาดได้อย่างสง่างามในทุกเวทีการแข่งขัน
ติดตามรายการ “Green Guide – วงสนทนาสีเขียว” ออกอากาศเป็นประจำ ทุกวันพฤหัสบดี เวลา 08.30 – 08.55 น.
ติดตามรับฟังและรับชมได้ที่:
- วิทยุ: สถานีวิทยุกระจายเสียงเพื่อการเกษตร AM 1386 kHz
- YouTube: AM1386 Radio
- Facebook: AM1386สถานีวิทยุเพื่อการเกษตร
- เว็บไซต์: www.am1386.com
………………………………………
เกษตรสัญจร สื่อเกษตรยุคใหม่ แหล่งข้อมูลสาระที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง
รวมเรื่องเด็ด เกษตรกูรู ศูนย์รวมความรู้และเทคนิคการทำเกษตร
ติดตามเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับเกษตรเพิ่มเติมได้ที่ :
𝗙𝗮𝗰𝗲𝗯𝗼𝗼𝗸: เกษตรสัญจร
𝗬𝗼𝘂𝗧𝘂𝗯𝗲: youtube.com/c/Kasetsanjorn
𝗧𝗶𝗸𝗧𝗼𝗸: tiktok.com/@kasetsanjorn
𝗦𝗵𝗼𝗽𝗲𝗲: shopee.co.th/kasetsanjorn
𝗟𝗜𝗡𝗘 𝗢𝗳𝗳𝗶𝗰𝗶𝗮𝗹: @kasetsanjorn
𝗕𝗹𝗼𝗰𝗸𝗱𝗶𝘁: blockdit.com/kasetsanjorn/
𝗧𝘄𝗶𝘁𝘁𝗲𝗿: twitter.com/kasetsanjorn/
𝗪𝗲𝗯𝘀𝗶𝘁𝗲: kasetsanjorn.com







