เข้าเดือนสิงหาคมทีไรฝนก็ตกหนักแบบไม่มีพัก อากาศชื้น ดินแฉะ โรคพืชก็มา แมลงก็เยอะ ถ้าเลือกปลูกพืชไม่เหมาะกับสภาพอากาศช่วงนี้ บอกเลยว่าเหนื่อยฟรี เสียทั้งแรง เสียทั้งเงิน! วันนี้เกษตรสัญจรขอแนะนำพืช 5 ชนิด ที่ไม่เหมาะปลูกในช่วงสิงหาคมพร้อมแถมเทคนิควางแผนปลูกให้รอดฝนมาฝากกันครับ
.
1. กะหล่ำปลี
กะหล่ำปลีเป็นพืชที่ชอบอากาศเย็น อุณหภูมิที่เหมาะจะอยู่ราว ๆ 18-25 องศาเซลเซียส และไม่ถูกกับความชื้นมาก ๆ ซึ่งในช่วงเดือนสิงหาคมที่ฝนตกชุกอากาศร้อนอบอ้าวแบบนี้ ทำให้กะหล่ำปลีเสี่ยงต่อโรครากเน่า โคนเน่า หรือใบเน่าได้ง่ายมาก ถ้าอยากได้ผลผลิตดี แนะนำให้เลื่อนปลูกไปช่วงปลายฝนหรือต้นหนาว ประมาณตุลาคมถึงพฤศจิกายน จะได้หัวสวย แข็งแรง ไม่เสียง่าย
.
2. สตรอว์เบอร์รี
สตรอว์เบอร์รีถือเป็นพืชทำเงินที่หลายคนอยากปลูก แต่ถ้าเป็นช่วงสิงหาคมที่ฝนตกบ่อย ดินแฉะ ความชื้นสูงแบบนี้ บอกเลยว่าไม่เหมาะเอาซะเลย เพราะรากจะเน่าได้ง่าย ผลก็เน่าง่ายตามไปด้วย ถ้าอยากปลูกให้รอดจริง ๆ ควรเริ่มวางแผนเพาะช่วงปลายฝนหรือต้นหนาว หรือไม่ก็ปลูกในโรงเรือนที่ควบคุมสภาพอากาศได้ จะช่วยให้ได้ผลผลิตดี ไม่ช้ำ ไม่เสียกลางทาง
.
3. พริกบางสายพันธุ์
พริก โดยเฉพาะพริกหวาน เป็นพืชที่ชอบอากาศร้อนแต่ไม่ถูกกับความชื้น ถ้าปลูกในช่วงสิงหาคมที่ฝนตกหนักต่อเนื่อง ดินอุ้มน้ำมากเกินไป จะทำให้รากชื้นจนเน่า เสี่ยงเกิดโรครากเน่า โคนเน่า และโรคใบจุดแบคทีเรียได้ง่าย ถ้าเลี่ยงได้ก็ควรรอช่วงที่อากาศแห้งกว่านี้ แต่ถ้าจำเป็นต้องปลูกจริง ๆ ควรยกร่องให้สูงและหาวิธีกันฝน เช่น ใช้พลาสติกคลุมแปลง เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากโรคที่มากับฝน
.
4. ผักสลัด
ผักสลัดแม้จะปลูกง่ายและเป็นที่นิยมแต่ไม่ถูกกับฝนเอาเสียเลย เพราะเมื่อโดนฝนจัด ๆ ใบจะช้ำและเน่าง่าย แถมยังทำให้รสชาติขมลงอีกต่างหาก ถ้าอยากปลูกให้ได้ผลผลิตดี ควรรอให้พ้นช่วงฝนหนักไปก่อน หรือถ้ามีโรงเรือนก็ใช้ปลูกในระบบควบคุมสภาพแวดล้อมจะช่วยลดปัญหาได้เยอะเลยครับ
.
5. แตงโม
แตงโมเป็นพืชที่นิยมปลูกในฤดูร้อน เพราะชอบแดดและไม่ชอบความชื้น ถ้าปลูกช่วงสิงหาคมที่ฝนตกบ่อย ความชื้นสะสมในแปลงจะทำให้ผลเน่าง่ายมาก และยังเป็นช่วงที่เพลี้ยไฟกับโรคผลเน่าระบาดหนัก ถ้าอยากให้ได้ผลผลิตดีควรวางแผนปลูกให้ตรงกับช่วงแล้ง หรือรอให้ฝนหยุดสนิทก่อนจึงเริ่มปลูกจะปลอดภัยกว่า
เทคนิคการวางแผนปลูกพืชช่วงฤดูฝน
1. เช็กสภาพอากาศในพื้นที่ก่อนปลูกว่าเดือนนั้นฝนตกเยอะแค่ไหน อากาศร้อนหรือเย็นจะได้เลือกพืชให้เหมาะ
2. ตรวจสอบช่วงเพาะและเก็บเกี่ยวของพืชแต่ละชนิด
3. ใช้ปฏิทินเกษตรจากกรมส่งเสริมการเกษตร
4. เน้นพืชที่ทนชื้น เช่น ผักบุ้ง ตะไคร้ ชะอม ฟ้าทะลายโจร
5. ปลูกในโรงเรือนหรือใช้พลาสติกคลุมแปลงป้องกันฝน
.
รู้แบบนี้แล้วอย่าลืมวางแผนก่อนปลูกนะครับ ปลูกให้ถูกช่วงผลผลิตจะได้มีคุณภาพไม่เสียแรงเปล่า และถ้าโพสต์นี้มีประโยชน์ ช่วยกดไลค์กดแชร์เป็นกำลังใจให้เกษตรสัญจร ด้วยนะครับ
………………………………………
เกษตรสัญจร สื่อเกษตรยุคใหม่ แหล่งข้อมูลสาระที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง
รวมเรื่องเด็ด เกษตรกูรู ศูนย์รวมความรู้และเทคนิคการทำเกษตร
ติดตามเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับเกษตรเพิ่มเติมได้ที่ :
𝗙𝗮𝗰𝗲𝗯𝗼𝗼𝗸: เกษตรสัญจร
𝗬𝗼𝘂𝗧𝘂𝗯𝗲: youtube.com/c/Kasetsanjorn
𝗧𝗶𝗸𝗧𝗼𝗸: tiktok.com/@kasetsanjorn
𝗦𝗵𝗼𝗽𝗲𝗲: shopee.co.th/kasetsanjorn
𝗟𝗜𝗡𝗘 𝗢𝗳𝗳𝗶𝗰𝗶𝗮𝗹: @kasetsanjorn
𝗕𝗹𝗼𝗰𝗸𝗱𝗶𝘁: blockdit.com/kasetsanjorn/
𝗧𝘄𝗶𝘁𝘁𝗲𝗿: twitter.com/kasetsanjorn/
𝗪𝗲𝗯𝘀𝗶𝘁𝗲: kasetsanjorn.com







