• หน้าหลัก
  • ร้านค้า
  • เข้าสู่ระบบเรียนออนไลน์
  • หลักสูตรอบรม
  • เกี่ยวกับเรา
  • เงื่อนไขและนโยบายข้อมูลส่วนบุคลล (PDPA)
เกษตรสัญจร - Kasetsanjorn
ADVERTISEMENT
  • หน้าหลัก
  • ข่าวเกษตร
  • บทความ
    • เกษตรเคล็ดลับ
    • สมาร์ทฟาร์ม
    • เกษตรกูรู
    • พืชเศรษฐกิจใหม่
    • เกษตรกรหญิง
  • ร้านค้า
  • หลักสูตรอบรม
  • เข้าสู่ระบบเรียนออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • Contact Us
    • เงื่อนไขและนโยบายข้อมูลส่วนบุคลล (PDPA)
No Result
View All Result
  • หน้าหลัก
  • ข่าวเกษตร
  • บทความ
    • เกษตรเคล็ดลับ
    • สมาร์ทฟาร์ม
    • เกษตรกูรู
    • พืชเศรษฐกิจใหม่
    • เกษตรกรหญิง
  • ร้านค้า
  • หลักสูตรอบรม
  • เข้าสู่ระบบเรียนออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • Contact Us
    • เงื่อนไขและนโยบายข้อมูลส่วนบุคลล (PDPA)
No Result
View All Result
เกษตรสัญจร
No Result
View All Result
Home บทความ

ปลูกโกโก้ยังไงให้รอด? เคล็ดลับผลแน่นเต็มต้น มีรายได้ต่อเนื่องทุก 10 วัน

เกษตรสัญจรออนไลน์ by เกษตรสัญจรออนไลน์
พฤษภาคม 31, 2026
in บทความ, เกษตรกูรู, เกษตรเคล็ดลับ
0
ปลูกโกโก้ยังไงให้รอด? เคล็ดลับผลแน่นเต็มต้น มีรายได้ต่อเนื่องทุก 10 วัน
0
SHARES
9
VIEWS
Share on FacebookShare on TwitterShare on LINE
ADVERTISEMENT

 

จุดเริ่มต้นของไร่ลุงอ้วน จากคนชอบปลูก สู่สวนโกโก้ 10 ปี

ถ้ามองย้อนไปช่วงเกือบ 10 ปีที่แล้ว โกโก้เคยเป็นพืชกระแสที่คนแห่ปลูกกันเยอะมาก แต่พอเจอปัญหาเรื่องราคาและการตลาด เกษตรกรหลายรายก็เลือกที่จะตัดต้นทิ้งเพื่อไปปลูกพืชชนิดอื่นแทน แต่สำหรับลุงอ้วน เป็นคนหนึ่งที่เลือกเก็บสวนนี้ไว้ และดูแลต่อจนเข้าปีที่ 10 โดยเบื้องหลังการเริ่มต้นมีประเด็นสำคัญอยู่ 3 เรื่องหลัก ๆ 

 

1. เริ่มเพราะอยากทดลองและอยากรู้จริง

ลุงอ้วนเล่าว่า เหตุผลแรกที่ทำสวนนี้ต่อไม่ใช่เรื่องของกำไรเป็นหลัก แต่เริ่มจากความชอบในการปลูกต้นไม้ และอยากลองศึกษาดูให้รู้แน่ชัดว่า ถ้าเลี้ยงโกโก้ไปยาว ๆ 5 ปี 10 ปี พืชตัวนี้จะเลี้ยงชีพเกษตรกรได้จริงไหม เพื่อที่เวลาคนอื่นมาถาม แกจะได้มีข้อมูลดิบจากประสบการณ์จริงไปเล่าให้ฟังได้

 

2. ปัญหาช่วงแรกและการปรับตัว

ลุงอ้วนเป็นคนกลุ่มแรก ๆ ที่เริ่มปลูกโกโก้ในจังหวัดสุพรรณบุรี แน่นอนว่าในช่วง 3-5 ปีแรก ต้องเจออุปสรรคเหมือนกับทุกคน ทั้งเรื่องการดูแลที่ยังไม่ชำนาญ ต้นโกโก้มีตายบ้างต้องคอยปลูกซ่อม รวมถึงปัญหาระบบขนส่งผลสดในยุคนั้นที่ค่อนข้างยุ่งยากและต้นทุนสูง แต่แทนที่จะล้มเลิก ลุงอ้วนเลือกที่จะใช้แปลงนี้เป็นพื้นที่เรียนรู้ แกค่อย ๆ ปรับวิธีจัดการ พัฒนาระบบน้ำ ระบบดิน จนต้นเริ่มนิ่งและให้ผลผลิตสม่ำเสมอ

 

3. ตลาดเริ่มวิ่งเข้าหา

หลังจากลองผิดลองถูกมานาน ปัจจุบันเริ่มมีกลุ่มผู้ประกอบการและร้านทำช็อกโกแลต เข้ามาติดต่อขอซื้อผลสดและเมล็ดโกโก้ถึงที่สวน ประกอบกับโกโก้ยังคงเป็นวัตถุดิบที่มีความต้องการในประเทศสูง (เช่น อุตสาหกรรมยาสูบที่ต้องใช้บ่มยาเส้นปีละหลายพันตัน รวมถึงอุตสาหกรรมอาหาร) สวนขนาด 2 ไร่ครึ่งของลุงอ้วนจึงกลายเป็นโมเดลต้นแบบที่พิสูจน์ว่า โกโก้สามารถปลูกและสร้างรายได้ต่อเนื่องได้จริงถ้าจัดการระบบแปลงเป็น

 

 

ทำไม “โกโก้” ถึงยังเป็นพืชทางเลือกที่น่าสนใจ?

ลุงอ้วนได้แชร์มุมมองเปรียบเทียบระหว่างโกโก้กับพืชเกษตรชนิดอื่น ๆ ไว้อย่างน่าสนใจว่า พืชกระแสหลักหลายชนิดมักจะมีความเสี่ยงสูง เช่น อ้อย ที่เก็บเกี่ยวได้เพียงฤดูกาลเดียวก็ต้องรื้อแปลงปลูกใหม่ หรือ มะม่วง ซึ่งเป็นไม้ผลตามฤดูกาล หากปีไหนผลผลิตออกมาพร้อมกันเยอะ ๆ ราคาก็จะตกต่ำจนบางครั้งเกษตรกรต้องเททิ้ง แต่สำหรับ โกโก้ มีจุดเด่นที่ได้เปรียบพืชอื่นอยู่ 3 ข้อหลัก ๆ ดังนี้

 

1. ผลผลิตยืดหยุ่น แปรเปลี่ยนเป็นทุนสำรองได้ 

โกโก้มีกระบวนการแปรรูปและถนอมผลผลิตที่ยอดเยี่ยม หากช่วงไหนราคาผลสดไม่เป็นที่น่าพอใจ เกษตรกรสามารถนำไปผ่านกระบวนการทำเป็น “เมล็ดแห้ง” ซึ่งสามารถเก็บรักษาไว้ได้นานเป็น 10 ปี โดยไม่เสียคุณภาพ รอให้ราคาตลาดปรับตัวดีขึ้นแล้วจึงค่อยนำออกมาขาย

 

2. เก็บเกี่ยวได้ตลอดทั้งปี

โกโก้ไม่ได้สุกพร้อมกันทั้งสวน ทำให้เกษตรกรสามารถเดินเก็บผลผลิตส่งขายได้เรื่อย ๆ ตลอดปี ช่วยให้มีกระแสเงินสดหมุนเวียนในครัวเรือนอย่างต่อเนื่อง

 

3. ตอบโจทย์เทรนด์คนรักสุขภาพ 

ปัจจุบันผู้บริโภคทุกกลุ่มตั้งแต่วัยรุ่นไปจนถึงผู้สูงอายุ หันมาบริโภคผลิตภัณฑ์จากช็อกโกแลตแท้ 100% (Dark Chocolate) มากขึ้น เพื่อดูแลสุขภาพ ลุงอ้วนเล่าว่ามีเคสข้าราชการเกษียณที่เคยมีปัญหาหัวใจเต้นผิดจังหวะจากการดื่มกาแฟ เมื่อเปลี่ยนมาดื่มช็อกโกแลตแท้ที่แปรรูปสด ๆ จากสวนลุงอ้วน ก็สามารถดื่มได้อย่างมีความสุขและช่วยตอบโจทย์เรื่องสุขภาพได้เป็นอย่างดี

 

 

การวางผังแปลงและระยะปลูกที่เหมาะสม

ในการทำสวนโกโก้ การวางแผนผังและการกำหนดระยะห่างระหว่างต้นตั้งแต่เริ่มต้น ถือเป็นเรื่องสำคัญมากเพราะส่งผลโดยตรงต่อการจัดการแปลงในระยะยาว สำหรับไร่ของลุงอ้วนมีเนื้อที่รวมประมาณ 2 ไร่ครึ่ง ปลูกต้นโกโก้ไว้ทั้งหมดราว ๆ 300 ถึง 350 ต้น ซึ่งลุงอ้วนมองว่าเป็นขนาดพื้นที่และจำนวนต้นที่กำลังพอดี ไม่มากไม่น้อยเกินไป สามารถดูแลจัดการกันเองได้ภายในครอบครัวโดยไม่ต้องจ้างแรงงานเพิ่ม โดยรายละเอียดเรื่องระยะปลูกและสายพันธุ์ที่ลุงอ้วนได้ถอดบทเรียนมา มีดังนี้

 

1. ระยะปลูกดั้งเดิม (3 x 3 เมตร)

ในช่วงแรกที่เริ่มต้นปลูก ลุงอ้วนเลือกใช้ระยะห่างระหว่างต้นและระหว่างแถวอยู่ที่ 3 x 3 เมตร ซึ่งเป็นระยะมาตรฐานตามรูปแบบที่โครงการส่งเสริมกำหนดมาให้ เหตุผลที่ต้องเว้นระยะห่างขนาดนี้เพราะธรรมชาติของต้นโกโก้เมื่อโตเต็มที่ ทรงพุ่มจะแผ่กว้างออกด้านข้างค่อนข้างมาก การเว้นระยะ 3 เมตร จะช่วยให้กิ่งก้านของแต่ละต้นมีพื้นที่กางออกได้เต็มที่ ไม่ไขว้ทับกันจนทึบเกินไป

 

2. คำแนะนำสำหรับคนจะทำแปลงใหม่ (4 x 4 เมตร)

จากประสบการณ์ที่ดูแลสวนมาจนเข้าปีที่ 10 ลุงอ้วนได้ให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่า หากใครที่กำลังจะเริ่มลงมือปลูกแปลงใหม่ในตอนนี้ และวางแผนว่าจะปลูก “พืชพี่เลี้ยง” ควบคู่ไปด้วยในระยะแรก เช่น การปลูกกล้วย เพื่อช่วยพรางแสงและให้ร่มเงากับต้นกล้าโกโก้ที่ยังเล็ก ลุงอ้วนแนะนำว่าควรขยับระยะปลูกเพิ่มขึ้นเป็น 4 x 4 เมตร

 

การเพิ่มระยะเป็น 4 เมตร มีข้อดีหลายอย่างคือ

  • จัดการง่ายขึ้น มีพื้นที่เหลือให้เดินทำงาน ตัดแต่งกิ่ง หรือขนย้ายผลผลิตได้สะดวก ไม่ติดขัด
  • แสงแดดและลมหมุนเวียนดี ทรงพุ่มของพืชพี่เลี้ยงและต้นโกโก้จะไม่บดบังแสงกันเอง ทำให้แดดส่องถึงโคนต้นและพื้นดินได้อย่างทั่วถึง
  • ลดการสะสมของโรค เมื่ออากาศในแปลงถ่ายเทได้ดี ลมพัดผ่านสะดวก ความชื้นสะสมใต้พุ่มก็จะลดลง ซึ่งช่วยตัดวงจรของโรครากเน่าและเชื้อราต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี

 

3. ลักษณะสายพันธุ์และการติดผลในแปลง

สำหรับสายพันธุ์ที่ปลูกในไร่ลุงอ้วนจะเป็น พันธุ์ลูกผสม ซึ่งข้อดีของการปลูกพันธุ์ลูกผสมคือจะเห็นความหลากหลายและสีสันที่สวยงามกระจายอยู่ทั่วทั้งแปลง บางต้นผลสดออกมาเป็นสีเขียว บางต้นออกโทนสีแดง สีชมพู หรือบางต้นก็เป็นสีม่วงเลื่อมตามธรรมชาติ ซึ่งสีสันที่ต่างกันเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลเสียต่อการนำไปแปรสภาพ แต่กลับช่วยให้เกษตรกรสังเกตและแยกแยะความสุกแก่ของผลโกโก้แต่ละสายพันธุ์ในสวนได้ง่ายขึ้นเมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยว

 

เคล็ดลับเด็ด ปลูกโกโก้ให้รอด ผลดกแน่นเต็มต้น

การที่จะเลี้ยงต้นโกโก้ให้อายุยาวนานย่างเข้าปีที่ 10 และยังมีผลผลิตดกเต็มต้นได้นั้น ลุงอ้วนสรุปหัวใจสำคัญไว้ 4 ข้อ ดังนี้

 

1. ระบบน้ำคือ “เส้นเลือดใหญ่”

โกโก้เป็นพืชที่ขาดน้ำไม่ได้เด็ดขาด หากปล่อยให้แห้งแล้งต้นจะโทรมและสลัดลูกทิ้งทันที ดังนั้น ระบบสปริงเกอร์ จึงมีความจำเป็นมาก และสิ่งสำคัญที่สุดก่อนเริ่มปลูกคือ เกษตรกรควรขุดบ่อกักเก็บน้ำไว้ในพื้นที่ของตัวเอง เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีน้ำเพียงพอสำหรับรดต้นโกโก้ตลอดทั้งปี

 

2. การตัดแต่งกิ่ง (ห้ามเสียดายเด็ดขาด!)

เกษตรกรมือใหม่มักจะเสียดายกิ่ง แต่อยากได้ผลดก ซึ่งเป็นความคิดที่ผิด ลุงอ้วนเน้นย้ำว่าต้องคอยหมั่น ตัดแต่งกิ่งที่พันกัน ทรงพุ่มที่ทึบ หรือกิ่งแขนงฝอย ๆ ออกให้โปร่ง เพราะโกโก้ยิ่งตัดแต่งกิ่งให้โปร่ง แสงแดดส่องถึง ต้นจะยิ่งสมบูรณ์ และกระตุ้นให้เกิดการแทงตาดอกรอบใหม่ตามลำต้นได้ดกยิ่งขึ้น

 

3. การจัดการดินและใบไม้แห้งด้วย “ชีวภัณฑ์”

ภายในสวนโกโก้ที่สมบูรณ์จะมีใบไม้ร่วงหล่นคลุมดินหนาแน่น หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่จัดการ ในช่วงหน้าฝนอาจกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อราที่ทำให้เกิด โรครากเน่าโคนเน่า ได้ ทางแก้ไขของลุงอ้วน ใช้จุลินทรีย์ชีวภัณฑ์ กลุ่ม พด.2 และ พด.3 ผสมน้ำแล้วฉีดพ่นลงดินร่วมกัน เดือนละ 1 ครั้ง จุลินทรีย์เหล่านี้จะช่วยย่อยสลายใบไม้แห้งให้กลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์ชั้นดี และสร้างจุลินทรีย์ฝั่งดีคอยควบคุมเชื้อโรคในดินไปในตัว

 

4. สูตรการใส่ปุ๋ยบำรุงตามจังหวะพืช

ช่วงต้นฤดูฝน (หลังการตัดแต่งกิ่ง) 

พืชต้องการสร้างใบและบำรุงต้น ลุงอ้วนจะเลือกใช้ปุ๋ยสูตรที่มีตัวหน้าสูง เช่น 25-7-7 เพื่อเร่งความสมบูรณ์และสร้างความเขียว

ช่วงบำรุงผลและสะสมอาหาร 

เลือกใช้ปุ๋ยสูตรเสมอ เช่น 15-15-15 เพื่อให้ต้นพืชมีสารอาหารเพียงพอในการเลี้ยงผลผลิต เนื่องจากธรรมชาติของโกโก้จะมีการแทงดอกและติดผลอยู่ตลอดเวลา

 

 

เทคนิคการรับมือ “กระรอก” ศัตรูตัวฉกาจด้วยวิธีธรรมชาติ

ปัญหาใหญ่ของคนปลูกโกโก้คือ กระรอกมักจะเข้ามาเจาะกินผลผลิตจนเสียหาย ลุงอ้วนเลือกที่จะไม่ใช้สารเคมีหรือยาเบื่อ แต่ใช้วิธี “เบี่ยงเบนความสนใจทางธรรมชาติ” โดยการปลูกกล้วยหรือมะละกอพันธุ์พื้นเมืองทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ ไว้บริเวณทางเข้าสวนหรือรอบ ๆ แปลง

เมื่อมะละกอหรือกล้วยสุก กระรอกจะเลือกไปกินผลไม้เหล่านั้นก่อน เพราะเนื้อนิ่มและหวานกว่าผลโกโก้ เมื่อพวกมันอิ่มท้องแล้ว ก็จะไม่เข้ามาวุ่นวายหรือทำลายผลโกโก้ในแปลงหลักอีกเลย เป็นแนวคิดเกษตรเกื้อกูลที่ได้ผลดีเยี่ยม

 

 

โมเดลการเก็บเกี่ยวและการตลาด สร้างกระแสเงินสด มีรายได้หมุนเวียนทุก ๆ 10 วัน

ข้อดีที่เด่นชัดที่สุดของการปลูกโกโก้เมื่อเทียบกับไม้ผลชนิดอื่น คือเรื่องของความต่อเนื่องในการเก็บเกี่ยว ผลผลิตโกโก้ในสวนจะไม่สุกพร้อมกันทีเดียวทั้งแปลง แต่จะทยอยสุกสลับต้นและสลับรุ่นกันไปเรื่อย ๆ ตลอดทั้งปี ทำให้เกษตรกรมีรายได้เข้ามาเติมในกระเป๋าอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งมีรายละเอียดในส่วนของการจัดเก็บและการขายดังนี้

1. วิธีสังเกตผลที่พร้อมเก็บเกี่ยว

สำหรับมือใหม่ การดูว่าผลโกโก้ผลไหนพร้อมตัดถือเป็นเรื่องสำคัญ ลุงอ้วนแนะวิธีการสังเกตง่าย ๆ คือ ให้เลือกเก็บผลที่เริ่มเปลี่ยนสีจากสีดิบ กลายมาเป็น โทนสีเหลืองสุกอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งผลสีเหลืองนี้จะเป็นระยะที่เมล็ดข้างในมีความสมบูรณ์เต็มที่ มีเนื้อหุ้มเมล็ดที่พร้อมเข้าสู่กระบวนการหมักเพื่อสร้างกลิ่นหอมของช็อกโกแลตได้ดีที่สุด การตัดในจังหวะที่สุกพอดีแบบนี้จะช่วยให้ผลผลิตได้น้ำหนักดีและขายได้ง่ายขึ้น

2. รอบการเก็บเกี่ยวและการสร้างรายได้ต่อเนื่อง

เนื่องจากธรรมชาติของโกโก้จะติดดอกออกผลอยู่ตลอดเวลา ทำให้ในหนึ่งต้นมีผลผลิตหลายรุ่นปะปนกันไป ลุงอ้วนจึงวางระบบการเดินจัดเก็บผลผลิตไว้ที่ ทุก ๆ 10 วันต่อหนึ่งรอบ โดยภายในหนึ่งเดือน เกษตรกรจะสามารถตัดผลสดขายและเก็บเงินเข้ากระเป๋าได้ถึง 3 รอบ ซึ่งโมเดลนี้ช่วยลดความเสี่ยงเรื่องเงินขาดมือได้ดีมาก เพราะไม่ต้องรอเงินก้อนปีละครั้งเหมือนพืชไร่ชนิดอื่น แต่มีกระแสเงินสดหมุนเวียนเข้ามาให้ใช้จ่ายเป็นค่าปุ๋ย ค่าน้ำ หรือค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้ตลอดทั้งปี

3. ช่องทางการตลาดและระบบพันธมิตร

ปัญหาเรื่องปลูกแล้วไม่รู้จะเอาไปขายใคร ที่เกษตรกรหลายคนเคยกังวล ได้ถูกแก้ปัญหาด้วยระบบพันธมิตรท้องถิ่น ปัจจุบันที่ไร่ลุงอ้วนจะมีผู้ประกอบการรายใหญ่และเจ้าของแปลงแปรรูปช็อกโกแลตที่มีความพร้อม เดินทางเข้ามารับซื้อผลสดถึงหน้าแปลงปลูกเลย ผู้รับซื้อเหล่านี้เป็นกลุ่มที่มีโรงงานแปรรูปครบวงจรของตัวเอง มีตั้งแต่โรงหมัก เมล็ดตากแห้ง ไปจนถึงเครื่องปั่นและเครื่องโม่สำหรับทำช็อกโกแลตแท้ การที่มีคู่ค้ามารับซื้อถึงสวนแบบนี้ ช่วยลดภาระและตัดต้นทุนเรื่องการขนส่งของลุงอ้วนออกไปได้เยอะมาก ยิ่งถ้าเราดูแลผลผลิตให้มีคุณภาพดี เมล็ดเต็ม ผลสมบูรณ์ พ่อค้าก็พร้อมจะเข้ามารับซื้ออย่างต่อเนื่องในระยะยาว

4. สถานการณ์ราคาและโครงสร้างรายได้ที่ยั่งยืน

ในส่วนของราคารับซื้อผลสดหน้าสวนปัจจุบันจะอยู่ที่ประมาณ 8 – 10 บาทต่อกิโลกรัม แน่นอนว่าตัวเลขนี้อาจจะไม่ได้หวือหวาหรือสูงลิบลิ่วเหมือนช่วงที่โกโก้เป็นพืชกระแสใหม่ ๆ แต่ลุงอ้วนมองว่านี่คือราคาตามกลไกตลาดที่แท้จริงและเกษตรกรอยู่ได้สบาย เหตุผลเพราะโกโก้เมื่อโตเต็มที่แล้วจะมีต้นทุนการดูแลต่อรอบที่ค่อนข้างต่ำ ปุ๋ยและยาใช้น้อยลงตามวงจรชีวภาพ เมื่อนำต้นทุนที่ต่ำไปหักลบกับรายได้ที่เข้ามาเรื่อย ๆ ทุก 10 วัน บวกกับอายุของต้นที่เก็บเกี่ยวได้ยาวนานหลายสิบปี โมเดลการทำตลาดผลสดรูปแบบนี้จึงกลายเป็นรายได้เสริมหรือรายได้หลักที่ช่วยให้ครอบครัวเกษตรกรมีความมั่นคง ค่อย ๆ เติบโตได้อย่างยั่งยืนโดยไม่ต้องคอยลุ้นกับความผันผวนของราคาพืชกระแสหลัก

 

 

สรุปมุมมองอนาคต “โกโก้ไทย” จากไร่ลุงอ้วน

ประเทศไทยยังคงมีความต้องการใช้โกโก้ในปริมาณมหาศาล ทั้งในอุตสาหกรรมการผลิตอาหาร ขนม เครื่องดื่ม รวมถึงอุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น โรงงานยาสูบที่ต้องใช้โกโก้ในการบ่มสูงถึงปีละหลายพันตัน ลุงอ้วนคือหนึ่งในเกษตรกรรุ่นแรก ๆ ของสุพรรณบุรีที่ยังคงยืนหยัดปลูกโกโก้ด้วยความรักและความมั่นใจ วันนี้ไร่ลุงอ้วนไม่ได้เป็นเพียงแค่สวนเพื่อการค้า แต่ได้พัฒนาให้เป็น พื้นที่แห่งการเรียนรู้ สำหรับเกษตรกรทั่วประเทศที่อยากเข้ามาศึกษาดูงาน ตั้งแต่ขั้นตอนการปลูก การตัดแต่งกิ่ง ไปจนถึงการดูแลระบบแปลง เพื่อส่งต่อแนวคิดเกษตรกรรมยั่งยืนให้กับคนรุ่นต่อไป

 

 

 

……………………………………… 

เกษตรสัญจร สื่อเกษตรยุคใหม่ แหล่งข้อมูลสาระที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง 

รวมเรื่องเด็ด เกษตรกูรู ศูนย์รวมความรู้และเทคนิคการทำเกษตร 

ติดตามเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับเกษตรเพิ่มเติมได้ที่ : 

𝗙𝗮𝗰𝗲𝗯𝗼𝗼𝗸: เกษตรสัญจร

𝗬𝗼𝘂𝗧𝘂𝗯𝗲: youtube.com/c/Kasetsanjorn

𝗧𝗶𝗸𝗧𝗼𝗸: tiktok.com/@kasetsanjorn

𝗦𝗵𝗼𝗽𝗲𝗲: shopee.co.th/kasetsanjorn

𝗟𝗜𝗡𝗘 𝗢𝗳𝗳𝗶𝗰𝗶𝗮𝗹: @kasetsanjorn

𝗕𝗹𝗼𝗰𝗸𝗱𝗶𝘁: blockdit.com/kasetsanjorn/

𝗧𝘄𝗶𝘁𝘁𝗲𝗿: twitter.com/kasetsanjorn/ 

𝗪𝗲𝗯𝘀𝗶𝘁𝗲:  kasetsanjorn.com

  • FacebookFacebook
  • XTwitter
  • LINELine
เกษตรสัญจรออนไลน์

เกษตรสัญจรออนไลน์

Related Posts

เปลี่ยนหญ้าเป็นปุ๋ย! เทคนิคสับหญ้าคลุมดิน ช่วยดินร่วนซุย ลดต้นทุน

เปลี่ยนหญ้าเป็นปุ๋ย! เทคนิคสับหญ้าคลุมดิน ช่วยดินร่วนซุย ลดต้นทุน

พฤษภาคม 28, 2026
จุลินทรีย์ “น้ำซาวข้าว” ของดีก้นครัว ตัวช่วยดูแลพืชฉบับเกษตรอินทรีย์

จุลินทรีย์ “น้ำซาวข้าว” ของดีก้นครัว ตัวช่วยดูแลพืชฉบับเกษตรอินทรีย์

พฤษภาคม 27, 2026
อยากปลูก “มะม่วง R2E2” ให้ลูกยักษ์ รสชาติหวานมัน ต้องทำอย่างไร?

อยากปลูก “มะม่วง R2E2” ให้ลูกยักษ์ รสชาติหวานมัน ต้องทำอย่างไร?

พฤษภาคม 26, 2026
เปิดสูตร “น้ำหมักเปลือกมังคุด” เคล็ดลับดูแลต้นไม้และไล่แมลงสูตรธรรมชาติ

เปิดสูตร “น้ำหมักเปลือกมังคุด” เคล็ดลับดูแลต้นไม้และไล่แมลงสูตรธรรมชาติ

พฤษภาคม 25, 2026
เปลี่ยนเคมีสู่ “เบบี้แครอทอินทรีย์” ถอดสูตรลับปลูกพืชผักมูลค่าสูงทำเงินตลอดปี 

เปลี่ยนเคมีสู่ “เบบี้แครอทอินทรีย์” ถอดสูตรลับปลูกพืชผักมูลค่าสูงทำเงินตลอดปี 

พฤษภาคม 24, 2026
ทำเกษตรกรยุคใหม่ ไม่ได้ขายแค่ “ผัก” แต่ขาย “ความเชื่อมั่น”กับ “ผักดอยโอเค”

ทำเกษตรกรยุคใหม่ ไม่ได้ขายแค่ “ผัก” แต่ขาย “ความเชื่อมั่น”กับ “ผักดอยโอเค”

พฤษภาคม 17, 2026

Browse by Category

  • advertorial
  • ข่าวเกษตร
  • บทความ
  • พืชเศษรฐกิจใหม่
  • ยังสามารถ
  • สมาร์มฟาร์ม
  • หลักสูตรอบรม
  • เกษตรกรหญิง
  • เกษตรกูรู
  • เกษตรสัญจรคลิป
  • เกษตรเคล็ดลับ
CLICK TO VERIFY: This site uses a GlobalSign SSL Certificate to secure your personal information.
Facebook Twitter Youtube Line

© 2022 เกษตรสัญจร

Welcome Back!

OR

Login to your account below

Forgotten Password? Sign Up

Create New Account!

OR

Fill the forms below to register

All fields are required. Log In

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In

Add New Playlist

No Result
View All Result
  • หน้าหลัก
  • ร้านค้า
  • เข้าสู่ระบบเรียนออนไลน์
  • หลักสูตรอบรม
  • เกี่ยวกับเรา
  • เงื่อนไขและนโยบายข้อมูลส่วนบุคลล (PDPA)

© 2022 เกษตรสัญจร


Warning: Attempt to read property "user_url" on bool in /home/zdfcszwp/public_html/kasetsanjorn.com/wp-content/plugins/wp-seo-structured-data-schema-pro/lib/functions/KcSeoOptions.php on line 7