ควายไทยยุคใหม่ จากแรงงานสู่ผู้ผลิตนมคุณภาพ


ควายไทยจากสัตว์เลี้ยงในท้องทุ่ง สู่บทบาทใหม่ที่ไม่ได้เป็นแค่สัตว์เลี้ยงที่ใช้งานเพียงอย่างเดียว แต่กำลังก้าวสู่บทบาทใหม่ในฐานะผู้ผลิตนมควาย เครื่องดื่มที่อุดมไปด้วยสารอาหารสำหรับคนรักสุขภาพ เบื้องหลังความเปลี่ยนแปลงนี้คือวิสัยทัศน์ของคุณโทนี่ (เขมชาติ สอนศิริ) ทายาทฟาร์มสอนศิริฟาร์มควายไทย อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี ที่นำแนวคิดสุดสมาร์ทมาพลิกโฉมฟาร์มให้เป็นมากกว่าสถานที่เลี้ยงสัตว์ แต่กลายเป็นแหล่งผลิตนมคุณภาพและแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรแบบครบวงจร
สอนศิริ ฟาร์มควายไทย จากการไถ่ชีวิต สู่ฟาร์มพัฒนาสายพันธุ์ควายไทยคุณภาพ


สอนศิริ ฟาร์มควายไทยก่อตั้งมากว่า 10 ปี โดยมีจุดเริ่มต้นจากการเลี้ยงวัว แต่เมื่อเวลาผ่านไปพบว่ายังไม่ตอบโจทย์ด้านความสำเร็จทางธุรกิจ จึงเริ่มมองหาทางเลือกใหม่และตัดสินใจไถ่ชีวิตควายจากโรงฆ่าสัตว์มาทดลองเลี้ยง 2 ตัว เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับวัวถึงความแตกต่างและความคุ้มค่าในการเลี้ยง
ควายไทย ซึ่งเป็นสัตว์พื้นถิ่น มีความทนทานและกินหญ้าได้หลากหลายชนิด ทำให้ดูแลง่ายกว่าวัว จากจุดเริ่มต้นเลี้ยงเพื่อความสวยงาม ฟาร์มได้พัฒนาแนวทางการเพาะพันธุ์ควายให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งเมื่อ 10 ปีก่อน ควายตัวใหญ่ในประเทศยังมีจำนวนไม่มาก หากสามารถพัฒนาสายพันธุ์ได้ดี ย่อมเพิ่มมูลค่าให้สูงขึ้น และพัฒนาสู่การผลิตนมควายไทย กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่นำพาฟาร์มสู่ความสำเร็จในวันนี้
การบริหารจัดการครบวงจร จากการเลี้ยงสู่การผลิตนมควายคุณภาพ


ภายในสอนศิริ ฟาร์มควายไทย มีการจัดการโรงเรือนอย่างเป็นระบบ โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็นสัดส่วนชัดเจน เช่น โรงเรือนแม่พันธุ์ที่ตั้งท้องและรอคลอด คอกรีดนมวัว โรงเรือนพ่อพันธุ์ ซึ่งปัจจุบันฟาร์มมีควายไทยรวมกว่า 420 ตัว
จุดเริ่มต้นของการผลิตนมควายที่สอนศิริฟาร์มควายไทยเกิดขึ้นโดยบังเอิญ เมื่อแม่ควายตัวหนึ่งคลอดลูกออกมา แต่ลูกเกิดอ่อนแอและไม่สามารถดูดนมได้ ทางฟาร์มจึงต้องรีดนมออกเพื่อป้องกันปัญหาเต้านมอักเสบ จากนั้นได้ทดลองนำมาผ่านกระบวนการพาสเจอร์ไรซ์ จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการผลิตนมควาย และนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อยอด
โมเดลธุรกิจของฟาร์มสามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนจากหลายช่องทาง ได้แก่ รายได้รายวันจากการจำหน่ายนมควาย รายได้รายสัปดาห์จากการขายมูลควาย รายได้รายเดือนจากการจำหน่ายลูกควาย และรายได้รายปีจากการขายควายสวยงาม ฟาร์มสอนศิริควายไทยจึงเป็นตัวอย่างของการบริหารจัดการฟาร์มที่ครบวงจรและสร้างมูลค่าได้ในทุกมิติ
SIAM BUFF MILK นมควายพรีเมียมจากการดูแลอย่างพิถีพิถันในฟาร์มปิด


การผลิตนมควายคุณภาพพรีเมียมภายใต้แบรนด์ SIAM BUFF MILK ต้องอาศัยความใส่ใจในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การให้อาหาร การดูแลสุขภาพ ไปจนถึงกระบวนการรีดนม ซึ่งแต่ละขั้นตอนล้วนมีความสำคัญต่อคุณภาพของน้ำนม
ฟาร์มใช้ระบบการเลี้ยงแบบฟาร์มปิด ซึ่งช่วยให้การจัดการ ดูแล และรักษาความสะอาดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามการเลี้ยงควายในคอกปูนอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของกีบของควาย เนื่องจากพื้นแข็งทำให้เล็บสึกและกีบบาง เพื่อแก้ปัญหานี้ทางฟาร์มจึงนำแผ่นยางมาปูพื้นทั้งหมด เพื่อลดแรงกระแทกและเพิ่มความสบายให้กับควาย


อีกหนึ่งมาตรการดูแลสุขภาพควายคือการ ติดตั้งระบบสปริงเกอร์ เพื่อให้ความชุ่มชื้นทดแทนการนอนปลัก ควายจะได้รับน้ำผ่านสปริงเกอร์ทุก 1 ชั่วโมง ครั้งละ 15 นาที เริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 น. หลังจากทำความสะอาดคอกเสร็จ นอกจากนี้ ฟาร์มยัง ติดตั้งกล้องวงจรปิด เพื่อเฝ้าดูแลความเป็นอยู่ของควายตลอดเวลา
มาตรฐานการเลี้ยงที่พิถีพิถันเหล่านี้ ทำให้ SIAM BUFF MILK สามารถผลิตนมควายคุณภาพสูง ที่มีความสะอาด ปลอดภัย และเปี่ยมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ
การบริหารจัดการมูลควายให้เป็นรายได้เสริม ฟาร์มสะอาด ธุรกิจเติบโต


ที่ฟาร์มมีการจัดการมูลควายอย่างเป็นระบบเพื่อรักษาความสะอาดและควบคุมกลิ่น โดยจะมีการเก็บมูลควาย วันละ 3 ครั้ง ได้แก่ ช่วงเช้า กลางวัน และเย็น ทำให้พื้นที่เลี้ยงควายสะอาดอยู่เสมอ
มูลควายที่เก็บได้แต่ละวันมีปริมาณสูงถึง 1 ตัน ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยให้ฟาร์มสะอาด แต่ยังสามารถนำมาต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มได้ โดยมูลควายที่เก็บเรียบร้อยจะถูกนำไปตากแห้งและบรรจุลงกระสอบเพื่อรอจำหน่าย นับเป็นอีกหนึ่งช่องทางสร้างรายได้ที่ช่วยให้ฟาร์มเติบโตอย่างยั่งยืน
กระบวนการรีดนมควาย สะอาด ปลอดภัย พร้อมส่งต่อคุณค่าทางโภชนาการ


ที่ฟาร์มให้ความสำคัญกับการควบคุมคุณภาพและรักษาความสะอาด ในทุกขั้นตอนของการรีดนมควายก่อนเริ่มรีดนม แม่ควายจะถูกพาไปอาบน้ำทำความสะอาด จากนั้นนำเข้าซองรีดนม โดยมีการมัดขาเบา ๆ เพื่อป้องกันอาการดิ้นและลดความเครียด
ก่อนติดตั้งเครื่องรีดนม จะมีการเช็ดทำความสะอาดเต้านมด้วยน้ำอุ่น เพื่อกระตุ้นการไหลของน้ำนม จากนั้นทำการรีดด้วยมือก่อนเล็กน้อยเพื่อตรวจสอบว่าน้ำนมไม่มีสิ่งผิดปกติ แล้วจึงเริ่มใช้เครื่องรีดนม


แม่ควายแต่ละตัวสามารถให้น้ำนมได้วันละ 1-3 กิโลกรัม ซึ่งที่ฟาร์มมีการรีดนมจากแม่ควายประมาณ 10 ตัวต่อวัน ทำให้ได้น้ำนมรวม 18-20 กิโลกรัมต่อวัน โดยนมควายสามารถจำหน่ายได้ในราคากิโลกรัมละ 300 บาท ซึ่งสูงกว่านมวัวที่มีราคาประมาณ 20 บาทต่อกิโลกรัม ในท้องตลาด
จากงานวิจัยพบว่า นมควายมีปริมาณโปรตีน พลังงาน และแคลเซียมสูงกว่านมวัวและนมแพะ จึงได้รับความนิยมในกลุ่มผู้รักสุขภาพ น้ำนมที่ได้จะถูกนำไปแปรรูปเป็น นม โยเกิร์ต และชีสจากนมควาย ซึ่งปัจจุบันมีความต้องการสูงจนไม่เพียงพอต่อการจำหน่าย
การแปรรูปนมควาย สะอาด ปลอดภัย พร้อมส่งตรงถึงมือผู้บริโภค


นมควายที่รีดได้จะถูกนำไปบรรจุในขวดที่สะอาด และผ่านกระบวนการพาสเจอร์ไรซ์ในห้องแปรรูปที่ได้มาตรฐานด้านความสะอาดและความปลอดภัย กระบวนการนี้ช่วยยืดอายุของนมและคงคุณค่าทางโภชนาการ โดยใช้อุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียส เพื่อกำจัดเชื้อโรคและแบคทีเรียที่เป็นอันตราย
ปัจจุบัน ทางฟาร์มใช้ เครื่องพาสเจอร์ไรซ์ที่ทันสมัย ทำให้กระบวนการผลิตรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ นมควายที่แปรรูปแล้วจะถูกผลิต ตามออร์เดอร์ของลูกค้าในแต่ละวัน เพื่อให้มั่นใจว่า สดใหม่และคงคุณภาพสูงสุด ก่อนส่งตรงถึงมือผู้บริโภค
แก้วฟ้า พญาควายเผือกแห่งสอนศิริฟาร์มควายไทย ต้นแบบพ่อพันธุ์ทั่วประเทศ


“แก้วฟ้า” คือควายเผือกสุดพิเศษที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “พญาควายเผือกต้นตำรับ” ของพ่อพันธุ์ควายเผือกทั่วประเทศ แก้วฟ้าเป็นลูกของ พ่อพญาหงส์ และแม่ฝ้ายอุทัย กำเนิดที่จังหวัดอุทัยธานี ปัจจุบันมีอายุ 13 ปี มีขนาดใหญ่สง่างามด้วยส่วนสูงถึง 170 เซนติเมตร และน้ำหนัก 1,300 กิโลกรัม
แก้วฟ้าเป็นพ่อพันธุ์หลักตัวแรกของ สอนศิริฟาร์มควายไทย โดยได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากสัตวแพทย์ ซึ่งนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมฟาร์มสามารถสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ ป้อนกล้วยและอาบน้ำให้แก้วฟ้า ได้ด้วยตัวเอง
นอกจากแก้วฟ้าแล้ว ทางฟาร์มยังมีพ่อพันธุ์ควายดำที่โดดเด่นอีกตัวหนึ่งชื่อ “มณีแดง” อายุ 10 ปี มณีแดงมีนิสัยขี้อ้อนและเป็นมิตร น่ารักไม่แพ้กัน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของการมาเยือนฟาร์มแห่งนี้
สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ ที่คาเฟ่และร้านอาหารแห่งสอนศิริฟาร์มควายไทย


ที่สอนศิริฟาร์มควายไทยไม่ได้เป็นเพียงแค่ฟาร์มเลี้ยงควายเท่านั้น แต่ยังมีคาเฟ่และร้านอาหารไว้คอยต้อนรับลูกค้าที่มาเลือกซื้อควายหรือเยี่ยมชมฟาร์มอีกด้วย ภายในคาเฟ่มีเมนูพิเศษที่ใช้นมควายมาแปรรูปเป็นเครื่องดื่มสุดพรีเมียม และ เนื้อควายคุณภาพสูง ที่ถูกนำมารังสรรค์เป็นเมนูอาหารจานเด็ด
นอกจากนี้ ฟาร์มยังสนับสนุนชุมชนโดยการเลือกใช้ วัตถุดิบจากเกษตรกรในท้องถิ่น มาสร้างสรรค์เมนูอาหารที่หลากหลาย ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น และต่อยอดการทำฟาร์มให้เป็นธุรกิจที่ครบวงจร
หากใครได้มาเยือนที่นี่ ไม่เพียงแต่จะได้ ลิ้มลองอาหารและเครื่องดื่มแสนอร่อย แต่ยังได้เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศของฟาร์มและสัมผัสกับ “พญาควาย” สุดสง่างามอย่างใกล้ชิด เป็นประสบการณ์ที่ประทับใจไม่รู้ลืม!
จากสัตว์คู่ท้องทุ่ง สู่อนาคตใหม่ของควายไทยในอุตสาหกรรมสุขภาพและการท่องเที่ยว


ควายไทยไม่ได้เป็นเพียงแค่สัตว์คู่ท้องทุ่งอีกต่อไป เพราะ คุณโทนี่ กำลังพลิกโฉมภาพลักษณ์ของควายไทยไปสู่ อุตสาหกรรมสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ด้วยวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกลจึงไม่ได้จำกัดแค่การเลี้ยงควายเท่านั้น แต่กำลังสร้าง ฟาร์มแห่งการเรียนรู้ ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้สัมผัสควายไทยอย่างใกล้ชิด
ที่ สอนศิริฟาร์มควายไทย จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่ฟาร์มเลี้ยงควายทั่วไป แต่เป็น ศูนย์ศึกษาเรียนรู้และการพัฒนาที่นำเทคโนโลยีมาเพิ่มมูลค่าให้กับควายไทย เปลี่ยนเกษตรแบบดั้งเดิมให้กลายเป็นโอกาสใหม่ที่ยั่งยืน พร้อมทั้งต่อยอดองค์ความรู้ด้านการดูแลควาย การแปรรูปผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการพัฒนาฟาร์มให้เป็น แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรระดับพรีเมียม
นี่คือก้าวสำคัญของ สมาร์ทฟาร์มเมอร์ยุคใหม่ ที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมมาขับเคลื่อนเกษตรกรรมให้เป็น อนาคตที่ยั่งยืน และเปลี่ยนมุมมองต่อควายไทยให้กลายเป็นมากกว่าสัตว์เลี้ยง แต่เป็นทรัพย์สินทางเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูง!
สามารถรับชมรายการ “ยัง (Young) สามารถ” ที่ Link
สนับสนุนโดย #กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์
#ยังสามารถ #YoungSmartFarmer #ฟาร์มควายไทย #เกษตรเชิงท่องเที่ยว #นมควาย #ควายไทย #เกษตรสัญจร
………………………………………
เกษตรสัญจร สื่อเกษตรยุคใหม่ แหล่งข้อมูลสาระที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง
รวมเรื่องเด็ด เกษตรกูรู ศูนย์รวมความรู้และเทคนิคการทำเกษตร
ติดตามเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับเกษตรเพิ่มเติมได้ที่ :
𝗙𝗮𝗰𝗲𝗯𝗼𝗼𝗸: เกษตรสัญจร
𝗬𝗼𝘂𝗧𝘂𝗯𝗲: youtube.com/c/Kasetsanjorn
𝗧𝗶𝗸𝗧𝗼𝗸: tiktok.com/@kasetsanjorn
𝗦𝗵𝗼𝗽𝗲𝗲: shopee.co.th/kasetsanjorn
𝗟𝗜𝗡𝗘 𝗢𝗳𝗳𝗶𝗰𝗶𝗮𝗹: @kasetsanjorn
𝗕𝗹𝗼𝗰𝗸𝗱𝗶𝘁: blockdit.com/kasetsanjorn/
𝗧𝘄𝗶𝘁𝘁𝗲𝗿: twitter.com/kasetsanjorn/
𝗪𝗲𝗯𝘀𝗶𝘁𝗲: kasetsanjorn.com







