จากสวนยางพาราที่เคยหวังให้เป็นเสือนอนกินสู่ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่กลายเป็น “ไร่วันยังขำ” แหล่งท่องเที่ยวและศูนย์เรียนรู้การปลูกกระบองเพชรสายพันธุ์จามาคารู ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดศรีสะเกษ โดย “แม่ภา” สุภาวดี นิยมวงศ์ เจ้าของสวนอารมณ์ดีผู้เปลี่ยนความล้มเหลวให้กลายเป็นความสุขที่สร้างรายได้มหาศาล
จุดเริ่มต้นจาก “วิกฤต” สู่ “ความหลงใหล”


แม่ภาเล่าว่าในอดีตพื้นที่ 38 ไร่แห่งนี้เคยเป็นสวนยางพารา แต่หลังจากถูกพายุพัดถล่มจนต้นยางหักล้มเสียหายประกอบกับความเสี่ยงที่ต้นยางจะล้มทับขณะทำงาน ทำให้แม่ภาตัดสินใจรื้อสวนยางทิ้งเพื่อความปลอดภัยของชีวิต
ในช่วงที่พื้นที่ยังว่าง ลูก ๆ ได้นำกระบองเพชรสายพันธุ์ จามาคารู มาให้ปลูกเล่นเพียงต้นเดียว แต่ด้วยรูปทรงที่สวยแปลกตาและสีสันที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้แม่ภาเกิดความหลงใหลและเริ่มขยายพันธุ์ไปเรื่อย ๆ ตามเส้นทางเดินในสวน จนกลายเป็นอาณาจักรกระบองเพชรอย่างในปัจจุบัน
ทำความรู้จัก “จามาคารู” กระบองเพชรกินได้ ไม้แปลกที่สร้างรายได้จริง


หลายคนอาจจะยังไม่คุ้นชื่อ แต่ถ้าบอกว่านี่คือ จามาคารูหนามกุด หรือที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cereus jamacaru (ซีรีอุส จามาคารู) หรือที่เซียนกระบองเพชรนิยมเรียกกันว่า “ไม้ลำ” จะต้องร้องอ๋อแน่นอน เพราะนอกจากรูปลักษณ์ที่เป็นแท่งสูงสง่าสวยงามแบบไม้ประดับแล้ว ความลับที่หลายคนยังไม่รู้คือเจ้านี่แหละคือ ผลไม้กินได้ ที่กำลังมาแรงสุดๆ
จุดเด่นที่ไม่เหมือนใคร คือ รสสัมผัสที่เหนือกว่าแก้วมังกร ผลของจามาคารูเมื่อสุกเต็มที่จะมีสีแดงสดใสสะดุดตา มองดูเผินๆ อาจจะคล้ายกับลูกแก้วมังกร แต่บอกเลยว่ารสสัมผัสนั้นว้าวกว่ามาก! เนื้อข้างในจะเป็นสีขาวขุ่น มีเมล็ดเล็กๆ กระจายตัวอยู่ทั่ว แต่ความพิเศษอยู่ที่ความฟูของเนื้อที่มีมากกว่าแก้วมังกรทั่วไป รสชาติหวานสดชื่น และมีเอกลักษณ์ที่ความลื่นนิดๆ ของเมือกธรรมชาติ ซึ่งแม่ภาบอกว่านี่แหละคือทีเด็ด เพราะเป็นประโยชน์ต่อระบบลำไส้และระบบขับถ่ายอย่างดีเยี่ยม ใครได้ชิมสดๆ จากต้นเป็นต้องติดใจ
เคล็ดลับความอวบ อิ่ม ออร่า ทำไมจามาคารูที่ไร่วันยังขำถึงดูสวยเด่นกว่าที่อื่น? คำตอบอยู่ที่ “ดินภูเขาไฟ” แห่งอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ดินที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องความอุดมสมบูรณ์ของแร่ธาตุ ระบายน้ำได้ดีเยี่ยม และระบายอากาศในดินได้ยอดเยี่ยมสุดๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่กระบองเพชรต้องการมากที่สุด
ผลลัพธ์ที่ได้คือ จามาคารูที่ปลูกลงดินที่นี่จะเติบโตแบบก้าวกระโดด ต้นอวบใหญ่ แข็งแรง และที่สำคัญคือลำต้นจะมีผิวที่เป็นสีบลู (สีฟ้าอมเขียว) นวลสวยกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด
เจาะลึกเคล็ดลับการปลูกและดูแลฉบับมือโปร


เห็นต้นจามาคารูสูงตระหง่านอลังการแบบนี้ หลายคนอาจจะคิดว่าดูแลยากหรือเปล่า แต่แม่ภาเฉลยให้ฟังชัดๆ เลยว่า จริงๆ แล้วการปลูกกระบองเพชรยักษ์กินได้ชนิดนี้เรียบง่ายกว่าที่คิดเยอะมาก ขอแค่เข้าใจธรรมชาติของพืช และนี่คือสรุปเทคนิคสำคัญที่แม่ภาใช้บริหารจัดการสวนพื้นที่ 38 ไร่ จนประสบความสำเร็จ
- การเตรียมท่อนพันธุ์ ขนาดคือหัวใจสำคัญของความแข็งแรง สำหรับมือใหม่ที่อยากเริ่มต้น แม่ภาเน้นย้ำเลยว่าควรเลือกท่อนพันธุ์ที่มีความยาวประมาณ 30 เซนติเมตรขึ้นไป เท่านั้น เพราะเป็นขนาดที่มีความสมบูรณ์และสะสมอาหารมาเพียงพอสำหรับการแตกรากและเติบโต หากใช้ท่อนพันธุ์ที่เล็กหรือสั้นกว่านี้ ต้นจะบอบบางและมีโอกาสเน่าตายสูงมากเมื่อต้องเผชิญกับความชื้นหรือความร้อนในดิน
- เทคนิคการเตรียม เมื่อตัดท่อนพันธุ์ออกมาแล้ว ห้ามนำลงดินทันที ต้องวางพักไว้ในที่ร่มให้แผลแห้งสนิทประมาณ 7-10 วัน เพื่อป้องกันเชื้อราและแบคทีเรียเข้าทางรอยแผล หรือตามหลักวิชาการอาจจะใช้ปูนแดงทาที่รอยตัด แต่สำหรับประสบการณ์ของแม่ภา แค่วางทิ้งไว้ให้แผลแห้งเองก็สามารถนำไปปลูกลงดินได้แล้ว
- จามาคารูเป็นพืชเมืองร้อนที่ต้องการแดด 100% ตลอดทั้งวัน แสงแดดคือปัจจัยหลักในการปรุงอาหาร ถ้าปลูกในที่ร่มหรือได้รับแสงไม่เพียงพอ ลำต้นจะเริ่มผอมแห้ง เสียทรง สีผิวไม่นวลสวย และในที่สุดต้นก็จะตายไปเอง
- กฎเหล็กที่สำคัญที่สุดคือ ดินต้องมีช่วงแห้ง ห้ามรดน้ำจนดินแฉะหรือชุ่มน้ำตลอดเวลา ให้สังเกตหน้าดินเป็นหลัก ต้องรอให้ดินแห้งสนิทก่อนถึงจะทำการรดน้ำครั้งต่อไปได้ เวลารดให้รดจนชุ่มไปถึงราก แต่ต้องมั่นใจว่าพื้นที่ปลูกระบายน้ำได้ดี ไม่มีน้ำขัง เพราะถ้าดินแฉะเกินไปจะเกิดอาการเน่าจากโคนต้นทันที
- ศัตรูพืชที่ต้องเฝ้าระวัง “หอย” ตัวแสบที่ทำลายความสวยงาม ศัตรูอันดับหนึ่งของจามาคารูในไร่วันยังขำ ไม่ใช่แมลงหรือเพลี้ย แต่คือ หอยชนิดต่างๆ แม่ภาเผยว่าพวกหอยจะชอบซ่อนตัวอยู่ตามพงหญ้าที่รกชื้น แล้วอาศัยจังหวะกลางคืนขึ้นมาแทะกินผิวลำต้นจนเป็นรอยตะปุ่มตะป่ำเสียรูปทรง หรือถ้าเข้าช่วงติดผล หอยพวกนี้จะมุดเข้าไปกัดกินถึงเนื้อในผลผลิตเลยทีเดียว
- แนวทางการป้องกัน วิธีการที่ได้ผลที่สุดคือต้องหมั่นดายหญ้าและรักษาความสะอาดรอบแปลงปลูกอยู่เสมอ เพื่อกำจัดแหล่งที่อยู่อาศัยและทางเดินของหอย
- ยิ่งตัดยิ่งแตกกลยุทธ์การขยายพันธุ์ที่ไม่มีวันสิ้นสุด นี่คือคุณสมบัติพิเศษของจามาคารูที่ทำให้แม่ภาขยายพื้นที่สวนได้อย่างรวดเร็ว ในตอนแรกแม่ภาไม่กล้าตัดเพราะกลัวต้นจะตาย แต่เมื่อได้ลองทำถึงพบความจริงว่า “ยิ่งตัด ยิ่งแตก” เมื่อเราตัดยอดออก ลำต้นจะกระตุ้นการสร้างหน่อใหม่ขึ้นมาแทนที่รอยตัดถึง 4-5 หน่อ ทำให้ได้ทรงพุ่มที่ดูใหญ่และอลังการกว่าเดิม ส่วนท่อนที่ตัดออกมาก็สามารถนำไปพักแผลและปักชำขยายพันธุ์ต่อได้เรื่อยๆ เป็นการเพิ่มจำนวนต้นได้แบบทวีคูณโดยไม่ต้องซื้อพันธุ์ใหม่บ่อยๆ
เทคนิคการผสมเกสรขั้นเทพและเคล็ดลับการสร้างผลผลิตจามาคารูให้ติดผลดกเต็มต้น


การปลูกจามาคารูให้ได้ผลผลิตดกและสมบูรณ์นั้น หัวใจสำคัญอยู่ที่กระบวนการผสมเกสร ซึ่งแม่ภาเผยว่าเป็นขั้นตอนที่สนุกและมหัศจรรย์มาก แต่ต้องอาศัยความเข้าใจเรื่องคู่ผสมเป็นพิเศษ และนี่คือคู่มือฉบับละเอียดที่สรุปจากประสบการณ์จริงในไร่
- กฎเหล็กของการผสมเกสรต้องสลับต้นเท่านั้นถึงจะติดลูก ความลับสำคัญที่เกษตรกรมือใหม่ต้องรู้คือ จามาคารูไม่สามารถผสมเกสรสำเร็จได้ภายในต้นเดียวกัน เพราะมองว่าเป็นพันธุกรรมเดียวกัน ถ้าเอาเกสรตัวผู้ปัดใส่ตัวเมียในต้นเดิม ดอกจะเหี่ยวแห้งและร่วงไปเองโดยไม่ติดผล วิธีแก้แม่ภาใช้วิธีปลูกต้นจามาคารูหลายๆ ต้นไว้ใกล้ๆ กัน เพื่อใช้เป็นคู่ผสมในการแลกเปลี่ยนเกสร โดยการนำเกสรตัวผู้จากต้นหนึ่ง ไปปัดใส่เกสรตัวเมียของอีกต้นหนึ่งเท่านั้น กระบวนการสลับขั้วแบบนี้จะช่วยให้โอกาสติดผลสูงขึ้นเกือบ 100% และยังทำให้ได้ผลที่มีขนาดใหญ่และเนื้อสมบูรณ์ที่สุด
- ขั้นตอนการผสมเกสรสลับคู่สร้างผลผลิต เมื่อดอกบานเต็มที่จะเห็นเกสรตัวเมียชูเด่นอยู่ตรงกลาง และมีเกสรตัวผู้ลักษณะเป็นฝอยล้อมรอบอยู่มากมาย วิธีการแม่ภาจะเด็ดดอกจากต้นหนึ่งมาเพื่อใช้เป็นตัวส่งเกสร แล้วนำไปปัดเบาๆ ที่ยอดเกสรตัวเมียของอีกต้นหนึ่งสลับกันไปมา หากในสวนมีผึ้งเยอะ ผึ้งก็จะช่วยทำหน้าที่นี้ให้เราได้บ้าง แต่ถ้าอยากให้ติดชัวร์และลูกใหญ่สมใจ การลงมือผสมเองด้วยมือคือวิธีที่ดีที่สุด
- ดอกจามาคารูเป็นดอกไม้ที่เลือกบานเฉพาะยามวิกาล โดยจะเริ่มคลายกลีบแย้มตั้งแต่ช่วง 20:00 น. เป็นต้นไป แต่ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการผสมเกสรคือ ตั้งแต่ 22:00 น. ไปจนถึง 08:00 น. ของวันรุ่งขึ้น ทำไมต้องเวลานี้? เพราะเป็นช่วงที่เกสรมีความพร้อมที่สุด ก่อนที่แสงแดดในยามสายจะทำให้ดอกเริ่มเหี่ยวและเกสรเสื่อมสภาพไปตามธรรมชาติ
- จากดอกเหี่ยวสู่ผลแดงสุก หลังจากการผสมเกสรผ่านไปเพียง 2 วัน ดอกจะเริ่มดำและร่วงหล่นลงมาเอง แต่ไม่ต้องตกใจไป เพราะบริเวณฐานดอกจะเริ่มขยายตัวเป็นผลอ่อนให้เห็น ระยะเวลาเก็บเกี่ยวนับจากวันที่ผสมเกสรสำเร็จไปอีกประมาณ 45 วัน ผลจามาคารูจะค่อยๆ เปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีแดงสดใส ยิ่งปล่อยให้สุกงอมจนเปลือกเริ่มปริ รสชาติจะยิ่งหวานฟูและมีความอร่อยที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ปรัชญา “ทำเล่นแต่ได้จริง” เมื่อความสุขนำทาง รายได้จะวิ่งตามมาเอง


ท่ามกลางกระแสการทำเกษตรที่ต้องเน้นตัวเลขและกำไรเป็นที่ตั้ง แต่ที่ไร่วันยังขำ แม่ภากลับเลือกใช้ ความสุขเป็นเข็มทิศนำทางในการบริหารจัดการพื้นที่ 38 ไร่ แม่ภาให้แง่คิดที่น่าสนใจว่า หากเราเริ่มต้นทำเกษตรโดยตั้งเป้าหมายไปที่ตัวเงินเพียงอย่างเดียว เราจะตกอยู่ในสภาวะความเครียดและกดดันตัวเองจนเกินไป แต่ถ้าเราเปลี่ยนมาเริ่มต้นจากสิ่งที่รัก ทำในสิ่งที่เห็นแล้วมีความสุข ใจเราจะจดจ่ออยู่กับงานตรงหน้าด้วยความสนุก จนลืมไปเลยว่ากำลังทำงานอยู่
“ทำด้วยใจ รายได้วิ่งเข้าหา” แม่ภาเชื่อมั่นว่า เมื่อเราทุ่มเททำสิ่งที่ชอบด้วยความรักและความใส่ใจจนเห็นผลลัพธ์ที่ดี ความสำเร็จและรายได้จะกลายเป็นผลพลอยได้ที่วิ่งเข้ามาหาเราเองโดยไม่ต้องเหนื่อยวิ่งไล่ตาม ดังเช่นจามาคารูที่เริ่มต้นจากความหลงใหลเพียงต้นเดียว จนกลายเป็นรายได้หลักที่เลี้ยงดูครอบครัวได้อย่างมั่นคงในปัจจุบัน แม่ภาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การทำงานให้สนุกเหมือนการเล่น แต่ตั้งใจทำจริงๆ คือเคล็ดลับสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืนที่สุด
จากสวนเกษตรสู่พื้นที่แห่งการแบ่งปัน ปัจจุบันไร่วันยังขำไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่เพาะปลูกเพื่อส่งขายผลผลิตเท่านั้น แต่ยังต่อยอดด้วยแรงสนับสนุนจากเพื่อนฝูงและนักท่องเที่ยว จนกลายเป็น คาเฟ่และแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร สุดชิคประจำจังหวัดศรีสะเกษ แม่ภาเปิดพื้นที่ให้คนทั่วไปได้เข้ามาเยี่ยมชมความอลังการของอาณาจักรกระบองเพชรยักษ์ ถ่ายรูปสวยๆ และที่สำคัญคือการเปิดเป็นศูนย์เรียนรู้ที่ให้ทุกคนเข้ามาศึกษาเทคนิคการปลูกแบบไม่มีกั๊กฟรีทุกวัน
การสร้างสังคมแห่งการแบ่งปันเช่นนี้ ไม่เพียงแต่จะสร้างรอยยิ้มให้กับผู้มาเยือน แต่ยังเป็นการสร้างเครือข่ายเกษตรกรยุคใหม่ที่พร้อมจะเติบโตไปด้วยกัน เปลี่ยนพื้นที่ดินภูเขาไฟให้กลายเป็นพื้นที่แห่งโอกาสและความสุขที่ส่งต่อถึงกันได้อย่างไม่รู้จบ ใครที่มีโอกาสแวะมาศรีสะเกษ ต้องไม่พลาดที่จะมาสัมผัสพลังงานบวกและชิมผลจามาคารูสดๆ ที่ไร่แห่งนี้!
หากสนใจเทคนิคการปลูกจามาคารูจากไร่วันยังขำสามารถติดตามได้ที่
Facebook : ไร่วันยังขำ One young kham farm
………………………………………
เกษตรสัญจร สื่อเกษตรยุคใหม่ แหล่งข้อมูลสาระที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง
รวมเรื่องเด็ด เกษตรกูรู ศูนย์รวมความรู้และเทคนิคการทำเกษตร
ติดตามเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับเกษตรเพิ่มเติมได้ที่ :
𝗙𝗮𝗰𝗲𝗯𝗼𝗼𝗸: เกษตรสัญจร
𝗬𝗼𝘂𝗧𝘂𝗯𝗲: youtube.com/c/Kasetsanjorn
𝗧𝗶𝗸𝗧𝗼𝗸: tiktok.com/@kasetsanjorn
𝗦𝗵𝗼𝗽𝗲𝗲: shopee.co.th/kasetsanjorn
𝗟𝗜𝗡𝗘 𝗢𝗳𝗳𝗶𝗰𝗶𝗮𝗹: @kasetsanjorn
𝗕𝗹𝗼𝗰𝗸𝗱𝗶𝘁: blockdit.com/kasetsanjorn/
𝗧𝘄𝗶𝘁𝘁𝗲𝗿: twitter.com/kasetsanjorn/
𝗪𝗲𝗯𝘀𝗶𝘁𝗲: kasetsanjorn.com







