จุดเริ่มต้นของ “พรชัยฟาร์มปูนา” จากอาชีพเสริม สู่รายได้ที่มั่นคง


คุณอ๊อด พรชัย ตามลิขิต เจ้าของ “พรชัยฟาร์มปูนา” ต.หนองเสือ จ.ปทุมธานี เริ่มต้นเลี้ยงปูนาเป็นอาชีพเสริมจากงานประจำ ด้วยเหตุผลที่ว่า “ปูนาธรรมชาติเริ่มหายาก” เพราะปูนาเคยถูกมองว่าเป็นศัตรูของนาข้าว จึงถูกกำจัด จนจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ตลาดกลับมีความต้องการสูง ปูนาเริ่มกลายเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สามารถเพาะเลี้ยงได้ง่าย ใช้พื้นที่ไม่มากและดูแลไม่ซับซ้อนเหมาะสำหรับผู้ที่อยากเริ่มต้นทำเกษตรควบคู่ไปกับงานประจำ ซึ่งไม่เพียงแต่เลี้ยงขายเป็นตัวสดเท่านั้น ปูนายังสามารถนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารหลากหลาย หรือแม้แต่เป็นวัตถุดิบในร้านอาหารพื้นบ้าน ยิ่งเพิ่มมูลค่าและโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรยุคใหม่ได้อย่างดีเยี่ยม
ปูนาเริ่มต้นเลี้ยงยากมั้ย ต้องดูแลอะไรบ้าง?


สำหรับใครที่สนใจอยากเริ่มต้นเลี้ยงปูนา สิ่งสำคัญที่ควรพิจารณาคือ สถานที่ และ บริบทของการเลี้ยงว่าเหมาะกับตัวเรามากแค่ไหนโดยเฉพาะเรื่อง “น้ำ” ที่ถือเป็นหัวใจหลักของการเลี้ยงปูนา นอกจากต้องมีน้ำสะอาดหมุนเวียนตลอดเวลาแล้ว ยังต้องเตรียมที่อยู่อาศัยให้ปูรู้สึกปลอดภัย เช่น การทำโพรงหรือแหล่งหลบซ่อน และควรมีระบบจัดการน้ำที่ดี
ที่ “พรชัยฟาร์มปูนา” คุณอ๊อดเริ่มต้นจากการขุดบ่อเลี้ยงและใช้ระบบน้ำธรรมชาติ พร้อมกับซื้อพ่อแม่พันธุ์จำนวน 100 คู่จากฟาร์มเพาะเลี้ยงมาทดลอง เมื่อปูเริ่มตั้งท้อง จึงเริ่มเข้าสู่ขั้นตอนการอนุบาลลูกปู และค่อย ๆ ขยายจำนวนเพิ่มขึ้น
ปัจจุบันฟาร์มมีพ่อแม่พันธุ์มากกว่า 300 คู่ 40 กว่าบ่อ และยังสามารถพัฒนาเป็นอาชีพเสริมที่สร้างรายได้อย่างต่อเนื่องได้อีกด้วย
ทำงานประจำไปด้วย เลี้ยงปูนาไปด้วย ทำได้จริงไหม?


คำตอบคือ “ทำได้” หากมีระบบจัดการฟาร์มที่ดีและเหมาะสม คุณอ๊อด พรชัย ตามลิขิต เจ้าของ “พรชัยฟาร์มปูนา” เลือกเลี้ยงปูนาเป็นอาชีพเสริมจากงานประจำ โดยวางระบบดูแลฟาร์มให้สามารถจัดการได้ด้วยตัวเองในเวลาจำกัด
หัวใจของการบริหารคือระบบน้ำ ซึ่งทางฟาร์มได้ออกแบบระบบให้หมุนเวียนอัตโนมัติ โดยใช้น้ำเติมใหม่เข้าไปทุกวัน พร้อมติดตั้งระบบ โอเวอร์โฟลว์ เพื่อไล่น้ำเสียออกจากบ่อ และเพิ่ม ระบบสปริงเกอร์ ภายในบ่อเลี้ยง เพื่อช่วยฟอกน้ำให้สะอาดอยู่เสมอ
สาเหตุที่ต้องควบคุมคุณภาพน้ำอย่างใกล้ชิด เพราะปูนาได้รับอาหารจำพวกเศษอาหารหรืออาหารปลาดุก ซึ่งอาจทำให้น้ำเน่าเสียและมีไขมันลอยผิวน้ำ หากไม่มีการเปลี่ยนน้ำบ่อย ๆ จะกระทบต่อสุขภาพของปู น้ำที่ถูกระบายออกจากบ่อเลี้ยง ยังถูกนำไปปล่อยลงสู่บ่อบัวซึ่งช่วยบำบัดน้ำเสียตามธรรมชาติอีกทางหนึ่ง เป็นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
เลี้ยงปูนาไม่มีสูตรสำเร็จ ต้องเรียนรู้และปรับให้เข้ากับธรรมชาติ


“การเลี้ยงปูนาไม่มีทฤษฎีตายตัว” ในช่วงเริ่มต้นคุณอ๊อดใช้วิธีสังเกตพฤติกรรมของปูอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นลักษณะการกิน การหลบซ่อน ไปจนถึงช่วงเวลาที่ปูมักเคลื่อนไหวหรือออกหากินพร้อมกับศึกษาข้อมูลจากหลายช่องทาง เช่น ช่องทางออนไลน์และผู้เชี่ยวชาญที่ประสบความเร็จนำมาปรับให้เหมาะสมกับที่ฟาร์มของตัวเอง
การเลี้ยงปูนาไม่สามารถใช้สูตรสำเร็จเดียวกันได้ทุกพื้นที่ เพราะคุณภาพน้ำ สภาพแวดล้อม และปัจจัยทางธรรมชาติมีผลอย่างมากต่อการเจริญเติบโตของปู แต่ละฟาร์มจึงต้องเรียนรู้และปรับตัวให้เหมาะสมกับฟาร์มของตัวเอง ซึ่งที่พรชัยฟาร์มปูนาใช้บ่อเลี้ยงแบบเปิด จึงพบปัญหาเรื่องศัตรูธรรมชาติ โดยเฉพาะนกที่บินมาโจมตีปู ซึ่งต้องแก้ไขด้วยการทำตาข่ายคลุมบ่อเพื่อป้องกัน
อีกหนึ่งปัญหาสำคัญที่พบคือ ปูตัวผู้มักจะตายหลังผสมพันธุ์ โดยเฉลี่ยมากถึง 80% ซึ่งเป็นธรรมชาติของปูนา ฟาร์มจึงต้องวางแผนการเพาะพันธุ์อย่างรอบคอบ พร้อมเสริมพ่อพันธุ์ใหม่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อรักษาสมดุลและเพิ่มโอกาสในการขยายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง
วิธีแยกเพศและสายพันธุ์ของปูนา


การแยกเพศของปูนา สามารถสังเกตได้ง่ายจากลักษณะภายนอก โดยปูตัวผู้จะมีก้ามใหญ่ข้างหนึ่งเด่นชัด ส่วนปูตัวเมีย จะมีก้ามทั้งสองข้างขนาดใกล้เคียงกันและเล็กกว่า อีกจุดหนึ่งที่ใช้แยกเพศได้คือ แผ่นท้อง หรือ จับปิ้ง โดยปูตัวผู้จะมีแผ่นท้องเป็นรูปสามเหลี่ยมยาว ปูตัวเมียจะมีแผ่นท้องลักษณะกลมมนและกว้างกว่า เพื่อใช้ฟักไข่
นอกจากแยกเพศแล้วยังสามารถแยกสายพันธุ์ปูนาได้จากสีเปลือก โดยสายพันธุ์พระเทพ หรือ สายพันธุ์พระราชทาน จะมีสีเปลือกอมม่วง สายพันธุ์กำแพง จะมีสีเปลือกอมสีน้ำตาล ซึ่งโดยทั่วไป ปูนาในระบบฟาร์มจะมีอายุขัยเฉลี่ยประมาณ 14–16 เดือน
การทำบ่อเลี้ยงปูนา เริ่มต้นอย่างไร ?


การเลี้ยงปูนาเริ่มต้นได้ไม่ยาก หากมีการวางแผนและออกแบบบ่อเลี้ยงอย่างเหมาะสม โดยทั่วไปแล้วสามารถเลี้ยงได้ทั้งใน บ่อปูน, บ่อผ้าใบ, และ บ่อดิน ซึ่งแต่ละรูปแบบมีข้อดีต่างกันไป
บ่อปูน เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น มีขนาดแนะนำที่ 2×3 เมตร เริ่มต้นเลี้ยงได้ประมาณ 100 ตัว โดยแบ่งเป็นปูตัวผู้และตัวเมียอย่างละ 50 ตัว หากมีประสบการณ์มากขึ้น สามารถเพิ่มจำนวนเป็น 150 ตัวได้ ก่อนปล่อยพ่อแม่พันธุ์ควรเตรียมบ้านปูด้วยกระเบื้อง เพราะเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำและปูท้องจะไม่ลงน้ำและต้องการที่แห้งสำหรับฟักไข่
นอกจากนั้นปูนายังมีวงจรการท้อง 3 ระยะ ได้แก่ ระยะไข่เหลือง ระยะตัวอ่อน ระยะไข่ดำ ซึ่งช่วงระยะไข่เหลืองถึงตัวอ่อน ห้ามจับหรือเคลื่อนย้ายปู เพราะอาจทำให้ปูสลัดไข่และเกิดความสูญเสีย
ระบบน้ำ เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ต้องมีการวางแผน เช่น การติดตั้ง สปริงเกอร์ เพื่อจำลองสภาพฝนตก ช่วยกระตุ้นให้ปูผสมพันธุ์ และยังช่วยฟอกน้ำเสียจากเศษอาหาร การเลี้ยงในบ่อปูนสามารถกระตุ้นให้ปูผสมพันธุ์ได้ถึงปีละ 3 ครั้ง ในขณะที่บ่อดินจะผสมพันธุ์ได้เพียงปีละครั้ง เนื่องจากปูจะขุดรูและไม่ออกมาในช่วงฤดูผสมพันธุ์
สำหรับผู้ที่มีพื้นที่มากขึ้น สามารถทำ บ่อคัดแยกพันธุ์ ขนาด 3×5 เมตร เพื่อใช้เป็นพื้นที่เพาะขยายพันธุ์โดยเฉพาะ ส่วน บ่อดินจะมีข้อดีตรงที่สามารถปล่อยปูได้จำนวนมากขึ้น และปูสามารถฝังตัวในดินได้ตามธรรมชาติ แต่จะควบคุมได้ยากกว่าบ่อปูน สุดท้าย ควรปลูกพืชน้ำ เช่น ผักตบชวา หรือจอกแหน ลงในบ่อ เพื่อเป็นอาหารเสริมและช่วยให้บรรยากาศใกล้เคียงกับธรรมชาติของปู ช่วยให้ปูมีความเครียดน้อยลงและเลี้ยงง่ายยิ่งขึ้น
นอกจากนั้นการทำระบบน้ำในบ่อปูนจะมีการทำบ่อแบบสโลปเพื่อให้ง่ายต่อการถ่ายน้ำและทำให้น้ำในบ่อมีทั้งความติ้นและลึกซึ่งปูบางตัวจะมีความชอบไม่เหมือนกัน และบริเวณมุมบ่อตวรมีการติดฟิวเจอร์บอร์ดเพื่อป้องกันปูต่อตัวและตกลงมาช้ำ
การให้อาหารปูจะใช้อาหารปลาช่อน เนื่องจากมีโปรตีนสูง ทำให้ปูลอกคราบและมีการเจริญเติบโตที่ดีกว่าการให้อาหารปลาชนิิดอื่น แต่จะมีราคาที่ค่อนข้างสูง และนอกจากนั้นจะมีการให้ซี่โครงไก่สับเพื่อกระตุ้นการลอกคราบโดยจะให้อาหารวันละ 1 ครั้ง
สิ่งสำคัญคือระบบน้ำ หากใช้น้ำจากธรรมชาติจะไม่มีปัญหาเรื่องน้ำแต่หากใช้น้ำประปาควรมีการพักน้ำก่อนนำมาใช้และควรระวังเรื่องน้ำร้อนและน้ำเย็นเกินไปเพราะจะทำให้ปูตายได้
ปูนาทำอะไรได้มากกว่าที่คิด!


ปูนาไม่ใช่แค่นำไปขายเป็นตัวสดเท่านั้น แต่ยังสามารถนำไปสร้างสรรค์เป็นเมนูอาหารได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ปูดอง , ปูดองน้ำปลากวน, อ่องมันปู หรือแม้แต่ น้ำพริกปู ที่จัดจ้านถึงใจ
ที่ “พรชัยฟาร์มปูนา” ยังมีเมนูเด็ดประจำฟาร์มอย่าง ขนมจีนน้ำยาปู ที่ใช้เนื้อปูนาสด ๆ จากฟาร์มมาปรุงอย่างพิถีพิถัน จนกลายเป็นเมนูขึ้นชื่อที่ลูกค้าต้องแวะมาชิม
เลี้ยงปูนาแล้วจะขายให้ใคร? การทำตลาดสำคัญแค่ไหน?


หนึ่งในคำถามยอดฮิตของคนที่สนใจเลี้ยงปูนาคือ “เลี้ยงแล้วจะขายให้ใคร?” แต่แท้จริงแล้ว สิ่งที่ควรโฟกัสก่อนคือ จะเลี้ยงอย่างไรให้มีคุณภาพและปริมาณเพียงพอต่อความต้องการมากกว่าการกังวลเรื่องตลาดตั้งแต่แรกเริ่ม
สิ่งสำคัญคือการสร้างความมั่นใจในตัวเอง วางแผนการเลี้ยงให้ดี และที่ขาดไม่ได้คือ “การสร้างจุดขาย” ให้กับฟาร์มหรือผลิตภัณฑ์ของเรา
ในยุคนี้ ช่องทางออนไลน์ถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Facebook, TikTok, YouTube หรือ Marketplace ต่าง ๆ ที่สามารถใช้ในการโพสต์ขาย แบ่งปันเรื่องราว และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับฟาร์มได้อย่างมีประสิทธิภาพ การ “สร้างตัวตน” ของฟาร์มผ่านโลกออนไลน์จึงเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญ ที่ช่วยให้ผู้บริโภคจดจำและไว้วางใจในสินค้า แม้จะเป็นเกษตรกรรายเล็กก็สามารถมีตลาดและฐานลูกค้าเป็นของตัวเองได้
ปูนาหนึ่งตัว ใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน! เพิ่มมูลค่าได้หลากหลายทาง


ปูนาถือเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้แทบทุกส่วน ไม่ใช่แค่เฉพาะเนื้อเท่านั้น กระดองปูนามักนิยมนำมาใช้เป็นภาชนะสำหรับใส่อ่องปู เพิ่มเสน่ห์ให้กับเมนูพื้นบ้าน หรือบางแห่งยังมีการนำกระดองไปสกัดเพื่อทำผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเครื่องสำอาง ก้ามปูนาที่มีขนาดพอดีมักนำมาย่างขายในรูปแบบอาหารกินเล่นยอดนิยม ส่วนปูขนาดเล็ก จะนำไปทำเป็นปูจ๋าทอดกรอบขายได้ดีในตลาดแปรรูปอาหาร
นอกจากนี้ ปูนาฟาร์มยังได้รับความนิยมในด้านการซื้อไปปล่อยทำบุญ เพราะมีความสะอาด รู้ที่มาแน่ชัด ต่างจากปูนาที่จับจากธรรมชาติ ซึ่งอาจมีสารตกค้างหรือสภาพแวดล้อมที่ไม่แน่นอน การเลี้ยงปูนาในฟาร์มจึงไม่เพียงตอบโจทย์ด้านอาหาร แต่ยังสามารถพัฒนาไปสู่ผลิตภัณฑ์หลากหลาย สร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า
หากสนใจเทคนิคการเลี้ยงปูนาและผลิตภัณฑ์จากพรชัยฟาร์มปูนา สามารถติดต่อได้ที่
โทร : 083-008-6947
Facebook : พรชัยฟาร์มปูนา อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี
Tiktok : pornchai_farmpuna
………………………………………
เกษตรสัญจร สื่อเกษตรยุคใหม่ แหล่งข้อมูลสาระที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง
รวมเรื่องเด็ด เกษตรกูรู ศูนย์รวมความรู้และเทคนิคการทำเกษตร
ติดตามเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับเกษตรเพิ่มเติมได้ที่ :
𝗙𝗮𝗰𝗲𝗯𝗼𝗼𝗸: เกษตรสัญจร
𝗬𝗼𝘂𝗧𝘂𝗯𝗲: youtube.com/c/Kasetsanjorn
𝗧𝗶𝗸𝗧𝗼𝗸: tiktok.com/@kasetsanjorn
𝗦𝗵𝗼𝗽𝗲𝗲: shopee.co.th/kasetsanjorn
𝗟𝗜𝗡𝗘 𝗢𝗳𝗳𝗶𝗰𝗶𝗮𝗹: @kasetsanjorn
𝗕𝗹𝗼𝗰𝗸𝗱𝗶𝘁: blockdit.com/kasetsanjorn/
𝗧𝘄𝗶𝘁𝘁𝗲𝗿: twitter.com/kasetsanjorn/
𝗪𝗲𝗯𝘀𝗶𝘁𝗲: kasetsanjorn.com







