• หน้าหลัก
  • ร้านค้า
  • เข้าสู่ระบบเรียนออนไลน์
  • หลักสูตรอบรม
  • เกี่ยวกับเรา
  • เงื่อนไขและนโยบายข้อมูลส่วนบุคลล (PDPA)
เกษตรสัญจร - Kasetsanjorn
ADVERTISEMENT
  • หน้าหลัก
  • ข่าวเกษตร
  • บทความ
    • เกษตรเคล็ดลับ
    • สมาร์ทฟาร์ม
    • เกษตรกูรู
    • พืชเศรษฐกิจใหม่
    • เกษตรกรหญิง
  • ร้านค้า
  • หลักสูตรอบรม
  • เข้าสู่ระบบเรียนออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • Contact Us
    • เงื่อนไขและนโยบายข้อมูลส่วนบุคลล (PDPA)
No Result
View All Result
  • หน้าหลัก
  • ข่าวเกษตร
  • บทความ
    • เกษตรเคล็ดลับ
    • สมาร์ทฟาร์ม
    • เกษตรกูรู
    • พืชเศรษฐกิจใหม่
    • เกษตรกรหญิง
  • ร้านค้า
  • หลักสูตรอบรม
  • เข้าสู่ระบบเรียนออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • Contact Us
    • เงื่อนไขและนโยบายข้อมูลส่วนบุคลล (PDPA)
No Result
View All Result
เกษตรสัญจร
No Result
View All Result
Home บทความ

ทำเกษตรกรยุคใหม่ ไม่ได้ขายแค่ “ผัก” แต่ขาย “ความเชื่อมั่น”กับ “ผักดอยโอเค”

เกษตรสัญจรออนไลน์ by เกษตรสัญจรออนไลน์
พฤษภาคม 17, 2026
in บทความ, เกษตรกูรู
0
ทำเกษตรกรยุคใหม่ ไม่ได้ขายแค่ “ผัก” แต่ขาย “ความเชื่อมั่น”กับ “ผักดอยโอเค”
0
SHARES
18
VIEWS
Share on FacebookShare on TwitterShare on LINE
ADVERTISEMENT

จุดเริ่มต้นของผักดอยโอเค ต่อยอดรากฐานเดิม สู่การบุกเบิกเส้นทางพืชที่ใช่

หากย้อนกลับไปดูภูมิหลัง ครอบครัวของคุณธีรพงษ์ ทาหล้า หรือ “พี่พงษ์” มีต้นทุนและพื้นฐานที่คลุกคลีกับอาชีพเกษตรกรรมในพื้นที่บ้านบ่อหลวง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ มาอย่างยาวนาน โดยทำหน้าที่เป็นทั้งผู้ปลูกและผู้รวบรวมผลผลิตดั้งเดิมของชุมชน เช่น พริก มะเขือเทศ และกะหล่ำปลี

แต่หลังจากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท สาขาวิชาพืชสวน คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พี่พงษ์ก็ได้กลับมามองภาพรวมด้วยวิสัยทัศน์ของคนรุ่นใหม่ และพบโจทย์สำคัญว่า หากเลือกที่จะสานต่อระบบการทำสวนแบบเดิมของครอบครัวแบบ 100% อาจไม่สามารถสร้างความยั่งยืนและตอบโจทย์ความอยู่รอดในระยะยาวได้

นี่จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นครั้งสำคัญ ของแบรนด์ผักดอยโอเค พี่พงษ์เลือกที่จะนำองค์ความรู้ทางวิชาการมาผสมผสานกับต้นทุนทางประสบการณ์ของครอบครัว ปรับเปลี่ยนทิศทางอย่างสร้างสรรค์เพื่อบุกเบิกเส้นทางใหม่ โดยมุ่งเน้นไปที่ “การปลูกกลุ่มผักเมืองหนาวและผักอายุสั้น” ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด มีรอบเก็บเกี่ยวเร็ว และสามารถวางแผนการผลิตเพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงตลอดทั้งปีได้ดีกว่าพืชดั้งเดิม การตัดสินใจก้าวข้ามความคุ้นเคยเดิมในวันนั้น จึงเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้เกิดแบรนด์เกษตรโมเดิร์นที่แข็งแกร่งในวันนี้

 

 

กลยุทธ์ปั้นแบรนด์ “ผักดอยโอเค” ให้ครองใจผู้บริโภค

ท่ามกลางคู่แข่งมากมายในท้องตลาด ทั้งจากผลผลิตในท้องถิ่นและผักนำเข้าจากต่างประเทศ สิ่งที่ทำให้ “ผักดอยโอเค” ยังคงยืนหยัดและเป็นที่ต้องการของกลุ่มลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เรื่องของโชคช่วย แต่เกิดจากการวางโครงสร้างการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบผ่าน 3 เสาหลักสำคัญ ดังนี้

 

1. คุณภาพและมาตรฐานสินค้าที่จับต้องได้ 

หัวใจด่านแรกของแบรนด์คือการส่งมอบผลผลิตที่มีคุณภาพดีที่สุดและมีความปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้บริโภค ผักดอยโอเคไม่ได้นิยามคำว่าคุณภาพจากความสวยงามภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่ยึดโยงกับมาตรฐานสากลที่ตรวจสอบได้ โดยผลผลิตทั้งหมดได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP (Good Agricultural Practices) ควบคู่ไปกับระบบการสุ่มตรวจสารพิษตกค้างในสินค้าทุกสัปดาห์ ทั้งการตรวจภายในกลุ่มและการส่งตรวจโดยคู่ค้า เพื่อการันตีว่าผักทุกต้นที่ส่งออกจากฟาร์มมีความบริสุทธิ์ สะอาด และปลอดภัยในทุกคำที่บริโภคอย่างแท้จริง

 

2. การบริหารห่วงโซ่อุปทานเพื่อความต่อเนื่อง 365 วัน 

หนึ่งใน Pain Point ใหญ่ของธุรกิจพืชผักคือความผันผวนของผลผลิตตามฤดูกาล แต่สำหรับผักดอยโอเค ความต่อเนื่อง คือพันธสัญญาสำคัญที่มอบให้แก่คู่ค้าและผู้บริโภค ทางแบรนด์จึงให้ความสำคัญกับการวางแผนกระบวนการผลิตและการจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างเข้มงวด เพื่อให้มีผลผลิตป้อนเข้าสู่ตลาดสม่ำเสมอตลอด 365 วัน โดยไม่มีช่องว่างให้ปัจจัยสภาพอากาศมาฉุดรั้ง การมีสินค้าพร้อมส่งมอบตลอดทั้งปีนี้เองที่ช่วยสร้างข้อได้เปรียบทางการค้าและทำให้คู่ค้าเกิดความเชื่อมั่นในระยะยาว

 

3. การสร้างเรื่องราวร่วมกับการปรับตัวสู่โลกดิจิทัล 

การสื่อสารคุณค่าและความเป็นมาของผลผลิต ถือเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดสำหรับการตลาดยุคใหม่ ผักดอยโอเคไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็นผู้ผลิตต้นน้ำที่รอให้คนมารับซื้อ แต่เลือกที่จะก้าวเข้าสู่โลกออนไลน์เพื่อสร้างตัวตนและสื่อสารโดยตรงกับผู้บริโภค นอกจากนี้ยังเข้าใจพฤติกรรมของคนในยุคดิจิทัล จึงมีการปรับตัวทำคอนเทนต์การตลาดรูปแบบใหม่ๆ อยู่เสมอ เช่น การสร้างสรรค์ละครสั้น เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของฟาร์ม วิธีการดูแลพืชผัก และวิถีชีวิตชุมชนให้ออกมาสนุกสนาน เข้าถึงง่าย สอดรับกับกระแสความนิยม ซึ่งช่วยเปลี่ยนจากแบรนด์ผักธรรมดาให้กลายเป็นแบรนด์ที่มีชีวิตและได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคอย่างรวดเร็ว

 

 

พลังแห่งตลาด “ออนไลน์” สู่การสร้างความเชื่อมั่นระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภค 

สำหรับการดำเนินธุรกิจและการตลาดยุคดิจิทัล คุณธีรพงษ์ ได้ให้มุมมองที่สะท้อนถึงโลกความเป็นจริงไว้อย่างน่าสนใจว่า ระบบการตลาดในปัจจุบันไม่มีสูตรสำเร็จที่บอกว่าถูกหรือผิด 100% โครงสร้างการตลาดแบบดั้งเดิมที่ต้องพึ่งพาพ่อค้าคนกลาง ยังคงเป็นช่องทางที่มีประสิทธิภาพและจำเป็นสำหรับเกษตรกรรุ่นเดิม ซึ่งมีข้อจำกัดด้านการปรับตัวทางเทคโนโลยี หรือมีปริมาณผลผลิตจำนวนมากที่ต้องการการระบายสินค้าอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม สำหรับ “เกษตรกรยุคใหม่” ที่เริ่มต้นธุรกิจจากผืนดินขนาดเล็ก อาวุธลับที่ทรงพลังที่สุดที่จะช่วยทลายข้อจำกัดเหล่านั้นได้ก็คือ “ช่องทางออนไลน์” ซึ่งไม่เพียงแต่ทำหน้าที่เป็นหน้าร้านดิจิทัลที่ช่วยตัดวงจรของพ่อค้าคนกลางออกไป เพื่อนำรายได้กลับมาสู่ฟาร์มได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยเท่านั้น แต่แพลตฟอร์มออนไลน์ยังเปิดโอกาสให้เกษตรกรสามารถก้าวขึ้นมาสร้างตลาดที่สร้างจากความเชื่อมั่นระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภคได้โดยตรง

ถอดสูตรการดูแลในทุกการจัดส่ง “ส่งมอบความสบายใจ ควบคู่ผลผลิตที่สดใหม่” 

หนึ่งในภารกิจสำคัญและเป็นหัวใจหลักของธุรกิจผักสดคือ ระบบการจัดส่งและการจัดการโลจิสติกส์ เนื่องจากธรรมชาติของผักสดเป็นสินค้าที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่เรื่องอุณหภูมิเป็นพิเศษ แม้ว่าในปัจจุบันอุตสาหกรรมการขนส่งจะมีเทคโนโลยี รถขนส่งห้องเย็นที่คอยควบคุมความเย็นให้อยู่ในช่วง 0 ถึง 5 องศาเซลเซียสเพื่อรักษาความสดใหม่แล้วก็ตาม

แต่ในบางครั้ง สภาพแวดล้อมระหว่างการเดินทางที่ยาวไกลจากยอดดอยสู่ตัวเมือง อาจทำให้ระบบทำความเย็นเกิดความคลาดเคลื่อนหน้างาน ทำให้อุณหภูมิติดลบจนผลผลิตผักสลัดหรือมะเขือเทศในกล่องเกิดอาการฉ่ำน้ำหรือแข็งตัว ซึ่งปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยากนี้ สามารถเกิดขึ้นได้ประมาณ 10-15% ในแต่ละรอบการจัดส่ง

เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ คุณธีรพงษ์ เลือกที่จะใช้แนวคิดใจเขาใจเรามาเป็นหลักในการดูแลลูกค้า โดยเปลี่ยนความท้าทายนี้ให้เป็นโอกาสในการส่งมอบความจริงใจและความรับผิดชอบอย่างสูงสุด  ขั้นตอนการดูแลด้วยความใส่ใจเมื่อเกิดความคลาดเคลื่อนระหว่างทาง กติกาง่ายๆ บนความเชื่อใจ ทางสวนประสานความร่วมมือกับลูกค้าอย่างเรียบง่ายตามมาตรฐานการขนส่ง เพียงแค่ลูกค้าเปิดกล่องแล้วถ่ายภาพหรือวิดีโอยืนยันสภาพของผลผลิตส่งเข้ามาทาง Inbox ภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากได้รับสินค้า

คุณธีรพงษ์เลือกที่จะ “ดูแลความรู้สึกของลูกค้าเป็นอันดับแรก” โดยให้สิทธิ์ลูกค้าเลือกแนวทางที่สะดวกใจที่สุดทันที ไม่ว่าจะเป็นการ “โอนเงินคืนเต็มจำนวน” หรือ “จัดส่งผลผลิตชุดใหม่ที่สดจากฟาร์มไปทดแทน” ในรอบถัดไป สำหรับขั้นตอนการประสานงานและยื่นเรื่องเคลมชดเชยกับบริษัทขนส่งที่มีความซับซ้อนและต้องใช้เวลา คุณธีรพงษ์เลือกที่จะรับหน้าที่จัดการเอกสารและการประสานงานหลังบ้านทั้งหมดเอง เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ราบรื่นและไม่ต้องกังวลใจ

“ในฐานะคนทำแบรนด์ หน้าที่ของเราคือการทำให้ลูกค้ามีความสุขและสบายใจที่สุดเมื่อสั่งผักจากเรา ขั้นตอนการเคลมกับขนส่งอาจจะดูยุ่งยากและเสียเวลา เราจึงเลือกที่จะดูแลและชดเชยให้ลูกค้าในทันทีโดยไม่ต้องรอ ส่วนเรื่องการประสานงานระบบหลังบ้าน สวนของเราพร้อมที่จะเข้าไปจัดการอย่างเต็มที่เอง”

การบริหารจัดการโลจิสติกส์ในแบบของผักดอยโอเค จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการเคลื่อนย้ายสินค้าจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง แต่คือกระบวนการส่งมอบความจริงใจและการดูแลเอาใจใส่ในทุกรายละเอียด การแสดงความรับผิดชอบอย่างโปร่งใสและรวดเร็วนี้เอง ที่เปลี่ยนให้ทุกความท้าทายกลายเป็นมิตรภาพที่แน่นแฟ้น ทำให้ผู้บริโภคสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและพร้อมที่จะเป็นพันธมิตรที่เหนียวแน่นกับแบรนด์และชุมชนในระยะยาว

 

 

โมเดลกลุ่มเกษตรกร 20 ครอบครัว และแนวคิดสู่ความสำเร็จ

ความสำเร็จที่แท้จริงของธุรกิจเกษตรยุคใหม่ คือการจูงมือคนในชุมชนให้เติบโตไปด้วยกัน ปัจจุบัน “ผักดอยโอเค” ได้ขยายเครือข่ายสร้างอาชีพที่มั่นคงให้แก่สมาชิกในชุมชนบ้านเกิดมากกว่า 20 ครอบครัว โดย คุณธีรพงษ์ ใช้เวลาลงมือทำให้เห็นเป็นแบบอย่างและพิสูจน์ระบบตลาดนานถึง 7-8 ปี จนชาวบ้านมั่นใจและพร้อมเปิดใจร่วมขับเคลื่อนโมเดลนี้ไปด้วยกัน ผ่าน 3 หัวใจสำคัญ

 

1. สร้างความอุ่นใจด้วยระบบประกันราคา

กลุ่มผักดอยโอเคใช้ระบบประกันราคาและให้ราคาเฉลี่ยที่สูงกว่าท้องตลาดทั่วไปตามความพึงพอใจร่วมกันตลอดทั้งปี ช่วยลดความกังวลเรื่องความผันผวนของกลไกตลาด เกษตรกรจึงสามารถโฟกัสกับการดูแลผลผลิตได้อย่างเต็มที่และมีความมั่นคงทางการเงินที่ชัดเจน

 

2. ยกระดับความเชื่อมั่นด้วยมาตรฐาน GAP 100%

เพื่อส่งมอบความปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้บริโภค สมาชิกทุกคนต้องผ่านการอบรมและได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP ครบ 100% ทุกแปลง พร้อมมีระบบสุ่มตรวจสารพิษตกค้างทุกสัปดาห์ ทั้งการตรวจภายในกลุ่มและการส่งตรวจโดยคู่ค้า เพื่อการันตีความบริสุทธิ์ของผักทุกต้น

 

3. แนวคิดเหล็กด้านทัศนคติและการมีส่วนร่วม

การที่กลุ่มสามารถเติบโตอย่างเหนียวแน่นเข้าสู่ปีที่ 5-6 เกิดจากการปักหมุดที่ทัศนคติเชิงบวก ทุกคนพร้อมที่จะเรียนรู้ พัฒนา และแบ่งปันร่วมกัน โดยมีการประชุมล้อมวงแลกเปลี่ยนไอเดียเพื่อช่วยกันแก้ปัญหาอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ควบคู่ไปกับการทำกิจกรรมจิตอาสาดูแลสังคม เช่น การทำแปลงผักสวนครัวอาหารกลางวันให้โรงชนในชุมชน เพื่อให้กลุ่มและชุมชนหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกันอย่างยั่งยืน

 

 

ปรับเปลี่ยนตามธรรมชาติ พลิกวิกฤต “โลกร้อน” ด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีโรงเรือนอัจฉริยะ

สภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) หรือปัญหาโลกร้อน กลายเป็นหนึ่งในความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดของเกษตรกรยุคนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศที่ร้อนจัดเกินไป หรือปริมาณน้ำฝนที่ตกชุกหนาแน่นจนเกินไป ล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเจริญเติบโตและวิถีการทำเกษตรกรรม

คุณธีรพงษ์ได้แบ่งปันประสบการณ์ตรงว่า เมื่ออากาศร้อนจัด พืชตระกูลมะเขือเทศจะเกิดความเครียด ส่งผลให้เกิดปัญหาการผสมเกสรไม่ติดและผลผลิตลดลง ขณะที่ผักสลัดก็จะหลั่งสารแห่งความเครียดออกมาทำให้มีรสชาติขม ในทางกลับกัน หากเป็นฤดูฝนที่มีฝนตกชุกและฟ้าปิดติดต่อกันเป็นเวลาหลายสิบวันบนดอย การขาดแสงแดดจะทำให้น้ำหนักต่อต้นของผักลดลง และมีความเสี่ยงสูงต่อการระบาดของโรคพืชตามมา

เพื่อเตรียมพร้อมและรับมือกับสภาพอากาศที่ผันผวนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แบรนด์ผักดอยโอเคจึงได้ปรับเปลี่ยนระบบการจัดการฟาร์ม โดยกำหนดให้ ผลผลิต 90% ต้องอยู่ภายใต้ระบบโรงเรือนที่มีการควบคุมสภาพแวดล้อม

 

1. การจัดการในฤดูฝน 

โรงเรือนจะถูกมุงด้วยหลังคาพลาสติกคุณภาพสูง เพื่อทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันปริมาณน้ำฝนและความชื้นสัมพัทธ์ที่มากเกินไป ซึ่งช่วยลดโอกาสการเกิดโรคระบาดทางใบและรากได้อย่างดีเยี่ยม

 

2. การจัดการในฤดูร้อน

จะมีการใช้ระบบพรางแสงร่วมกับการติดตั้งระบบสเปรย์ละอองน้ำภายในโรงเรือน เพื่อช่วยลดอุณหภูมิและเพิ่มความชื้นในอากาศอย่างเหมาะสม ทำให้พืชผักมีความสุข ไม่เครียด และยังคงเติบโตได้ดีแม้ภายนอกโรงเรือนจะมีสภาพอากาศที่ร้อนจัด

ความสำเร็จในการควบคุมสภาวะแวดล้อมนี้เอง ยิ่งตอกย้ำถึงแนวคิดการบริหารจัดการฟาร์มยุคใหม่ เมื่อถามถึงมุมมองในด้านการบริหารงบประมาณ คุณธีรพงษ์เลือกที่จะ ลงทุนในเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตรใหม่ๆ มากกว่าการนำเงินไปซื้อที่ดินเพิ่ม เพราะเป้าหมายหลักคือการทำอย่างไรให้พื้นที่เดิมที่มีอยู่ สามารถสร้างผลผลิตที่มีคุณภาพสูงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการลดต้นทุนการผลิตและความสูญเสียในระยะยาวได้อย่างคุ้มค่าที่สุด

 

 

สรุปและก้าวต่อไปของ “ผักดอยโอเค” ส่งต่อองค์ความรู้และร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้ชุมชน

บทเรียนความสำเร็จของ ผักดอยโอเค พิสูจน์ให้เห็นว่าเกษตรกรยุคใหม่เติบโตได้อย่างมั่นคงหากมีวิสัยทัศน์และการปรับตัวที่เท่าทันโลก เป้าหมายสูงสุดของแบรนด์ในวันนี้ จึงไม่ใช่แค่การปลูกผักสร้างรายได้เลี้ยงชีพเท่านั้น แต่คือความตั้งใจของ คุณธีรพงษ์ ทาหล้า ที่ต้องการสร้างระบบนิเวศการเกษตรที่แข็งแรง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องในชุมชนบ้านเกิดให้สามารถลืมตาอ้าปากได้อย่างยั่งยืน จากปัจจุบันที่ดูแลสมาชิก 20 ครอบครัว ทางสวนตั้งเป้าหมายที่จะขยายเครือข่ายความสุขนี้ให้ครอบคลุมยิ่งขึ้นในอนาคต

เพื่อส่งต่อประสบการณ์ที่สั่งสมมา ปัจจุบันผักดอยโอเคได้ยกระดับพื้นที่ให้กลายเป็น “แหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรที่มีชีวิต” สำหรับผู้ที่สนใจเริ่มต้น พร้อมทั้งเปิดให้บริการ ฟาร์มสเตย์ ขนาดกะทัดรัด บนดอยบ่อหลวง เพื่อต้อนรับผู้มาเยือนให้ได้มาสัมผัสวิถีฟาร์มอย่างใกล้ชิด โดยเดินทางสะดวกสบายติดถนนใหญ่สาย 108 (เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน) จากสนามบินเชียงใหม่เพียง 2 ชั่วโมง

การเลือกบริโภคผลผลิตหรือเข้ามาเยี่ยมชมผักดอยโอเค จึงมีความหมายมากกว่าแค่การซื้อผักสะอาดปลอดภัยมาตรฐาน GAP แต่คือการที่ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการสนับสนุน สร้างงาน สร้างอาชีพ และส่งต่ออนาคตที่มั่นคงให้แก่พี่น้องเกษตรกรบนพื้นที่สูง เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนวิถีเกษตรกรรมไทยให้เติบโตไปข้างหน้าอย่างงดงามและยั่งยืนร่วมกัน

พิกัดเดินทาง: ติดถนนทางหลวงหมายเลข 108 (เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน) ตรงข้ามเทศบาลตำบลบ่อหลวง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ (เดินทางจากสนามบินเชียงใหม่ประมาณ 2 ชั่วโมง)

ช่องทางการติดต่อ: Facebook Fanpage: สวนผักดอยโอเค 

 

 

 

……………………………………… 

เกษตรสัญจร สื่อเกษตรยุคใหม่ แหล่งข้อมูลสาระที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง 

รวมเรื่องเด็ด เกษตรกูรู ศูนย์รวมความรู้และเทคนิคการทำเกษตร 

ติดตามเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับเกษตรเพิ่มเติมได้ที่ : 

𝗙𝗮𝗰𝗲𝗯𝗼𝗼𝗸: เกษตรสัญจร

𝗬𝗼𝘂𝗧𝘂𝗯𝗲: youtube.com/c/Kasetsanjorn

𝗧𝗶𝗸𝗧𝗼𝗸: tiktok.com/@kasetsanjorn

𝗦𝗵𝗼𝗽𝗲𝗲: shopee.co.th/kasetsanjorn

𝗟𝗜𝗡𝗘 𝗢𝗳𝗳𝗶𝗰𝗶𝗮𝗹: @kasetsanjorn

𝗕𝗹𝗼𝗰𝗸𝗱𝗶𝘁: blockdit.com/kasetsanjorn/

𝗧𝘄𝗶𝘁𝘁𝗲𝗿: twitter.com/kasetsanjorn/ 

𝗪𝗲𝗯𝘀𝗶𝘁𝗲:  kasetsanjorn.com

  • FacebookFacebook
  • XTwitter
  • LINELine
Tags: SmartFarmerผักดอยOKผักอินทรีย์เกษตรยุคใหม่
เกษตรสัญจรออนไลน์

เกษตรสัญจรออนไลน์

Related Posts

เลือกเครื่องจักรกลการเกษตรอย่างไรให้คุ้มค่า? ทุ่นแรงได้จริง

เลือกเครื่องจักรกลการเกษตรอย่างไรให้คุ้มค่า? ทุ่นแรงได้จริง

มิถุนายน 21, 2026
ยาราเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์  “ไบโอโลจิคัล” พร้อมพิสูจน์ผลลัพธ์จริงในแปลงเกษตร 5 ภาคทั่วไทย

ยาราเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์  “ไบโอโลจิคัล” พร้อมพิสูจน์ผลลัพธ์จริงในแปลงเกษตร 5 ภาคทั่วไทย

มิถุนายน 17, 2026
จุลินทรีย์ในดินช่วยปรับปรุงคุณภาพดินได้อย่างไร

จุลินทรีย์ในดินช่วยปรับปรุงคุณภาพดินได้อย่างไร

มิถุนายน 17, 2026
ทำไม “ปลูกพืช” ซ้ำที่เดิม ผลผลิตถึงลดลง?

ทำไม “ปลูกพืช” ซ้ำที่เดิม ผลผลิตถึงลดลง?

มิถุนายน 17, 2026
พลิกวิกฤตน้ำเค็ม! สวนทุเรียน BB เทคนิค “ปลูกพืชพี่เลี้ยง” สู้ความเค็มฉบับเกษตรผสมผสาน

พลิกวิกฤตน้ำเค็ม! สวนทุเรียน BB เทคนิค “ปลูกพืชพี่เลี้ยง” สู้ความเค็มฉบับเกษตรผสมผสาน

มิถุนายน 14, 2026
ถั่วลายเสือ “เสือกาฬสินธุ์ 2” พืชสร้างตัวคืนถิ่น โมเดลเกษตรยั่งยืนพลิกชีวิตชุมชน

ถั่วลายเสือ “เสือกาฬสินธุ์ 2” พืชสร้างตัวคืนถิ่น โมเดลเกษตรยั่งยืนพลิกชีวิตชุมชน

มิถุนายน 7, 2026

Browse by Category

  • advertorial
  • ข่าวเกษตร
  • บทความ
  • พืชเศษรฐกิจใหม่
  • ยังสามารถ
  • สมาร์มฟาร์ม
  • หลักสูตรอบรม
  • เกษตรกรหญิง
  • เกษตรกูรู
  • เกษตรสัญจรคลิป
  • เกษตรเคล็ดลับ
CLICK TO VERIFY: This site uses a GlobalSign SSL Certificate to secure your personal information.
Facebook Twitter Youtube Line

© 2022 เกษตรสัญจร

Welcome Back!

OR

Login to your account below

Forgotten Password? Sign Up

Create New Account!

OR

Fill the forms below to register

All fields are required. Log In

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In

Add New Playlist

No Result
View All Result
  • หน้าหลัก
  • ร้านค้า
  • เข้าสู่ระบบเรียนออนไลน์
  • หลักสูตรอบรม
  • เกี่ยวกับเรา
  • เงื่อนไขและนโยบายข้อมูลส่วนบุคลล (PDPA)

© 2022 เกษตรสัญจร


Warning: Attempt to read property "user_url" on bool in /home/zdfcszwp/public_html/kasetsanjorn.com/wp-content/plugins/wp-seo-structured-data-schema-pro/lib/functions/KcSeoOptions.php on line 7