• หน้าหลัก
  • ร้านค้า
  • เข้าสู่ระบบเรียนออนไลน์
  • หลักสูตรอบรม
  • เกี่ยวกับเรา
  • เงื่อนไขและนโยบายข้อมูลส่วนบุคลล (PDPA)
เกษตรสัญจร - Kasetsanjorn
ADVERTISEMENT
  • หน้าหลัก
  • ข่าวเกษตร
  • บทความ
    • เกษตรเคล็ดลับ
    • สมาร์ทฟาร์ม
    • เกษตรกูรู
    • พืชเศรษฐกิจใหม่
    • เกษตรกรหญิง
  • ร้านค้า
  • หลักสูตรอบรม
  • เข้าสู่ระบบเรียนออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • Contact Us
    • เงื่อนไขและนโยบายข้อมูลส่วนบุคลล (PDPA)
No Result
View All Result
  • หน้าหลัก
  • ข่าวเกษตร
  • บทความ
    • เกษตรเคล็ดลับ
    • สมาร์ทฟาร์ม
    • เกษตรกูรู
    • พืชเศรษฐกิจใหม่
    • เกษตรกรหญิง
  • ร้านค้า
  • หลักสูตรอบรม
  • เข้าสู่ระบบเรียนออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • Contact Us
    • เงื่อนไขและนโยบายข้อมูลส่วนบุคลล (PDPA)
No Result
View All Result
เกษตรสัญจร
No Result
View All Result
Home บทความ

เจาะลึกเทคนิค “เลี้ยงปลาสลิดบ่อปูน”  ต้นทุนต่ำ เลี้ยงง่าย ใช้พื้นที่น้อย

เกษตรสัญจรออนไลน์ by เกษตรสัญจรออนไลน์
พฤษภาคม 10, 2026
in บทความ, เกษตรกูรู
0
เจาะลึกเทคนิค “เลี้ยงปลาสลิดบ่อปูน”  ต้นทุนต่ำ เลี้ยงง่าย ใช้พื้นที่น้อย
0
SHARES
20
VIEWS
Share on FacebookShare on TwitterShare on LINE
ADVERTISEMENT

 

หลายคนอาจเคยได้ยินความเชื่อที่ว่าปลาสลิดต้องเลี้ยงในบ่อดินขนาดใหญ่เท่านั้นถึงจะโต แต่ในวันนี้ คุณต้น เจ้าของฟาร์มปลาสลิดบ่อปูน จ.ราชบุรี ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ความเชื่อนั้นไม่จริงเสมอไป ด้วยความมุ่งมั่นที่จะลดต้นทุน คุณต้นจึงได้พัฒนาเทคนิคการเลี้ยงปลาสลิดในบ่อปูนที่ทำได้จริง จนกลายเป็นศูนย์เรียนรู้ที่ส่งต่ออาชีพให้กับผู้คนมากมาย

 

จุดเริ่มต้นจากความล้มเหลว สู่การเป็นเกษตรกรเลี้ยงปลาสลิดบ่อปูนแบบมืออาชีพ 

เส้นทางการเป็นกูรูด้านปลาสลิดของคุณต้นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ในช่วงแรกที่เริ่มทดลองเลี้ยงในบ่อปูน ผลลัพธ์กลับกลายเป็นความล้มเหลว เพราะปลาที่นำมาปล่อยมีอัตราการตายสูง ส่วนที่เหลือรอดก็แคระแกร็น ไม่เจริญเติบโตตามเกณฑ์ แม้จะพยายามเปลี่ยนน้ำให้สะอาดหรือให้อาหารที่ดีที่สุดเพียงใด ปลาสลิดในบ่อปูนก็ยังไปไม่รอด

 

ความสงสัยนี้นำไปสู่การลงพื้นที่เก็บข้อมูลในฟาร์มบ่อดินขนาดใหญ่หลายแห่ง จนค้นพบความจริงที่ว่า ปลาสลิดเป็นปลาที่มีสัญชาตญาณผูกพันกับระบบนิเวศดิน การเลี้ยงในบ่อปูนเปล่าที่มีเพียงน้ำใสและผนังซีเมนต์ที่แข็งกระด้าง ทำให้ปลาเกิดความเครียดสะสม ส่งผลต่อระบบการกินอาหารและการสร้างภูมิคุ้มกัน จนในที่สุดปลาก็จะทยอยตายไป

 

คุณต้นจึงแก้โจทย์นี้ด้วยการเปลี่ยนบ่อปูนให้กลายเป็น “บ่อจำลองธรรมชาติ” โดยมีหัวใจสำคัญคือการใส่ ดินนาหรือดินทั่วไป ลงไปที่ก้นบ่อให้มีความหนาประมาณ 10 เซนติเมตร โดยดินที่เลือกใช้ควรเป็นดินที่สะอาด ไม่มีสารเคมีตกค้าง หรือหากเป็นไปได้ควรใช้ดินนาที่ผ่านการตากแห้งมาแล้ว เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดต่อตัวปลา ซึ่งดินเหล่านี้ทำหน้าที่เสมือนเครื่องจักรชีวภาพที่สำคัญ 3 ด้าน

  1. ดินจะเป็นที่อยู่อาศัยของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ ซึ่งจะช่วยย่อยสลายมูลปลาและเศษอาหารที่ตกค้าง ไม่ให้กลายเป็นแอมโมเนียหรือก๊าซพิษที่ทำให้น้ำเสีย
  2. ในชั้นดินและผิวสัมผัสของพืชน้ำจะเกิดตะไคร่น้ำและไรน้ำขนาดเล็ก ซึ่งเป็นอาหารเสริมชั้นเลิศที่ปลาสลิดสามารถตอดกินได้ตลอดทั้งวัน ช่วยให้ปลาได้รับสารอาหารที่หลากหลายกว่าการกินอาหารเม็ดเพียงอย่างเดียว
  3. สีของดินและน้ำที่ขุ่นเล็กน้อยจะช่วยให้ปลารู้สึกปลอดภัย ไม่ตื่นตกใจง่าย เหมือนได้อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติจริงๆ นอกจากนี้ แร่ธาตุจากดินยังช่วยปรับค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ของน้ำในบ่อปูนให้คงที่ ไม่แกว่งไปมาตามสภาพอากาศ

การใส่ดินจึงไม่ใช่แค่การนำดินมาวางไว้ที่ก้นบ่อ แต่คือการสร้าง “ระบบนิเวศที่พึ่งพาตนเองได้” ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ปลาสลิดบ่อปูนของคุณต้นเติบโตได้ดีไม่แพ้ปลาจากบ่อดินธรรมชาติ และที่สำคัญคือทำให้ผู้เลี้ยงแทบไม่ต้องเปลี่ยนน้ำเลยตลอดระยะเวลาการเลี้ยง ช่วยประหยัดทั้งแรงและทรัพยากรได้อย่างมหาศาล

 

 

การจัดการ “บ่อปูนเลียนแบบธรรมชาติ” เพื่อผลผลิตคุณภาพสูง

การเตรียมสภาพแวดล้อมก่อนการปล่อยปลาถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะตัดสินความสำเร็จของการเลี้ยงปลาสลิดบ่อปูน โดยเฉพาะมือใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์ การเซ็ตระบบบ่อที่ถูกต้องจะช่วยลดอัตราการตายและภาระการดูแลรักษาในระยะยาว ผ่าน 4 ขั้นตอนหลักดังนี้

1. การกำจัดฤทธิ์ปูนและฆ่าเชื้อโรค 

บ่อซีเมนต์ใหม่มักมีความเป็นด่างและเค็มปูนสูง ซึ่งเป็นพิษร้ายแรงต่อเมือกและเหงือกปลา วิธีการแก้ไขคือการเติมน้ำให้เต็มบ่อแล้วแช่ด้วยด่างทับทิมประมาณครึ่งช้อนโต๊ะทิ้งไว้ 3 วัน เพื่อเจือจางค่าความเป็นด่างและฆ่าเชื้อโรค เมื่อครบกำหนดให้ระบายน้ำออกแล้วฉีดล้างด้วยน้ำเปล่าตามปกติ โดยไม่ต้องขัดผิวปูนจนสะอาดหมดจด เพื่อให้เหลือคราบจุลินทรีย์บางๆ ที่ช่วยให้ระบบนิเวศเซ็ตตัวได้รวดเร็วยิ่งขึ้นในขั้นตอนต่อไป

2. การวางระบบพื้นฐานด้วยดินนา 

การใส่ดินคือการสร้างกระเพาะอาหารและเครื่องกรองน้ำชีวภาพให้กับบ่อปูน เนื่องจากปลาสลิดมีสัญชาตญาณผูกพันกับดินตามธรรมชาติ โดยควรเลือกใช้ดินนาหรือดินทั่วไปที่สะอาดปราศจากสารเคมี ปูรองพื้นก้นบ่อให้มีความหนาประมาณ 10 เซนติเมตร ดินจะทำหน้าที่ควบคุมสภาพน้ำให้คงที่ เป็นที่อยู่ของจุลินทรีย์ที่ช่วยย่อยสลายสิ่งปฏิกูล และช่วยลดความเครียดให้กับปลาด้วยการปรับสภาพน้ำให้มีความขุ่นเล็กน้อยเหมือนแหล่งน้ำธรรมชาติ จากนั้นเติมน้ำให้เหลือห่างจากขอบบ่อประมาณ 10 เซนติเมตร

3. การจัดสภาพแวดล้อมด้วยพืชน้ำ

หลังจากเตรียมบ่อแล้ว ปล่อยพ่อแม่พันธุ์ ในอัตราตัวผู้ 1 ตัว ต่อ ตัวเมีย 2 ตัว และใส่พืชน้ำอย่างผักตบชวา จะช่วยสร้างระบบกรองน้ำชีวภาพที่ยอดเยี่ยม ช่วยดูดซับแอมโมเนียและลดอุณหภูมิในบ่อไม่ให้ร้อนเกินไปในช่วงกลางวัน นอกจากนี้ รากพืชยังเป็นวัสดุสำคัญที่ปลาตัวผู้ใช้ยึดเกาะในการ “ก่อหวอด” เพื่อวางไข่ และยังเป็นแหล่งโปรตีนธรรมชาติให้ปลาตอดกินได้ตลอดเวลา เมื่อปล่อยลงบ่อที่เตรียมระบบนิเวศไว้อย่างดี ปลาจะเริ่มก่อหวอดใต้พืชน้ำภายในเวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์ ซึ่งถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการขยายพันธุ์ที่ประสบความสำเร็จ

4. ข้อได้เปรียบของการจัดการในระบบบ่อปูน 

การเลี้ยงในระบบบ่อปูนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการที่เหนือกว่าบ่อดินขนาดใหญ่ เนื่องจากเป็นระบบปิดขนาดเล็กที่ทำให้ผู้เลี้ยงสามารถสังเกตคุณภาพน้ำและสุขภาพปลาได้ด้วยตาเปล่าอย่างทั่วถึง หากเกิดปัญหาสามารถแก้ไขได้ทันที อีกทั้งยังสะดวกต่อการคัดขนาด และการจับจำหน่ายโดยไม่ต้องใช้แรงงานจำนวนมาก ที่สำคัญคือการให้อาหารทำได้อย่างแม่นยำ ปลามองเห็นและเข้าถึงอาหารได้ง่าย ลดปัญหาอาหารตกค้างเน่าเสียที่ก้นบ่อ ทำให้ปลาที่ได้มีความสะอาดและเติบโตได้อย่างสมบูรณ์

 

 

แนวทางการเลือกซื้อลูกปลาสำหรับผู้เริ่มต้น 

สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่ต้องการเริ่มจากการเพาะพันธุ์เอง แต่ต้องการซื้อลูกปลามาลงบ่อเพื่อทดลองเลี้ยง คุณต้นให้คำแนะนำเชิงกลยุทธ์เพื่อป้องกันความล้มเหลวในช่วงแรกดังนี้

1. หลีกเลี่ยง “ไซส์ใบมะขาม”

ลูกปลาขนาดเล็กมาก (ไซส์ใบมะขาม หรือขนาดไม่เกิน 1 นิ้ว) แม้จะมีราคาถูก (ประมาณ 0.60 – 0.90 บาท) แต่อัตราการรอดตายในบ่อปูนสำหรับมือใหม่นั้นต่ำมาก เนื่องจากปลามีความอ่อนไหวต่อสภาพแวดล้อมและต้องการการดูแลที่ละเอียดอ่อนเป็นพิเศษ

2.เริ่มต้นด้วย “ไซส์ไฟแช็ค” (2 นิ้ว) 

คุณต้นแนะนำให้ลงทุนกับลูกปลาที่มีขนาดความยาวประมาณ 2 นิ้ว หรือที่เรียกกันว่า “ไซส์ไฟแช็ค” แม้จะมีต้นทุนสูงกว่า (ประมาณตัวละ 3-4 บาท) แต่แลกมาด้วย โครงสร้างร่างกายที่แข็งแรงและมีภูมิคุ้มกันที่ดีกว่า

3. การลดความเสี่ยง 

การเริ่มต้นด้วยปลาที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ช่วยให้อัตราการรอดตายพุ่งสูงขึ้นเกือบ 100% ซึ่งเป็นปัจจัยทางจิตวิทยาที่สำคัญสำหรับเกษตรกรหน้าใหม่ เมื่อเห็นปลาเจริญเติบโตได้ดีในช่วงเดือนแรก จะช่วยสร้างกำลังใจและลดโอกาสในการเลิกรากลางคันเนื่องจากปัญหาปลาตายยกบ่อ

 

 

เทคนิคการอนุบาลและการให้อาหาร

กระบวนการอนุบาลถือเป็นช่วงเวลาที่เปราะบางและสำคัญที่สุด เพราะแม่ปลาสลิดที่สมบูรณ์เพียงหนึ่งตัวสามารถให้ลูกปลาได้มากถึง 1,500 – 3,000 ตัว การบริหารจัดการบ่ออนุบาลอย่างเป็นระบบจึงเป็นตัวแปรสำคัญที่จะกำหนดจำนวนผลผลิตในอนาคต โดยคุณต้นได้สรุปเทคนิคการดูแลและสูตรอาหารที่ช่วยให้ปลาเติบโตอย่างก้าวกระโดดไว้ดังนี้

1. เมื่อลูกปลาเริ่มฟักออกจากไข่และมีอายุได้ประมาณ 20 วัน หรือเริ่มมีขนาดลำตัวเท่าหัวไม้ขีด คุณต้นแนะนำให้รีบทำการ “แยกพ่อแม่พันธุ์” ออกจากบ่ออนุบาลทันที การทำเช่นนี้มีวัตถุประสงค์หลัก 2 ประการ คือ เพื่อป้องกันไม่ให้พ่อแม่พันธุ์รบกวนหรือกินลูกปลาในกรณีที่อาหารไม่เพียงพอ และเพื่อให้นำพ่อแม่พันธุ์เหล่านั้นไปพักฟื้นเตรียมพร้อมสำหรับการเพาะพันธุ์ในบ่อถัดไปได้ทันที นอกจากนี้ยังเป็นการช่วยลดความแออัดภายในบ่อเดิม ทำให้ลูกปลามีพื้นที่ในการว่ายน้ำและเข้าถึงออกซิเจนได้ดีขึ้น ส่งผลให้อัตราการเจริญเติบโตสม่ำเสมอกันทั้งฝูง

2.สูตรลับอาหารเร่งโต การประยุกต์ใช้โปรตีนจากอาหารกบ หัวใจสำคัญที่คุณต้นเลือกใช้เพื่อสร้างความแตกต่างคือ “การใช้สูตรอาหารกบ” แทนอาหารปลาทั่วไป เนื่องจากอาหารกบมีปริมาณโปรตีนเข้มข้นสูงกว่า ซึ่งจำเป็นอย่างมากต่อโครงสร้างร่างกายของปลาสลิดที่ขึ้นชื่อว่าเป็นปลาที่โตช้าตามธรรมชาติ โดยมีแนวทางการให้ดังนี้

  • เทคนิคสำหรับลูกปลาวัยอ่อน เนื่องจากปลาสลิดเป็นปลาปากเล็ก ในระยะอนุบาลผู้เลี้ยงควรนำอาหารเม็ดมาบดให้เป็นผงละเอียดก่อนโรยลงบนผิวน้ำ เพื่อให้ลูกปลาสามารถคาบกินได้ง่ายและลดการสูญเสียของอาหาร
  • วินัยในการให้อาหาร การให้อาหารควรทำเพียง วันละ 1 มื้อในช่วงเช้า เท่านั้น และต้องระมัดระวังไม่ให้ปริมาณมากเกินความจำเป็น เพราะเศษอาหารที่เหลือจากการกินจะตกลงสู่ชั้นดินและกลายเป็นภาระของระบบนิเวศในบ่อ การให้ในปริมาณที่พอดีจะช่วยรักษาสภาพน้ำให้สะอาดอยู่เสมอ ลดความเสี่ยงการเกิดโรค และทำให้ปลาแข็งแรงพร้อมเข้าสู่ระยะการเลี้ยงเพื่อจำหน่ายต่อไปได้อย่างมั่นใจ

 

 

วางแผนการเลี้ยงอย่างเป็นระบบ สร้างรายได้ต่อเนื่องตั้งแต่ลูกปลาจนถึงการแปรรูป 

การเลี้ยงปลาสลิดในบ่อปูนตามแบบฉบับของคุณต้น ไม่ใช่เพียงการรอเก็บเกี่ยวผลผลิตเมื่อปลาโตเต็มที่เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการบริหารจัดการวงจรชีวิตของปลาเพื่อสร้างรายได้หลากหลายช่องทาง ซึ่งช่วยให้เกษตรกรมีรายได้หมุนเวียนเข้ามาในแต่ละระยะของการเติบโต ดังนี้

1. การจำหน่ายลูกปลา 

ช่องทางนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สร้างรายได้ได้รวดเร็วที่สุด เมื่อเพาะพันธุ์จนได้ลูกปลาและเลี้ยงต่อจนถึงขนาด “ไซส์ไฟแช็ค” (ความยาวประมาณ 2 นิ้ว) ซึ่งใช้ระยะเวลาเพียง 1 เดือนครึ่งถึง 2 เดือน ก็สามารถจำหน่ายได้ในราคาประมาณตัวละ 1.50 – 2.00 บาท ลูกปลาไซส์นี้เป็นที่ต้องการของตลาดสูงมาก เนื่องจากมีโครงสร้างร่างกายที่แข็งแรงและมีอัตรารอดตายสูงกว่าไซส์เล็ก ทำให้เกษตรกรสามารถสร้างรอบการหมุนเวียนของเงินทุนได้รวดเร็วโดยไม่ต้องแบกรับภาระค่าอาหารในระยะยาว

2. การจำหน่ายพ่อแม่พันธุ์คุณภาพ 

สำหรับปลาที่มีลักษณะเด่นและมีการเจริญเติบโตที่สมบูรณ์กว่าตัวอื่นในรุ่น เมื่อเลี้ยงจนมีอายุครบ 1 ปีขึ้นไปและมีสรีระที่พร้อมสำหรับการขยายพันธุ์ สามารถคัดแยกออกมาเพื่อจำหน่ายเป็น “ชุดพ่อแม่พันธุ์” ซึ่งมีมูลค่าสูงกว่าปลาเนื้อทั่วไป การจำหน่ายเป็นชุดตามสูตรตัวผู้ 1 ต่อตัวเมีย 2 ในราคาที่เหมาะสม ไม่เพียงแต่สร้างผลกำไรที่คุ้มค่า แต่ยังเป็นการส่งต่อสายพันธุ์ปลาที่ผ่านการคัดสรรมาแล้วว่าสามารถปรับตัวและเติบโตได้ดีเยี่ยมในระบบบ่อปูน

3. การจำหน่ายปลาเนื้อและการแปรรูปเพิ่มมูลค่า  

เมื่อปลาโตเต็มที่จนได้ขนาดมาตรฐาน การจำหน่ายเป็นปลาเนื้อสดหรือนำมาแปรรูปเป็น “ปลาสลิดแดดเดียวเกรดพรีเมียม” คือจุดที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้สูงสุด โดยเฉพาะปลาสลิดที่เลี้ยงในบ่อปูนซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความสะอาดและไร้กลิ่นโคลน ทำให้สามารถตั้งราคาขายปลีกได้ขั้นต่ำถึงกิโลกรัมละประมาณ 220 บาท นอกจากนี้การนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น น้ำพริกปลาสลิด หรือปลาเค็ม ยังช่วยขยายฐานลูกค้าและเพิ่มโอกาสทางการค้าในตลาดออนไลน์ได้กว้างขวางยิ่งขึ้น ช่วยให้การเลี้ยงปลาสลิดกลายเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

 

 

บทสรุป ความสำเร็จที่เริ่มต้นจากพื้นที่เล็กๆ หลังบ้าน

การเลี้ยงปลาสลิดในบ่อปูนจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของการทำเกษตรในพื้นที่จำกัดเท่านั้น แต่มันคือศิลปะการบริหารจัดการพื้นที่ว่าง ให้กลายเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพและแหล่งรายได้ที่จับต้องได้จริง บทเรียนจากคุณต้นพิสูจน์ให้เห็นว่า แม้จะเริ่มต้นจากความล้มเหลว แต่หากเราเข้าใจธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตและกล้าที่จะปรับตัวตามหลักเหตุและผล ความสำเร็จย่อมอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

 

สำหรับใครที่กำลังมองหาอาชีพเสริมหรือต้องการสร้างความมั่นคงทางอาหารภายในครัวเรือน การเลี้ยงปลาสลิดในบ่อปูนระบบเลียนแบบธรรมชาติถือเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์อย่างยิ่ง ทั้งในด้านการใช้ทรัพยากรที่คุ้มค่า การดูแลที่ง่าย และผลตอบแทนที่หลากหลาย หากท่านต้องการศึกษาเรียนรู้เพิ่มเติม คุณต้นพร้อมเปิดบ้านเป็นศูนย์เรียนรู้ให้เข้าชมฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพราะเขาเชื่อมั่นเสมอว่า “การแบ่งปันความรู้คือการสร้างเครือข่ายเกษตรกรที่แข็งแกร่งและยั่งยืนที่สุด” เพื่อให้ปลาสลิดบ่อปูนกลายเป็นอาชีพที่ช่วยสร้างรายได้ให้กับทุกคนได้อย่างแท้จริง

 

หากสนใจพันธุ์ปลาสลิดและสอบเทคนิคการเลี้ยง สามารถติดต่อได้ที่ 

โทร : 089-6142424

Facebook : บ้านฟราม์ปลาสลิดบ่อปูน ราชบุรี 

 

 

……………………………………… 

เกษตรสัญจร สื่อเกษตรยุคใหม่ แหล่งข้อมูลสาระที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง 

รวมเรื่องเด็ด เกษตรกูรู ศูนย์รวมความรู้และเทคนิคการทำเกษตร 

ติดตามเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับเกษตรเพิ่มเติมได้ที่ : 

𝗙𝗮𝗰𝗲𝗯𝗼𝗼𝗸: เกษตรสัญจร

𝗬𝗼𝘂𝗧𝘂𝗯𝗲: youtube.com/c/Kasetsanjorn

𝗧𝗶𝗸𝗧𝗼𝗸: tiktok.com/@kasetsanjorn

𝗦𝗵𝗼𝗽𝗲𝗲: shopee.co.th/kasetsanjorn

𝗟𝗜𝗡𝗘 𝗢𝗳𝗳𝗶𝗰𝗶𝗮𝗹: @kasetsanjorn

𝗕𝗹𝗼𝗰𝗸𝗱𝗶𝘁: blockdit.com/kasetsanjorn/

𝗧𝘄𝗶𝘁𝘁𝗲𝗿: twitter.com/kasetsanjorn/ 

𝗪𝗲𝗯𝘀𝗶𝘁𝗲:  kasetsanjorn.com

  • FacebookFacebook
  • XTwitter
  • LINELine
Tags: ปลาสลิดวิธีเลี้ยงปลาสลิดเลี้ยงปลาสลิดเลี้ยงปลาสลิดในบ่อปูน
เกษตรสัญจรออนไลน์

เกษตรสัญจรออนไลน์

Related Posts

เจาะลึก “เลี้ยงไส้เดือนคอนโด” กับ เทคนิคคุมความชื้นแบบมือโปร ดูแลง่ายไม่ต้องรดน้ำบ่อย

เจาะลึก “เลี้ยงไส้เดือนคอนโด” กับ เทคนิคคุมความชื้นแบบมือโปร ดูแลง่ายไม่ต้องรดน้ำบ่อย

พฤษภาคม 3, 2026
ปลูก “มะนาว” ในบ่อวงอย่างไร? ให้ลูกดกเต็มต้น

ปลูก “มะนาว” ในบ่อวงอย่างไร? ให้ลูกดกเต็มต้น

เมษายน 27, 2026
วิธีทำ “น้ำหมักเปลือกไข่” ใช้เองง่าย ๆ ได้แคลเซียมเต็ม ๆ

วิธีทำ “น้ำหมักเปลือกไข่” ใช้เองง่าย ๆ ได้แคลเซียมเต็ม ๆ

เมษายน 27, 2026
เปลี่ยนสวนเป็น Smart Farm ด้วยงบหลักร้อย

เปลี่ยนสวนเป็น Smart Farm ด้วยงบหลักร้อย

เมษายน 27, 2026
ช่วงเวลาไหน เหมาะที่สุดสำหรับการเสียบยอด

ช่วงเวลาไหน เหมาะที่สุดสำหรับการเสียบยอด

เมษายน 27, 2026
สูตรน้ำขี้เถ้าถ่าน กำจัดเพลี้ย-มด ของดีคู่สวนเกษตรอินทรีย์

สูตรน้ำขี้เถ้าถ่าน กำจัดเพลี้ย-มด ของดีคู่สวนเกษตรอินทรีย์

เมษายน 27, 2026

Browse by Category

  • advertorial
  • ข่าวเกษตร
  • บทความ
  • พืชเศษรฐกิจใหม่
  • ยังสามารถ
  • สมาร์มฟาร์ม
  • หลักสูตรอบรม
  • เกษตรกรหญิง
  • เกษตรกูรู
  • เกษตรสัญจรคลิป
  • เกษตรเคล็ดลับ
CLICK TO VERIFY: This site uses a GlobalSign SSL Certificate to secure your personal information.
Facebook Twitter Youtube Line

© 2022 เกษตรสัญจร

Welcome Back!

OR

Login to your account below

Forgotten Password? Sign Up

Create New Account!

OR

Fill the forms below to register

All fields are required. Log In

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In

Add New Playlist

No Result
View All Result
  • หน้าหลัก
  • ร้านค้า
  • เข้าสู่ระบบเรียนออนไลน์
  • หลักสูตรอบรม
  • เกี่ยวกับเรา
  • เงื่อนไขและนโยบายข้อมูลส่วนบุคลล (PDPA)

© 2022 เกษตรสัญจร


Warning: Attempt to read property "user_url" on bool in /home/zdfcszwp/public_html/kasetsanjorn.com/wp-content/plugins/wp-seo-structured-data-schema-pro/lib/functions/KcSeoOptions.php on line 7