หลายคนอาจจะเคยเจอปัญหา อยากปลูกพริกเอาไว้เก็บกินเองหรือปลูกขาย แต่พื้นที่รอบบ้านมีจำกัด หรือดินที่บ้านเป็นดินดาน ดินแข็ง ปลูกอะไรก็ไม่ขึ้น วันนี้เกษตรสัญจรมีทางออกมาฝาก นั่นคือการ “ปลูกพริกในถุงกระสอบ” บอกเลยว่าเทคนิคนี้ไม่ได้มีดีแค่ประหยัดพื้นที่ แต่ยังช่วยให้บริหารจัดการต้นพริกให้ดกและอายุยืนกว่าการปลูกลงดินทั่วไปด้วยครับ
ข้อดีของการปลูกพริกในถุงกระสอบ
1. ตัดวงจรโรคพืช พริกมักแพ้โรคเหี่ยวเขียวที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียในดิน ซึ่งพอระบาดในแปลงดินปกติจะคุมยากมาก แต่ในกระสอบ ดินใครดินมัน ถ้าต้นไหนป่วยก็แค่ยกออกไปทำลาย ไม่ต้องกลัวว่าจะลามไปทั้งสวน
2. จัดการปุ๋ยและน้ำได้แม่นยำ สารอาหารที่เราใส่ลงไปจะถูกกักเก็บไว้ในกระสอบ รากพริกดูดซึมไปใช้ได้ทันที ไม่ไหลทิ้งหรือสูญเสียไปกับวัชพืชรอบๆ
3. ระบายอากาศได้ดี วัสดุของกระสอบปุ๋ยหรือกระสอบพลาสติกจะมีรูพรุนขนาดเล็ก ทำให้อากาศถ่ายเทได้ดีกว่ากระถางพลาสติก ส่งผลให้รากแข็งแรง เดินได้ทั่วถุง
4. เคลื่อนย้ายหนีน้ำ-รับแดดได้ง่าย วันไหนฝนตกหนักน้ำท่วมขัง หรือทิศทางแสงแดดเปลี่ยนตามฤดูกาล ก็สามารถยกย้ายกระสอบไปวางในจุดที่เหมาะสมได้ตลอดเวลา
ขั้นตอนการปลูกพริกในกระสอบ
1. เลือกพันธุ์พริกให้เหมาะกับตลาด ซึ่งพริกที่นิยมนำมาปลูกในกระสอบและให้ผลตอบแทนดี ได้แก่ พริกขี้หนูสวน, พริกจินดา, พริกซุปเปอร์ฮอต และพริกยอดสน เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ตลาดมีความต้องการสูงและทนทานต่อสภาพอากาศ
2. พริกชอบดินที่โปร่ง ร่วนซุย และมีอินทรียวัตถุสูง แนะนำสูตรผสมดังนี้
• ดินร่วน หรือ หน้าดินทั่วไป : 1 ส่วน
• แกลบดิบ : 1 ส่วน
• ปุ๋ยคอกเก่า เช่น มูลวัวหรือมูลไก่แห้ง : 1 ส่วน
• ขุยมะพร้าว : 1 ส่วน
• ปูนขาวหรือโดโลไมท์เล็กน้อยเพื่อปรับสภาพความเป็นกรด-ด่างของดิน ป้องกันโรครากเน่าโคนเน่า
3. ใช้กระสอบขนาด 10-15 กิโลกรัม พับขอบลงมาให้สูงประมาณ 30-40 เซนติเมตร เจาะรูระบายน้ำที่ก้นและรอบข้างสูงขึ้นมาเล็กน้อย จากนั้นใส่ดินที่ปรุงไว้ลงไป นำต้นกล้าพริกที่มีอายุประมาณ 30 วัน โดยมีใบจริง 4-5 ใบ ลงปลูกกระสอบละ 1 ต้น เพื่อไม่ให้แย่งอาหารกัน
เคล็ดลับบำรุงให้พริกดก
1. พริกเป็นพืชชอบแสงแดดจัด ควรได้รับแสงแดดอย่างน้อยวันละ 6-8 ชั่วโมง เพื่อการสังเคราะห์แสงและสร้างดอกที่สมบูรณ์
2. เมื่อพริกเริ่มโตและแตกง่ามแรก ให้เด็ดใบเลี้ยงด้านล่างออกให้หมด เพื่อให้ลมพัดผ่านโคนต้นได้สะดวก ลดการสะสมของแมลงศัตรูพืชอย่างเพลี้ยไฟและไรแดง
3. สูตรเร่งดอก-ขั้วเหนียว ใช้ฮอร์โมนนมสดหรือฮอร์โมนไข่ ฉีดพ่นทางใบทุกๆ 7-10 วัน จะช่วยให้พริกติดดอกดี ขั้วเหนียว ผลผลิตมีสีสันสวยงามและน้ำหนักดี
4. การให้น้ำควรรดน้ำให้สม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้หน้าดินแห้งสนิท เพราะจะทำให้พริกชะงักการเติบโตและผลผลิตร่วง
การปลูกพริกในถุงกระสอบไม่ใช่แค่เรื่องของการประหยัดพื้นที่หรือการแก้ปัญหาเรื่องดินเท่านั้น แต่คือการใช้ความประณีตในการบริหารจัดการเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพสูงสุดภายใต้ทรัพยากรที่มีจำกัด หากมีความตั้งใจและใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ตั้งแต่การปรุงดินไปจนถึงการหมั่นสังเกตโรคพืช พริกเพียงไม่กี่กระสอบหลังบ้านก็สามารถเป็นแหล่งอาหารที่ปลอดภัย และอาจต่อยอดเป็นรายได้เสริมได้ในอนาคต ลองเริ่มลงมือทำ แล้วคุณจะเห็นว่าการปลูกพริกก็ไม่ยากอย่างที่คิดครับ
………………………………………
เกษตรสัญจร สื่อเกษตรยุคใหม่ แหล่งข้อมูลสาระที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง
รวมเรื่องเด็ด เกษตรกูรู ศูนย์รวมความรู้และเทคนิคการทำเกษตร
ติดตามเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับเกษตรเพิ่มเติมได้ที่ :
𝗙𝗮𝗰𝗲𝗯𝗼𝗼𝗸: เกษตรสัญจร
𝗬𝗼𝘂𝗧𝘂𝗯𝗲: youtube.com/c/Kasetsanjorn
𝗧𝗶𝗸𝗧𝗼𝗸: tiktok.com/@kasetsanjorn
𝗦𝗵𝗼𝗽𝗲𝗲: shopee.co.th/kasetsanjorn
𝗟𝗜𝗡𝗘 𝗢𝗳𝗳𝗶𝗰𝗶𝗮𝗹: @kasetsanjorn
𝗕𝗹𝗼𝗰𝗸𝗱𝗶𝘁: blockdit.com/kasetsanjorn/
𝗧𝘄𝗶𝘁𝘁𝗲𝗿: twitter.com/kasetsanjorn/
𝗪𝗲𝗯𝘀𝗶𝘁𝗲: kasetsanjorn.com







