การใช้ชีวิตในเมืองกรุงที่ต้องเผชิญกับปัญหาการจราจรติดขัด มลพิษ และการแข่งขันที่สูง กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้หลายคนเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ในการใช้ชีวิต เช่นเดียวกับ คุณยง ยันยง สุนทรวงศ์ อดีตพนักงานเงินเดือนที่ตัดสินใจทิ้งชีวิตออฟฟิศ เพื่อกลับมาสร้างอาชีพและใช้ชีวิตตามวิถีธรรมชาติที่ อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ภายใต้ชื่อ “อินดี้ฟาร์ม (Indy Farm 2499)”
จากพนักงานเงินเดือน สู่เส้นทางเกษตรกรเต็มตัว


คุณยงเล่าว่า ในช่วงที่ทำงานเป็นพนักงานเงินเดือนอยู่ในกรุงเทพฯ พอทำไปได้ประมาณ 4-5 ปี ก็เริ่มรู้สึกเบื่อ และอยากออกมารับอากาศธรรมชาติ รวมถึงอยากกลับมาใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว ประกอบกับเป็นคนที่ชอบธรรมชาติ ชอบการเลี้ยงสัตว์ และได้ศึกษาข้อมูลด้านการเกษตรมาสักระยะหนึ่งแล้ว
เมื่อครอบครัวให้การสนับสนุนเพราะชอบงานเกษตรเหมือนกัน คุณยงจึงตัดสินใจเลือกซื้อที่ดินในโลเคชั่นที่ชอบเพื่อเริ่มต้นลงมือทำทันที โดยอาศัยประสบการณ์และความชอบส่วนตัวเป็นหลักในการวางแผนฟาร์ม
โครงสร้างรายได้และโมเดลการบริหาร “อินดี้ฟาร์ม”
การเลือกประเภทสัตว์เลี้ยงภายในอินดี้ฟาร์ม ถูกออกแบบให้ตอบโจทย์เรื่องรายได้ทั้งระยะสั้น (รายวัน) และระยะยาว (ครึ่งปี) เพื่อให้มีเงินหมุนเวียนใช้จ่ายได้อย่างไม่ขาดมือ โดยแบ่งเป็น
ไก่ไข่ รายได้รายวันเข้ากระเป๋า


- เป้าหมายรายได้ วางแผนเลี้ยงไก่ไข่ให้ได้ประมาณ 300 ตัว เพื่อสร้างรายได้ประจำเฉลี่ยเดือนละ 20,000 บาท
- รูปแบบการเลี้ยง เลี้ยงแบบปล่อยอิสระเพื่อลดความเครียดของแม่ไก่
- การบริหารต้นทุน ในตอนแรกตั้งงบไว้ 100,000 บาท แต่เมื่อคำนวณค่าสร้างโครงสร้างโรงเรือนและราคาแม่พันธุ์ไก่แล้วพบว่ามีต้นทุนสูงเกินไป จึงปรับแผนมาซื้อ “ลูกเจี๊ยบ” มาอนุบาลและเลี้ยงเองตั้งแต่อายุยังน้อยเพื่อประหยัดทุน
- การแก้ปัญหาค่าอาหาร เนื่องจากอาหารสำเร็จรูปมีราคาแพง หากใช้อาหารเม็ดเพียงอย่างเดียวจะไม่คุ้มทุน จึงต้องใช้วัตถุดิบธรรมชาติและอาหารเสริม เช่น ผักต่างๆ เข้ามาช่วยลดต้นทุนค่าอาหาร
หมูป่า รายได้ระยะยาว (ครึ่งปี)


- เหตุผลที่เลือกเลี้ยง ในพื้นที่แถบนั้นและตลาดเพื่อนบ้านมีความต้องการบริโภคหมูป่าสูง
- ความง่ายในการเลี้ยง หมูป่าเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่ายที่สุดในฟาร์ม ไม่ส่งเสียงรบกวน ขอแค่อาหารเพียงพอและถึงเวลาให้อาหาร หมูก็จะไม่ร้องโวยวาย
- ต่อยอดวัตถุดิบจากธุรกิจครอบครัว ที่บ้านทำธุรกิจแปรรูปถั่วเหลือง (ทำเต้าหู้) จึงมี “กากถั่วเหลือง” นำมาใช้เป็นอาหารหลักของหมูป่า ช่วยลดต้นทุนค่าอาหารได้อย่างมหาศาล
- ผลตอบแทนและการตลาด เลี้ยงมาได้ปีกว่าๆ สามารถจับขายลูกหมูไปแล้ว 1 ล็อต ในราคาตัวละประมาณ 800–900 บาท ทำรายได้รวมในล็อตแรกประมาณ 20,000 บาท โดยใช้วิธีโพสต์ขายผ่านเพจเฟซบุ๊ก ซึ่งจะมีพ่อค้าติดต่อมารับซื้อ เมื่อซื้อขายกันครั้งแรกแล้วก็กลายเป็นลูกค้าประจำ รอให้ลูกหมูโตก็ติดต่อมารับซื้อได้เลย
ปลาดุก รายได้ระยะยาว (ครึ่งปี)


- จุดเริ่มต้น ปลาดุกเป็นสัตว์ชนิดแรกที่คุณยงเริ่มเลี้ยง เนื่องจากเลี้ยงง่าย ไม่ส่งเสียงดัง และไม่รบกวนเพื่อนบ้าน
- อุปสรรคและการแก้ไข ในช่วงแรกเจอปัญหาหลายอย่าง ทั้งปริมาณน้ำไม่เพียงพอ และโดนนกบินมาลงกินปลาในบ่อ จึงพัฒนาด้วยการเจาะบ่อน้ำบาดาลเพิ่มเพื่อให้น้ำพอเพียง และขึงเอ็นกันนกไว้เหนือบ่อ ทำให้ปลาเติบโตไวและได้ผลผลิตเต็มที่
- ช่องทางการขาย หากเลี้ยงจำนวนไม่มากจะเน้นขายให้คนในชุมชนและชาวบ้านใกล้เคียง แต่ถ้าจับขายล็อตใหญ่จะติดต่อพ่อค้าคนกลางมารับซื้อถึงหน้าบ่อ
ตารางชีวิตและวิถีอิสระของเกษตรกรสายอินดี้


หลายคนอาจมองว่าการทำเกษตรเป็นงานหนักที่ต้องเหน็ดเหนื่อยตลอดทั้งวัน แต่สำหรับคุณยง การบริหารจัดการ “อินดี้ฟาร์ม” กลับทำให้เขามีตารางเวลาชีวิตที่ลงตัว ชัดเจน และมีอิสระมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับชีวิตพนักงานออฟฟิศ
- ช่วงเช้า (06:30 น. – 08:00 น.)
เริ่มต้นวันใหม่ด้วยการดูแลสัตว์ในฟาร์มตามลำดับ โดยจะเริ่มจากการให้อาหารและน้ำแก่ไก่ไข่เป็นอันดับแรก เพราะไก่จะเริ่มกินอาหารตั้งแต่เช้าตรู่ จากนั้นจึงขยับมาให้อาหารปลาดุก และปิดท้ายด้วยการนำหญ้าสดหรือกากถั่วเหลืองไปให้หมูป่า
- ช่วงระหว่างวัน
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจช่วงเช้าในเวลา 08:00 น. คุณยงจะมีเวลาว่างตลอดทั้งวัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาอิสระที่สามารถนำไปทำกิจกรรมอื่นๆ บริหารจัดการงานฟาร์มในส่วนเพิ่มเติม เดินทางไปธุระข้างนอก หรือออกไปใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการได้อย่างเต็มที่โดยไม่มีใครมาคอยกำหนด
- ช่วงเย็น (16:30 น. – 17:00 น.)
กลับมาให้อาหารสัตว์รอบเย็นตามลูปประจำวัน ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมง งานในฟาร์มของวันนั้นก็เป็นอันเสร็จสิ้น
คุณยงเปิดเผยว่า การเปลี่ยนมาใช้วิถีชีวิตแบบนี้ทำให้เขามีความสุขมากยิ่งขึ้นอย่างแท้จริง เพราะนอกจากจะได้สูดอากาศบริสุทธิ์ท่ามกลางธรรมชาติ ได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกับครอบครัวอย่างใกล้ชิด และได้ลงมือทำในสิ่งที่รักแล้ว การเป็นเกษตรกรยังมอบ “อิสรภาพทางความคิดและเวลา” ที่ทำให้เขาสามารถวางแผนและนำทางชีวิตของตัวเองได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องติดอยู่ในกรอบเดิมๆ อีกต่อไป
ข้อคิดการทำเกษตรให้อยู่รอดอย่างยั่งยืน


สำหรับผู้ที่อยากผันตัวมาเป็นเกษตรกร คุณยงได้แชร์แนวคิดและหลักการสำคัญไว้ 2 ข้อหลัก
- ศึกษาให้ลึกซึ้ง งานเกษตรเป็นงานที่ต้องใช้เวลาและความรัก ต้องศึกษาข้อมูลของพืชหรือสัตว์ที่จะเลี้ยงให้เข้าใจอย่างแท้จริงก่อนลงมือทำ
- บริหารเงินทุนและหลีกเลี่ยงการสร้างหนี้ ควรมีเงินทุนสำรองไว้ระดับหนึ่ง และพยายามทำเกษตรแบบไม่สร้างหนี้สิน จะช่วยให้สามารถพึ่งพาตัวเองและใช้วิถีชีวิตเกษตรได้อย่างสบายใจ
📌 ช่องทางการติดต่อและติดตามผลงาน
โทร : 093-001-9868
Facebook : Indy 2499 Farm เศรษฐกิจพอเพียง กบินทร์บุรี304
………………………………………
เกษตรสัญจร สื่อเกษตรยุคใหม่ แหล่งข้อมูลสาระที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง
รวมเรื่องเด็ด เกษตรกูรู ศูนย์รวมความรู้และเทคนิคการทำเกษตร
ติดตามเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับเกษตรเพิ่มเติมได้ที่ :
𝗙𝗮𝗰𝗲𝗯𝗼𝗼𝗸: เกษตรสัญจร
𝗬𝗼𝘂𝗧𝘂𝗯𝗲: youtube.com/c/Kasetsanjorn
𝗧𝗶𝗸𝗧𝗼𝗸: tiktok.com/@kasetsanjorn
𝗦𝗵𝗼𝗽𝗲𝗲: shopee.co.th/kasetsanjorn
𝗟𝗜𝗡𝗘 𝗢𝗳𝗳𝗶𝗰𝗶𝗮𝗹: @kasetsanjorn
𝗕𝗹𝗼𝗰𝗸𝗱𝗶𝘁: blockdit.com/kasetsanjorn/
𝗧𝘄𝗶𝘁𝘁𝗲𝗿: twitter.com/kasetsanjorn/
𝗪𝗲𝗯𝘀𝗶𝘁𝗲: kasetsanjorn.com







