ในรายการ เกษตรสัญจร Podcast ตอนล่าสุด ได้มีการพูดคุยกับ “น้องเจนทำฟาร์ม” เกษตรกรยุคใหม่ที่นำแนวคิด Regenerative Agriculture (เกษตรฟื้นฟู) มาใช้จนประสบความสำเร็จ และกำลังขับเคลื่อนนวัตกรรม “ไบโอชาร์” ให้เป็นเครื่องมือสำคัญในการกู้โลกและคืนชีวิตให้ดิน
น้องเจนทำฟาร์ม เกษตรกรไทยหัวใจอินเตอร์


ปีที่ผ่านมา น้องเจน ไม่ได้อยู่แค่ในฟาร์มที่ไทยแต่โกอินเตอร์ไปถึง ปากีสถาน เพราะสถานทูตเชิญให้ไปช่วยสอนชาวบ้านในพื้นที่แห้งแล้งทำเกษตร น้องเจนบอกว่าถึงจะคุยกันคนละภาษา แต่เห็นแววตาคนที่นั่นที่ตั้งใจเรียนแล้วหายเหนื่อยเลยครับ แถมชาวบ้านยังประทับใจเด็ดดอกไม้มามอบให้ ทำกำไลมาฝาก เป็นภาพที่น่ารักสุดๆ
กลับมาที่ฟาร์มบ้านเรา น้องเจนก็ไม่หยุดนิ่งตอนนี้หันมาทำไอติมโฮมเมดขายด้วย ความเจ๋งคือรสชาติเหมือนเราไปเด็ดกินสดๆ จากต้น เพราะน้องเจนตั้งใจล็อกกลิ่นผลไม้ในฟาร์มมาใส่ไว้ในเนื้อไอติม แถมยังช่วยแก้ปัญหาเวลาผลไม้ออกเยอะจนล้นสวน เอามาแปรรูปแบบนี้ขายได้ราคาดีกว่าเดิมเยอะ
ที่สำคัญปัจจุบันฟาร์มน้องเจนกลายเป็น โรงเรียนของเด็กๆ ไปแล้ว มีครอบครัวพาลูกหลานมาลองจับหมู เก็บผลไม้กันคึกคัก น้องเจนบอกว่าอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่เรียนรู้ของคนรุ่นใหม่ โดยใช้ระบบการตลาดออนไลน์เข้ามาช่วยให้คนเข้าถึงง่ายขึ้น เรียกว่าเป็น “เกษตรกรยุคใหม่” ที่ปลูกเก่ง แปรรูปเป็น และส่งต่อความรู้เก่ง
เจาะลึก “ไบโอชาร์” ถ่านกู้โลกที่คนทำเกษตรต้องมี


หลายคนชอบถามว่าถ่านไบโอชาร์ต่างจากถ่านหุงต้มทั่วไปตรงไหน น้องเจนไขข้อข้องใจแบบชัดๆ เลยว่า จริงๆ แล้วถ้าจะเรียกให้เป็นภาษาเกษตร “ไบโอชาร์” ก็คือถ่านที่ผลิตมาเพื่อเอามาใส่ดินโดยเฉพาะนั่นแหละ หลักการผลิตคือการเอาพวกกิ่งไม้หรือวัสดุเหลือใช้มาเผาในอุณหภูมิที่เหมาะสมแบบไม่ให้โดนอากาศ เพื่อให้คาร์บอนมันยังคงรูปอยู่ครบถ้วน แต่ในมุมของคนทำงานจริงถ้าเราเอาถ่านชนิดไหนก็ตามมาปรับปรุงดินเพื่อการเพาะปลูก เราก็เรียกมันว่าไบโอชาร์ได้หมด จุดสำคัญมันอยู่ที่การเอามาใช้งานให้ถูกหน้าที่มากกว่าเอาไปเป็นเชื้อเพลิงในเตาไฟ
ทีนี้มาดูเรื่องที่คนเข้าใจผิดกันเยอะ คือเรื่องที่บอกว่าถ่านเป็น “โรงแรมของจุลินทรีย์” หลายคนจินตนาการว่าจุลินทรีย์ตัวเล็กๆ จะวิ่งเข้าไปนอนเล่นในรูพรุนของถ่านเหมือนคนเข้าพักในห้อง แต่ในทางวิทยาศาสตร์รูพวกนั้นมันเล็กจิ๋วระดับที่ตาเปล่ามองไม่เห็นและจุลินทรีย์ส่วนใหญ่ก็มุดเข้าไปไม่ได้หรอก สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือถ่านพวกนี้มีพื้นที่ผิวเยอะมหาศาล พอไปอยู่ในดินมันจะเกิดสิ่งที่เรียกว่า “ไบโอฟิล์ม” (Bio-film) หรือสารเหนียวๆ ที่เคลือบอยู่รอบๆ ก้อนถ่านนั่นแหละที่เป็นแหล่งรวมตัวของจุลินทรีย์และสารอาหารชั้นดี
เจ้าฟิล์มบางๆ รอบก้อนถ่านนี่แหละคือหัวใจสำคัญ เพราะมันทำหน้าที่เหมือนจุดพักรถที่คอยดูดซับสารอาหารและน้ำเอาไว้ไม่ให้ไหลทิ้งไปเฉยๆ เวลาเรารดน้ำหรือใส่ปุ๋ย จุลินทรีย์ก็จะมาเกาะกลุ่มหากินกันอยู่รอบๆ นี้ ทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์แบบยั่งยืน ถ่านไบโอชาร์เลยไม่ได้ทำหน้าที่เป็นแค่ที่อยู่อาศัย แต่มันเป็นเหมือน “คลังเสบียง” ที่คอยส่งต่อสารอาหารให้รากพืชได้กินกันยาวๆ แถมยังช่วยระบายอากาศในดินให้โปร่ง รากพืชเดินสะดวก ไม่เน่าง่าย เรียกว่าใส่ครั้งเดียวคุ้มไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลานเพราะมันอยู่ได้เป็นพันปี
เทคนิคการหมักไบโอชาร์ เคล็ดลับเปลี่ยนถ่านธรรมดาให้เป็นคลังปุ๋ย


จำไว้เลยว่าห้ามเอาถ่านไบโอชาร์ที่เพิ่งเผาเสร็จใหม่ๆ หรือถ่านสดไปคลุกดินแล้วปลูกพืชทันทีเด็ดขาด เพราะถ่านพวกนี้มันหิวสารอาหารสุดๆ พอลงดินปุ๊บจะทำตัวเป็นฟองน้ำไล่ดูดซับไนโตรเจนและแร่ธาตุที่พืชต้องใช้เอาไปกักไว้ที่ตัวเองหมด ผลที่ตามมาคือต้นไม้จะขาดสารอาหารจนใบเหลืองแกร็นแคระแกร็นแทนที่จะโตไว ดังนั้นเราต้องทำกระบวนการที่เรียกว่าการ “ชาร์จพลัง” ให้ถ่านมันอิ่มตัวเสียก่อนตามขั้นตอนพวกนี้
เริ่มแรกคือ การล้าง ขั้นตอนนี้ต้องเอาน้ำมาฉีดล้างก้อนถ่านเพื่อไล่พวกเศษขี้เถ้าหรือสารตกค้างบางอย่างที่ติดมาจากการเผาออกไปก่อน เพราะขี้เถ้าพวกนี้มีความเป็นด่างสูงจัด ถ้าติดไปเยอะๆ ดินจะเสียสมดุลได้ พอถ่านสะอาดดีแล้วก็เข้าสู่ช่วงสำคัญคือการ “เติมเสบียง” โดยการเอาถ่านไปแช่ในน้ำหมักจุลินทรีย์ หรือปุ๋ยหมักแบบน้ำ เพื่อให้รูพรุนจิ๋วๆ มหาศาลในก้อนถ่านมันดูดปุ๋ยเข้าไปเก็บไว้จนเต็มพิกัด หรือถ้าใครทำปุ๋ยหมักแบบกองร้อนอยู่แล้ว ก็เอาถ่านพวกนี้ไปคลุกผสมในกองปุ๋ยได้เลย ความร้อนและจุลินทรีย์ในกองปุ๋ยจะช่วยผลักดันสารอาหารให้เข้าไปอยู่ในเนื้อถ่านได้ดีเยี่ยม
อีกเรื่องที่ต้องรู้คือ วัสดุที่ใช้ทำถ่าน มีผลกับระยะเวลาการหมักอย่างมาก ถ่านแกลบจะบางเบาดูดปุ๋ยไว ส่วนถ่านจากไม้เนื้อแข็งจะมีโครงสร้างแน่นกว่า รูพรุนต่างกัน ทำให้ไม่มีเวลาตายตัวว่าต้องหมักกี่วันถึงจะพอ แต่ให้ใช้วิธีเพาะเมล็ดทดสอบเป็นเกณฑ์ตัดสิน วิธีคือเอาเมล็ดผัก มาเพาะลงในถ่านที่เราหมักไว้ถ้าเมล็ดงอกออกมาเขียวชอุ่มรากเดินดี แสดงว่าถ่านอิ่มสารอาหารจนพร้อมแบ่งปันให้ต้นไม้แล้ว แต่ถ้าเพาะแล้วเงียบกริบหรือต้นเหลืองซีดแสดงว่ายังไม่อิ่ม ต้องหมักต่ออีกหน่อยเพื่อให้ชัวร์ว่าลงดินแล้วพืชจะงามทันตาเห็นแน่นอน
สูตรการใช้ไบโอชาร์ในฟาร์ม ใส่ยังไงให้พืชงาม รากเดินเต็ม


สำหรับใครที่ชอบเลี้ยงไม้ประดับราคาสูง หรือพวกไม้ High-end อย่างมอนสเตอร่าด่างหรือไม้สะสมตัวท็อป สูตรที่หลายคนคาดไม่ถึงคือการใช้ไบโอชาร์หมักแบบ 100% แทนวัสดุปลูกอย่างอื่นไปเลย จุดเด่นที่สุดของไบโอชาร์ คือ “เพียวคาร์บอน” ที่มีความคงทนถาวร ไม่เหมือนพวกกาบมะพร้าวสับหรือพีทมอสที่พอผ่านไปสักปีมันจะเปื่อยยุ่ยแล้วทำให้อากาศในดินหายไปจนดินแน่น แต่ถ่านไบโอชาร์จะรักษาโครงสร้างเดิมไว้ได้ตลอดกาล ดินจะไม่ยุบตัวแม้แต่นิดเดียว แถมรูพรุนมหาศาลยังทำให้ระบายน้ำได้ดีเยี่ยม รากเดินได้อิสระสุดๆ ที่สำคัญคือไม่ต้องมาคอยรื้อกระถางเพื่อเปลี่ยนดินบ่อยๆ แค่เติมปุ๋ยเติมสารอาหารสม่ำเสมอพืชก็อยู่ได้ยาวๆ
ขยับมาที่พวกไม้ผลในท่อปูนหรือบ่อปูน เช่น เลมอน ที่หลายคนเจอปัญหาตายน้ำตื้นคือเรื่อง “รากเน่า” สามารถใช้สูตรผสมไบโอชาร์ลงในดินปลูกได้ถึง 50% เลยทีเดียว การปลูกในที่จำกัดอย่างบ่อปูน ดินมักจะแน่นไวและระบายน้ำยากเมื่อเวลาผ่านไป แต่พอเราอัดไบโอชาร์ลงไปครึ่งต่อครึ่ง ก้อนถ่านพวกนี้จะทำหน้าที่เป็นโครงสร้างหลักที่ช่วยสร้างช่องว่างอากาศให้ดินโปร่งอยู่ตลอดเวลา ต่อให้เรารดน้ำเยอะหรือฝนตกหนัก น้ำก็จะไม่ขังแฉะจนรากเน่า แถมไบโอชาร์ยังช่วยดักจับปุ๋ยที่เราใส่ลงไปไม่ให้ไหลซึมทิ้งไปหมด ทำให้เลมอนหรือไม้ผลที่ปลูกในท่อได้รับสารอาหารแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยและโตไวอย่างเห็นได้ชัด
สุดท้ายคือเทคนิค การใช้รองก้นหลุม ก่อนลงปลูกพืชลงดิน ไม่ว่าจะเป็นไม้ป่าหรือไม้ผลต้นใหญ่ การเอาไบโอชาร์หมักไปรองไว้ที่ก้นหลุมคือการสร้าง “ธนาคารสารอาหาร” ให้กับพืชตั้งแต่เริ่มตั้งไข่ รูพรุนของถ่านจะดึงดูดให้รากฝอยวิ่งเข้าหาเพื่อไปดูดกินน้ำและจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่รอบก้อนถ่าน ทำให้พืชตั้งตัวได้เร็วและแข็งแรงกว่าการปลูกลงดินเดิมๆ ทั่วไป และที่เจ๋งที่สุดคือคาร์บอนพวกนี้จะอยู่ก้นหลุมไปได้นานนับพันปี เป็นการปรับปรุงโครงสร้างดินชั้นล่างให้สมบูรณ์แบบถาวร ไม่ต้องมาขุดแก้ดินกันอีกเลยในอนาคต
ไบโอชาร์กับภารกิจกู้โลก เปลี่ยนขยะการเกษตรให้กลายเป็นฟอสซิลคาร์บอน


ประเด็นที่คนทั่วโลกกำลังตื่นตัวกันสุดๆ ตอนนี้คือเรื่อง คาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) และการลดโลกร้อน ซึ่งไบโอชาร์นี่แหละคือพระเอกตัวจริง ปกติแล้วต้นไม้จะดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากอากาศมาเก็บไว้ในกิ่งก้านใบตอนมันยังมีชีวิตอยู่ แต่พอต้นไม้ตายลงหรือเราตัดแต่งกิ่งทิ้งไว้ให้ผุพังตามธรรมชาติ คาร์บอนเหล่านั้นจะถูกจุลินทรีย์ย่อยสลายแล้วปลดปล่อยกลับคืนสู่ชั้นบรรยากาศในรูปแบบก๊าซเรือนกระจกเหมือนเดิม เป็นวงจรที่ทำให้โลกเราร้อนขึ้นเรื่อยๆ ไม่จบไม่สิ้น
แต่การทำไบโอชาร์คือการเข้าไปขัดขวางวงจรนี้ แทนที่จะปล่อยให้กิ่งไม้เหล่านั้นผุพังจนคาร์บอนระเหยไป เราจับมาเข้ากระบวนการเผาแบบจำกัดอากาศ ซึ่งเป็นการเก็บคาร์บอนให้อยู่ในรูปของแข็งที่เสถียร สารอินทรีย์ในไม้จะถูกเปลี่ยนรูปให้กลายเป็นโครงสร้างคาร์บอนที่แข็งแรงมาก เหมือนกับการแช่แข็งก๊าซพิษให้กลายเป็นก้อนหินที่จับต้องได้ แล้วเราก็นำเจ้าคาร์บอนก้อนนี้แหละไปฝังไว้ในดิน แทนที่คาร์บอนจะลอยไปทำลายชั้นบรรยากาศ มันกลับถูกล็อคไว้ในดินเพื่อช่วยบำรุงดินแทน
ความเจ๋งของไบโอชาร์อีกอย่างคือ ความคงทน เพราะไบโอชาร์ไม่ได้เป็นแค่ปุ๋ยหมักทั่วไปที่ใส่ปีนี้ปีหน้าหายหมด แต่มันมีโครงสร้างทางเคมีที่ซับซ้อนจนไม่มีจุลินทรีย์หรือเอนไซม์ชนิดไหนในโลกจะมาย่อยสลายมันได้ง่ายๆ นักวิทยาศาสตร์พิสูจน์มาแล้วว่าไบโอชาร์สามารถนอนอยู่ในดินได้นานนับ 1,000 ปี โดยไม่เปลี่ยนสภาพ นั่นหมายความว่าถ้าเรานไบโอชาร์ลงดินวันนี้ มันจะทำหน้าที่กักเก็บคาร์บอนและช่วยบำรุงดินไปจนถึงรุ่นลูกหลานเหลนโหลนเลยทีเดียว เป็นการช่วยลดโลกร้อนได้แบบถาวรและเห็นผลชัดเจนที่สุดอย่างหนึ่งในปัจจุบัน
ไบโอชาร์ Challenge จริงหรือมั่ว? เคลียร์ชัดทุกความเชื่อผิดๆ


เราได้มีการทดสอบความรู้แบบสดๆ ซึ่งน้องเจนตอบได้เคลียร์มาก โดยเฉพาะประเด็นแรกที่คนมักเข้าใจผิดคือ ใส่ไบโอชาร์ปุ๊บ พืชจะงามปั๊บทันตาเห็น (มั่ว) น้องเจนบอกว่าอย่าไปหลงเชื่อคำโฆษณาเกินจริง เพราะไบโอชาร์ไม่ใช่ปุ๋ยเคมีที่จะใส่แล้วใบเขียวพรึบใน 3 วัน แต่มันคือการปรับปรุงโครงสร้างดินในระยะยาว หน้าที่ของมันคือฟื้นฟูระบบนิเวศใต้ดินให้กลับมาสมบูรณ์ พืชจะค่อยๆ แข็งแรงขึ้น มีภูมิคุ้มกันดีขึ้น เพราะดินมันดีขึ้นจากฐานราก ดังนั้นใครจะใช้ต้องใจเย็นๆ เพราะผลลัพธ์ที่ได้มันคือความยั่งยืน ไม่ใช่ความสวยงามแค่ชั่วคราว
ประเด็นต่อมาคือเรื่องวัสดุ ที่คนชอบคิดว่า เอาอะไรมาเผาก็ได้คุณภาพเหมือนกันหมด (มั่ว) เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะน้องเจนย้ำว่ารูพรุนและโครงสร้างภายในของถ่านแต่ละชนิดต่างกันลิบลับ ถ้าเอาแกลบหรือฟางข้าวมาเผาจะได้ถ่านที่มีเนื้อบางเบา ย่อยสลายง่ายกว่า แต่ถ้าเอาไม้เนื้อแข็งหรือเหง้ามันสำปะหลังมาเผา จะได้ถ่านที่มีโครงสร้างแข็งแรง รูพรุนซับซ้อน และอยู่ได้นานกว่ามาก แม้แต่ถ่านไม้คนละชนิดกันก็ยังมีพื้นที่ผิวไม่เท่ากันเลย ดังนั้นการเลือกวัสดุมาทำไบโอชาร์ต้องดูด้วยว่าเราจะเอาไปใช้กับพืชชนิดไหนและอยากให้มันอยู่ในดินนานแค่ไหน
สุดท้ายที่อันตรายสุดๆ คือความเชื่อที่ว่า ขี้เถ้าสีขาวก้นเตาใช้แทนไบโอชาร์ได้ (มั่ว) น้องเจนรีบเบรกเลยว่า ขี้เถ้าก็คือขี้เถ้า ไบโอชาร์ก็คือไบโอชาร์ อย่าเอามาปนกันเด็ดขาด เพราะขี้เถ้าขาวๆ นั้นมีค่าความเป็นด่างสูงปรี๊ด ถ้าเอาไปสาดใส่โคนต้นไม้เยอะๆ ดินจะกลายเป็นด่างจัดจนพืชช็อกตายได้ทันที ในขณะที่ไบโอชาร์ที่ดีต้องคงรูปทรงของวัสดุเดิมไว้ได้ มีสีดำสนิท และมีความเป็นกลางมากกว่า แม้ในขี้เถ้าจะมีถ่านปนอยู่บ้างแต่มันก็น้อยมากจนเทียบประโยชน์ไม่ได้เลย ใครที่ชอบกวาดก้นเตาไปเทใส่ต้นไม้ต้องระวังให้ดีถ้าไม่อยากให้ต้นไม้ลาโลกก่อนวัยอันควร
Regen Soi นวัตกรรมดินกู้โลกแบบ “พร้อมใช้” สไตล์น้องเจนทำฟาร์ม


จากที่น้องเจนลงมือทำเกษตรฟื้นฟูมาอย่างหนัก จนเข้าใจหัวอกคนปลูกต้นไม้ว่าการจะหาถ่านมาเผาเอง หรือต้องเอาถ่านไปนั่งหมักน้ำปุ๋ยเป็นอาทิตย์ๆ มันทั้งเหนื่อยและเสียเวลา น้องเจนเลยเกิดไอเดียปั้นแบรนด์ “Regen Soi” ขึ้นมาเพื่อทำของดีแบบ “พร้อมใช้” ส่งตรงถึงหน้าบ้าน จุดเด่นคือไม่ต้องไปนั่งหมักเองให้เลอะเทอะ เพราะน้องเจนจัดการ “ชาร์จพลัง” มาให้เสร็จสรรพในถุงเดียว เรียกว่าแกะถุงปุ๊บ คลุกดินปลูกได้ปั๊บ พืชงามทันทีแบบไม่ต้องรอ
หัวใจสำคัญที่ทำให้น้องเจนมั่นใจมากคือการ “เติมแร่ธาตุและหินฟอสเฟต” ลงไปในตัวไบโอชาร์ด้วย น้องเจนไม่ได้แค่หมักจุลินทรีย์ธรรมดา แต่มองไปถึงสารอาหารที่พืชจำเป็นต้องใช้ในระยะยาว การเติมแร่ธาตุและหินฟอสเฟตเข้าไปในรูพรุนของถ่าน จะทำให้ถ่านก้อนนี้กลายเป็นคลังอาหารสำรองที่สมบูรณ์แบบ เวลาเอาไปปลูกต้นไม้ในกระถาง ตัวแร่ธาตุพวกนี้จะไม่ถูกชะล้างหายไปง่ายๆ แต่จะค่อยๆ ปล่อยออกมาให้รากพืชดูดกินทีละน้อย ทำให้ต้นไม้ได้รับสารอาหารต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นเทคนิคที่น้องเจนซุ่มวิจัยและทดลองเก็บข้อมูลมาเป็นปีจนมั่นใจว่าสูตรนี้แหละเวิร์กสุด
เป้าหมายของ Regen Soi ไม่ได้มองแค่เกษตรกรแปลงใหญ่ที่ต้องการฟื้นฟูดินในไร่ในสวนเท่านั้น แต่น้องเจนยังมองไปถึง “คนเมืองที่ปลูกต้นไม้ในคอนโดหรือออฟฟิศ” ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องการความสะดวกแบบสุดๆ หรือที่เรียกว่า Low Maintenance คืออยากปลูกต้นไม้ให้สวยแต่ไม่มีเวลาดูแลเยอะ การใช้ไบโอชาร์สูตรพร้อมใช้นี้จะตอบโจทย์มาก เพราะดินจะไม่ยุบ ไม่ต้องเปลี่ยนกระถางบ่อย ระบายน้ำดีเยี่ยม แถมยังมีสารอาหารในตัวช่วยให้ต้นไม้ทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่จำกัดได้ดี เรียกว่าเป็นการนำนวัตกรรมกู้โลกมาเสิร์ฟให้ถึงมือคนทุกกลุ่ม เพื่อให้การปลูกต้นไม้เป็นเรื่องง่ายและช่วยลดโลกร้อนไปพร้อมๆ กัน
หัวใจเกษตรฟื้นฟู เมื่อ “ระบบนิเวศ” สำคัญกว่าผลกำไร


ข้อคิดทิ้งท้ายที่น้องเจนฝากไว้ให้พวกเราคือ การทำเกษตรในยุคนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องของการเอาเมล็ดฝังดิน รดน้ำ ใส่ปุ๋ย แล้วรอเกี่ยวไปขายเพื่อเอาเงินมาเข้ากระเป๋าเพียงอย่างเดียว แต่มันคือการกลับไปทำความเข้าใจ “ระบบนิเวศ” ที่อยู่ใต้เท้าเรา น้องเจนย้ำว่าเราต้องมองภาพรวมให้เป็นว่า ดิน น้ำ จุลินทรีย์ และแมลง ทุกอย่างมันเชื่อมโยงกันหมด ถ้าเรามุ่งแต่จะเอาผลผลิตโดยการอัดเคมีหรือฝืนธรรมชาติ สุดท้ายดินก็พัง ป่าก็ตาย แล้วคนปลูกนั่นแหละที่จะอยู่ไม่ได้ในระยะยาว
น้องเจนมองว่า ไบโอชาร์ หรือถ่านกู้โลกนี้ จริงๆ แล้วมันเป็นเพียงแค่ “เครื่องมือตัวหนึ่ง” ในมือเราเท่านั้น มันไม่ใช่ยาเทวดาที่จะบันดาลทุกอย่างให้เสกได้ในพริบตา แต่มันคือตัวช่วยที่เข้ามาประสานรอยร้าวระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ หน้าที่ของมันคือการเข้าไปสร้างบ้าน สร้างเสบียง และคืนสมดุลให้ดินกลับมามีชีวิตอีกครั้ง เมื่อดินกลับมาสมบูรณ์ ระบบนิเวศก็เดินต่อเองได้โดยที่เราไม่ต้องเหนื่อยแรงไปบังคับมันมากเหมือนเมื่อก่อน นี่คือหัวใจของการทำเกษตรแบบประหยัดแรงแต่ได้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืน
เป้าหมายสูงสุดที่น้องเจนอยากเห็นคือ การที่เกษตรกรไทยสามารถอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างสมดุลและมั่นคง ไม่ใช่รวยแค่วันนี้แล้วจบไป แต่ต้องเป็นความมั่นคงที่ส่งต่อให้รุ่นลูกรุ่นหลานได้ด้วย การที่เราเริ่มใส่ใจเรื่องการกักเก็บคาร์บอน การฟื้นฟูดิน และการลดการทำลายสิ่งแวดล้อมตั้งแต่วันนี้ มันคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด เพราะถ้าธรรมชาติอยู่ได้ เราที่เป็นเกษตรกรก็อยู่ได้อย่างสง่าผ่าเผยและมั่นคงไปอีกนานนับร้อยนับพันปีเลยทีเดียว
หากสนใจผลิตภัณฑ์ใบโอชาร์จากน้องเจนทำฟาร์ม สามารถติดต่อได้ที่
Facebook : RegenSoil รีเจนซอยล์
โทร : 065-965-6915
Line : @regensoil
………………………………………
เกษตรสัญจร สื่อเกษตรยุคใหม่ แหล่งข้อมูลสาระที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง
รวมเรื่องเด็ด เกษตรกูรู ศูนย์รวมความรู้และเทคนิคการทำเกษตร
ติดตามเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับเกษตรเพิ่มเติมได้ที่ :
𝗙𝗮𝗰𝗲𝗯𝗼𝗼𝗸: เกษตรสัญจร
𝗬𝗼𝘂𝗧𝘂𝗯𝗲: youtube.com/c/Kasetsanjorn
𝗧𝗶𝗸𝗧𝗼𝗸: tiktok.com/@kasetsanjorn
𝗦𝗵𝗼𝗽𝗲𝗲: shopee.co.th/kasetsanjorn
𝗟𝗜𝗡𝗘 𝗢𝗳𝗳𝗶𝗰𝗶𝗮𝗹: @kasetsanjorn
𝗕𝗹𝗼𝗰𝗸𝗱𝗶𝘁: blockdit.com/kasetsanjorn/
𝗧𝘄𝗶𝘁𝘁𝗲𝗿: twitter.com/kasetsanjorn/
𝗪𝗲𝗯𝘀𝗶𝘁𝗲: kasetsanjorn.com







