ตัดหญ้าถากสวนเสร็จแล้ว อย่าเพิ่งกวาดไปเผาทิ้งให้เสียของครับ! เพราะในหญ้าแห้งกองนั้น ยังมีธาตุอาหารสำคัญที่พืชต้องการอยู่ครบ การเปลี่ยนหญ้าแห้งให้กลายเป็นอินทรียวัตถุ คือหัวใจสำคัญของการทำเกษตรที่ช่วยลดต้นทุนค่าปุ๋ย และฟื้นฟูดินที่แข็งกระด้างให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง วันนี้เกษตรสัญจรจะพามาดูขั้นตอนการเปลี่ยนเศษหญ้าในสวน ให้กลายเป็นอินทรียวัตถุบำรุงดินแบบละเอียด ทำตามได้ทันทีครับ
ทำไมต้องเปลี่ยนหญ้าแห้งให้เป็นอินทรียวัตถุ?
หญ้าแห้งที่วางทิ้งไว้เฉยๆ อาจใช้เวลานานกว่าจะย่อยสลายเองตามธรรมชาติ แต่ถ้ามีการจัดการที่ถูกต้อง กระบวนการย่อยสลายโดยจุลินทรีย์จะช่วยปลดปล่อยธาตุอาหารที่สะสมอยู่ เช่น ไนโตรเจน 

โพแทสเซียม (K) และ แคลเซียม ออกมาอยู่ในรูปที่รากพืชดูดซึมไปใช้ได้ทันที แถมยังช่วยสร้างฮิวมัส ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ในระยะยาว
อุปกรณ์ที่ต้องมี
1. หญ้าแห้งหรือเศษใบไม้
2. มูลสัตว์แห้ง
3. จุลินทรีย์เร่งการย่อย เช่น พด.1, น้ำหมักชีวภาพ
4. น้ำสะอาด
5. อุปกรณ์เสริม บัวรดน้ำ, จอบ, หรือตาข่ายล้อมคอก
ขั้นตอนการเปลี่ยนหญ้าแห้งให้เป็นอินทรียวัตถุ
1. เลือกทำเลที่เหมาะสม ควรเลือกพื้นที่ราบ น้ำไม่ขัง และอยู่ในที่ร่มรำไรเพื่อไม่ให้แสงแดดทำลายจุลินทรีย์จนทำงานได้ไม่เต็มที่
2. การวางชั้นวัสดุ
• ชั้นที่ 1 (ชั้นหญ้า) ปูหญ้าแห้งหนาประมาณ 15-20 เซนติเมตร ย่ำให้พอแน่นพอประมาณ ถ้าสับหญ้าให้สั้นลง จะเพิ่มพื้นที่ผิวให้จุลินทรีย์ทำงานได้ไวขึ้น 2 เท่า!
•ชั้นที่ 2 (ชั้นเติมพลัง) โรยมูลสัตว์ทับลงไปให้ทั่วหนาประมาณ 1-2 นิ้ว มูลสัตว์จะเป็นแหล่งพลังงานชั้นดีที่ช่วยสตาร์ทเครื่องยนต์ให้จุลินทรีย์
•ชั้นที่ 3 (ชั้นรดน้ำ) ผสมน้ำหมักจุลินทรีย์กับน้ำสะอาดในอัตราส่วน 1:200 รดให้ทั่วจนเปียกชื้นแต่ไม่ถึงกับแฉะ
3. ทำซ้ำแบบเดิมซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ จนกองมีความสูงประมาณ 1-1.2 เมตร ความสูงระดับนี้จะช่วยรักษาอุณหภูมิภายในกองให้ร้อนพอที่จะช่วยลดเชื้อโรคและเมล็ดวัชพืชที่ปนมากับหญ้าได้
4. การดูแลและควบคุมคุณภาพ
•ใช้มือล้วงเข้าไปในกองแล้วกำวัสดุขึ้นมา ถ้ามีน้ำซึมตามร่องนิ้วเล็กน้อยถือว่าพอดี แต่ถ้าแห้งเกินไปต้องรดน้ำเพิ่ม
•ควรกลับกองปุ๋ยทุกๆ 10-15 วัน เพื่อเติมออกซิเจนให้จุลินทรีย์แบบใช้ออกซิเจนทำงานได้ดีขึ้น ป้องกันกลิ่นเหม็นเน่า
สังเกตอย่างไรว่าอินทรียวัตถุพร้อมใช้แล้ว?
โดยปกติจะใช้เวลาประมาณ 45-60 วัน (ขึ้นอยู่กับชนิดของหญ้าและความบ่อยในการกลับกอง) สังเกตง่ายๆ ดังนี้
1. วัสดุมีสีน้ำตาลเข้มจนถึงดำ
2. ไม่มีกลิ่นเหม็น แต่มีกลิ่นเหมือนดินหลังฝนตก
3. เนื้อหญ้าเปื่อยยุ่ย เอามือบี้แล้วแหลกละเอียด
4. ความร้อนในกองลดลงจนเท่ากับอุณหภูมิปกติ
การทำเกษตรยุคใหม่ไม่ใช่เรื่องยาก แค่รู้จักหยิบจับสิ่งรอบตัวมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด แทนที่จะปล่อยให้เศษหญ้าแห้งกลายเป็นขยะหรือเผาทิ้งให้เสียของ ลองหันมาลงมือทำอินทรียวัตถุบำรุงดินด้วยตัวเองดูสักตั้ง นอกจากจะช่วยเซฟเงินในกระเป๋าไม่ต้องซื้อปุ๋ยแพงๆ แล้ว ผลลัพธ์ที่ได้คือโครงสร้างดินที่ร่วนซุยและยั่งยืนในระยะยาว เพราะพื้นฐานของผลผลิตที่ดี เริ่มต้นจากการดูแลดินให้มีคุณภาพนั่นเอง
………………………………………
เกษตรสัญจร สื่อเกษตรยุคใหม่ แหล่งข้อมูลสาระที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง
รวมเรื่องเด็ด เกษตรกูรู ศูนย์รวมความรู้และเทคนิคการทำเกษตร
ติดตามเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับเกษตรเพิ่มเติมได้ที่ :
𝗙𝗮𝗰𝗲𝗯𝗼𝗼𝗸: เกษตรสัญจร
𝗬𝗼𝘂𝗧𝘂𝗯𝗲: youtube.com/c/Kasetsanjorn
𝗧𝗶𝗸𝗧𝗼𝗸: tiktok.com/@kasetsanjorn
𝗦𝗵𝗼𝗽𝗲𝗲: shopee.co.th/kasetsanjorn
𝗟𝗜𝗡𝗘 𝗢𝗳𝗳𝗶𝗰𝗶𝗮𝗹: @kasetsanjorn
𝗕𝗹𝗼𝗰𝗸𝗱𝗶𝘁: blockdit.com/kasetsanjorn/
𝗧𝘄𝗶𝘁𝘁𝗲𝗿: twitter.com/kasetsanjorn/
𝗪𝗲𝗯𝘀𝗶𝘁𝗲: kasetsanjorn.com







