• หน้าหลัก
  • ร้านค้า
  • เข้าสู่ระบบเรียนออนไลน์
  • หลักสูตรอบรม
  • เกี่ยวกับเรา
  • เงื่อนไขและนโยบายข้อมูลส่วนบุคลล (PDPA)
เกษตรสัญจร - Kasetsanjorn
  • หน้าหลัก
  • ข่าวเกษตร
  • บทความ
    • เกษตรเคล็ดลับ
    • สมาร์ทฟาร์ม
    • เกษตรกูรู
    • พืชเศรษฐกิจใหม่
    • เกษตรกรหญิง
  • ร้านค้า
  • หลักสูตรอบรม
  • เข้าสู่ระบบเรียนออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • Contact Us
    • เงื่อนไขและนโยบายข้อมูลส่วนบุคลล (PDPA)
No Result
View All Result
  • หน้าหลัก
  • ข่าวเกษตร
  • บทความ
    • เกษตรเคล็ดลับ
    • สมาร์ทฟาร์ม
    • เกษตรกูรู
    • พืชเศรษฐกิจใหม่
    • เกษตรกรหญิง
  • ร้านค้า
  • หลักสูตรอบรม
  • เข้าสู่ระบบเรียนออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • Contact Us
    • เงื่อนไขและนโยบายข้อมูลส่วนบุคลล (PDPA)
No Result
View All Result
เกษตรสัญจร
No Result
View All Result
Home บทความ

ดอกทุเรียนมาแล้ว ดูแลอย่างไรให้สมบูรณ์?

ข้อมูลโดย : ธรรมรัฐ พิทักษ์สันติสุข กรรมการผู้จัดการ หจก.ชัยพฤกษ์ อโกรเทค จำกัด จ.จันทบุรี ผู้มีประสบการณ์ดูแลสวนทุเรียนในภาคตะวันออกมากกว่า 20 ปี อัปเดตล่าสุด : 10/2569

เกษตรสัญจรออนไลน์ by เกษตรสัญจรออนไลน์
ตุลาคม 15, 2026
in บทความ, เกษตรกูรู, เกษตรเคล็ดลับ
0
ดอกทุเรียนมาแล้ว ดูแลอย่างไรให้สมบูรณ์?
0
SHARES
9
VIEWS
Share on FacebookShare on TwitterShare on LINE

แนะนำวิธีการดูแลดอกทุเรียนในแต่ละระยะให้สมบูรณ์ การจัดการน้ำ การจัดการใบอ่อน และการจัดการกับโรคและแมลงในช่วงที่ทุเรียนออกดอก

 

       เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายฝนต้นหนาว อากาศเริ่มแห้ง อุณหภูมิเริ่มลดต่ำลง ต้นทุเรียนในสวนหลายๆ แปลงที่ผ่านการทำสาร สะสมอาหาร และชักนำการออกดอกอย่างถูกวิธี ก็จะเริ่มมีตุ่มตาดอกออกมาใต้ท้องกิ่ง ซึ่งตุ่มตาดอกนี้ หากชาวสวนดูแลอย่างดี ก็จะสามารถพัฒนาไปเป็นผลอ่อนที่สมบูรณ์ได้

      บทความนี้ ชัยพฤกษ์ อโกรเทค ในฐานะผู้ให้คำปรึกษาด้านปุ๋ยยาทุเรียน การจัดการธาตุอาหาร และการดูแลสวนทุเรียนในจันทบุรีและภาคตะวันออก จะมาแนะนำวิธีการบำรุงดูแลดอกทุเรียนในระยะต่างๆ ตั้งแต่เป็นตุ่มตา ไปจนถึงช่วงดอกบาน เพื่อให้ดอกทุเรียนพัฒนาไปเป็นผลผลิตที่มีคุณภาพ

 

พัฒนาการของดอกทุเรียนและการดูแลดอกทุเรียนในแต่ละระยะ

      โดยทั่วไป ดอกทุเรียนจะใช้เวลาเจริญเติบโตจากตุ่มตาไปเป็นดอกบานประมาณ 60 วัน จากนั้นกลีบดอกจะเริ่มร่วง หากเกิดการผสมพันธุ์จะติดเป็นผลอ่อน ซึ่งการเจริญเติบโตของดอกทุเรียนแบ่งได้เป็นระยะต่างๆ โดยมักเรียกตามลักษณะภายนอก เพื่อให้ง่ายต่อการดูแลดอกทุเรียน ทั้งการจัดการน้ำ ใส่ปุ๋ย และการใช้สารเสริมต่างๆ รวมถึงการใช้สารป้องกันและกำจัดโรคหรือแมลง ทั้งนี้ชื่อและการแบ่งระยะของดอกทุเรียนไม่ได้มีมาตรฐานตายตัว อาจแตกต่างกันบ้างในแต่ละพื้นที่ โดยสามารถแบ่งคร่าวๆ ได้ดังนี้

 

1.ระยะไข่ปลาและตาปู

      หลังผ่านการชักนำการออกดอกทุเรียนด้วยการกักโศก ชาวสวนจะเริ่มเห็นกลุ่มตาดอกขนาดเล็ก พัฒนาออกจากตาบริเวณใต้ท้องกิ่ง อยู่กระจุกเป็นกลุ่มๆ คล้ายกับ “ไข่ปลา” การดูแลดอกทุเรียนในระยะนี้ สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่การเร่งดอกเพียงอย่างเดียว แต่ต้องรักษาสภาพของต้นทุเรียนให้นิ่งด้วย โดยเฉพาะการให้น้ำ เพราะการเปลี่ยนแปลงของปริมาณน้ำอย่างรวดเร็วจะกระตุ้นการเจริญเติบโตทางใบ ทำให้เกิดการแข่งขันระหว่างยอดอ่อนกับดอกทุเรียนได้ พูดง่ายๆ คือ ในระยะนี้ตุ่มตาจะเจริญไปเป็นดอกหรือเป็นแขนงนั้น ขึ้นอยู่กับการควบคุมปริมาณน้ำ

      นอกจากนี้ยังสามารถฉีดพ่นสารกระตุ้นทางชีวภาพ (Biostimulants) เช่น กรดอะมิโน สารสกัดสาหร่ายทะเล หรือฮอร์โมนไซโตไคนิน (Cytokinin) ที่บริเวณกลุ่มตาดอกใต้ท้องกิ่ง เพื่อช่วยส่งเสริมการพัฒนาของตาดอก หรือ “เปิดตาดอก” ในช่วงที่สภาพอากาศไม่เหมาะสมได้ และเมื่อดอกทุเรียนในระยะไข่ปลามีความสมบูรณ์ ก็จะพัฒนาเป็นระยะ “ตาปู” ที่ตุ่มตาดอกเริ่มนูน ก้านเริ่มยืดตัวยาวขึ้น

 

2. ระยะเหยียดตีนหนู

      ระยะนี้ก้านดอกทุเรียนจะเริ่มยืดออกจากกิ่งมากขึ้น เห็นดอกชัดเจนขึ้น เพราะดอกทุเรียนกำลังแบ่งเซลล์และสร้างเนื้อเยื่ออย่างต่อเนื่อง การดูแลดอกทุเรียนในช่วงนี้ เน้นไปที่การจัดการน้ำและธาตุอาหารให้สมดุล หากดอกทุเรียนมีแนวโน้มขั้วสั้นจากการทำสารแพคโคลบิวทราโซล (Paclobutrazol)  ชาวสวนสามารถใช้ฮอร์โมนจิบเบอเรลลิน (Gibberellin) ฉีดพ่นไปที่ดอกเพื่อยืดขั้วดอกทุเรียนให้ยาว ทำให้การลำเลียงอาหารดีขึ้น ดอกทุเรียนจะใหญ่และสมบูรณ์ โดยแนะนำให้ฉีดพ่น 1-2 ครั้ง เว้นห่างกันประมาณ 7-10 วัน ทั้งนี้ฮอร์โมนจิบเบอเรลลิน (Gibberellin) ควรฉีดพ่นในระยะนี้เท่านั้น หากพ้นจากระยะนี้ไปแล้วประสิทธิภาพในการยืดขั้วดอกทุเรียนอาจลดลง

 

3. ระยะกระดุม

      ดอกทุเรียนระยะนี้เริ่มเป็นตุ่มกลมชัดเจนคล้ายกับกระดุม และมีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว ถือเป็นช่วงที่ต้นทุเรียนกำลังนำทรัพยากรและพลังงานที่มีมาใช้เพื่อการเจริญเติบโตของดอกทุเรียนมากขึ้น สิ่งที่สำคัญในการดูแลดอกทุเรียนระยะนี้ คือการจัดจำนวนช่อและจำนวนดอกทุเรียนให้เหมาะสมกับความสมบูรณ์ของต้น ชาวสวนจึงควรเริ่มแต่งดอกทุเรียนในช่วงนี้ เพราะหากไว้ดอกมากเกินไป จะเกิดการแข่งขันและแย่งอาหารกันเอง ทำให้ดอกไม่สมบูรณ์ ติดผลยาก ต้นทุเรียนสูญเสียพลังงานเกินความจำเป็น ส่งผลให้ต้นโทรมได้ อีกทั้งยังเป็นที่อยู่อาศัยของแมลงศัตรูพืชต่างๆ ด้วย  

      ในระยะนี้ชาวสวนสามารถพ่นแคลเซียมโบรอน (Ca, B) ได้ ซึ่งแคลเซียม (Ca) จะช่วยเสริมความแข็งแรงของผนังเซลล์ ทำให้ก้านและขั้วดอกทุเรียนแข็งแรง ไม่หลุดร่วงง่าย ส่วนโบรอน (B) จะช่วยให้การผสมเกสรดีขึ้น

      นอกจากนี้ยังสามารถฉีดพ่นสารไนโตรฟีโนเลต (Nitrophenolate) ซึ่งเป็นสารกระตุ้นทางชีวภาพของพืช เพื่อช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ ส่งเสริมให้ต้นทุเรียนดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้น ทำให้ดอกทุเรียนแข็งแรง ลดการหลุดร่วง

 

4. ระยะมะเขือพวง

      ระยะนี้ดอกทุเรียนจะขยายใหญ่ขึ้นและเห็นเป็นช่อชัดเจน ลักษณะคล้ายผลมะเขือพวง เป็นช่วงที่อวัยวะภายในของดอกทุเรียนกำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นความสม่ำเสมอของน้ำและอาหารจึงค่อนข้างสำคัญ ชาวสวนจึงสามารถเติมแคลเซียมโบรอน (Ca, B) และสารไนโตรฟีโนเลต (Nitrophenolate) ต่อเนื่องเป็นระยะๆ เพื่อบำรุงดูแลดอกทุเรียนได้ รวมถึงควบคุมโรคและแมลงไม่ให้เข้าทำลายดอก

 

5. ระยะหัวกำไล

      ดอกทุเรียนในระยะนี้จะโตขึ้นกว่าเดิมมาก กลีบดอกและอวัยวะสืบพันธุ์พัฒนาเข้าใกล้ความสมบูรณ์ ถือเป็นช่วงเตรียมความพร้อมก่อนที่ดอกจะเริ่มบาน การจัดการและดูแลดอกทุเรียนในระยะนี้ จึงต้องมีความระมัดระวังมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้สารเคมีหรือฮอร์โมนที่อาจรบกวนพัฒนาการของดอกทุเรียน และควรรักษาปริมาณน้ำให้คงที่ เพื่อไม่ให้ต้นทุเรียนเกิดความเครียด

 

6. ระยะดอกขาว หรือ ก่อนดอกบาน

      ระยะนี้อาจเรียกได้ว่าเป็น “ระยะดอกหอม” เพราะดอกทุเรียนจะเริ่มปริจนเห็นกลีบดอกสีขาวและส่งกลิ่นหอม เป็นช่วงที่กำลังจะเข้าสู่กระบวนการผสมเกสรและปฏิสนธิ การใช้สารเคมีจึงต้องมีความระมัดระวังมากกว่าเดิม ทั้งชนิดของสาร อัตราการใช้ และช่วงเวลาพ่น เพื่อหลีกเลี่ยงสารเคมีที่อาจส่งผลกระทบต่อเกสรหรือแมลงที่จะมาช่วยผสมเกสร

      การจัดการและดูแลดอกทุเรียนในระยะนี้ ชาวสวนควรเริ่มถอยน้ำ ด้วยการลดปริมาณหรือลดเวลาในการให้น้ำลง โดยดูตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่และสภาพอากาศ เพื่อเตรียมความพร้อมให้ดอกที่กำลังจะบาน เนื่องจากปริมาณน้ำมีผลต่อคุณภาพของการผสมเกสร หากต้นทุเรียนได้น้ำที่พอเหมาะจะทำให้การผสมเกสรมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังสามารถฉีดพ่นโบรอนเดี่ยวได้ เพื่อช่วยให้เกสรแข็งแรง ผสมติดได้ดียิ่งขึ้น

 

เทคนิค! ดูอย่างไรว่าน้ำที่ให้นั้นเหมาะสม?

  • หากดัดก้านดอกทุเรียน แล้วก้านหักทันที ไม่สามารถงอได้ แสดงว่าน้ำมากเกินไป ควรต้องลดน้ำ เพราะถ้าน้ำเยอะ เวลาดอกทุเรียนบาน กลีบดอกจะบานแฉ่ง ปลายเกสรตัวเมียจะไม่โค้ง ชุดเกสรตัวผู้จะกางออกห่างจากก้านชูเกสรตัวเมีย และอับเกสรตัวผู้จะแตกช้า
  • ถ้าดัดก้านดอกทุเรียน แล้วสามารถงอจนปลายทั้ง 2 มาชนกันได้ แสดงว่าน้ำน้อยเกินไป ควรต้องเพิ่มน้ำ เพราะหากน้ำไม่เพียงพอจะทำให้ดอกทุเรียนจะบานช้า บานไม่ค่อยออก มีรูปทรงคล้ายระฆังคว่ำ
  • ถ้าดัดก้านดอกทุเรียน แล้วก้านงอเป็นรูปตัว U ก่อนที่จะหัก แสดงว่าน้ำพอดี เมื่อดอกบานจะสวยงาม ปลายเกสรตัวเมียจะโค้งงอขึ้นเพื่อมารอรับละอองเกสรตัวผู้ อับเกสรตัวผู้จะแตกง่ายและปล่อยละอองเกสรเร็ว
  • หมายเหตุ : เทคนิคนี้เป็นวิธีสังเกตจากประสบการณ์ภาคสนาม ดั้งนั้นไม่ควรตัดสินจากปริมาณน้ำเพียงอย่างเดียว แต่ควรตรวจสอบความชื้นของดินร่วมด้วย

 

 

7. ระยะดอกบาน

      ระยะนี้กลีบดอกจะเปิดออก จึงควรงดพ่นสารเคมีทุกชนิด เพราะหัวใจหลักของการติดผลคือ ต้อง “รบกวนดอกให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น” เพื่อให้ผสมเกสรและปฏิสนธิได้ดีที่สุด

      ช่วงนี้ชาวสวนยังคงให้น้ำในปริมาณที่พอเหมาะเท่ากับระยะดอกหอม เพื่อไม่ให้ดอกทุเรียนบานมากเกินไป อับเรณูเกสรตัวผู้จะแตกได้ดี และปลายเกสรตัวเมียจะมีความพร้อมในการรับละอองเกสรตัวผู้มากขึ้น ทำให้มีโอกาสผสมได้ง่ายและติดผลดีขึ้น

      โดยปกติดอกทุเรียนจะเริ่มบานประมาณ 6 โมงเย็นจนถึงประมาณ 4 ทุ่ม แต่หากอากาศร้อนอบอ้าว ดอกทุเรียนอาจจะบานเร็วขึ้น หรือหากอากาศเย็น ดอกทุเรียนจะบานช้าลง ช่วงเวลาที่ดอกทุเรียนกำลังบานนั้น ชาวสวนสามารถช่วยผสมเกสร หรือ “ปัดดอก” เพื่อเพิ่มโอกาสในการปฏิสนธิได้ โดยใช้อุปกรณ์ต่างๆ เช่น แปรงขนกระต่าย ดอกหญ้า ไม้กวาด หรือ ไม้กวาดหุ้มถุงพลาสติก มาปัดที่ดอกทุเรียน หรืออาจใช้เครื่องเป่าลมเข้ามาช่วย ซึ่งเทคนิคและอุปกรณ์ที่ใช้นั้น ขึ้นอยู่กับความถนัดและประสบการณ์ของแต่ละสวน

 

8. ระยะหลังดอกบาน ดอกโรย หรือหางแย้

      หลังช่วงดอกบานและการถ่ายละอองเกสรเสร็จสิ้น ดอกทุเรียนจะเข้าสู่กระบวนการงอกของละอองเรณูและการเจริญของหลอดเรณูไปยังออวุลเพื่อเกิดการปฏิสนธิ จากนั้นกลีบดอกทุเรียนและแผงชุดเกสรตัวผู้จะเริ่มหลุดร่วง ส่วนหม้อตาลหรือกลีบรองยังคงติดอยู่ แล้วจะค่อยๆ ทยอยร่วงภายหลัง หรือหากเกาะติดแน่น ชาวสวนอาจต้องใช้ไม้เคาะช่วย เพื่อดูแลดอกทุเรียนไม่ให้เป็นที่สะสมความชื้นและน้ำหวานซึ่งเป็นต้นเหตุของราดำ

      ในระยะนี้รังไข่ของดอกทุเรียนที่ปฏิสนธิสำเร็จแล้ว มีโอกาสพัฒนาเป็นผลอ่อนต่อไป จึงถือเป็นช่วงรอยต่อจาก “การดูแลดอกทุเรียน” ไปสู่ “การเลี้ยงผลอ่อน” หากทุเรียนเริ่มติดผลดีแล้ว ชาวสวนสามารถเริ่มขยับน้ำเพิ่มขึ้นได้ตามความเหมาะสม

      หมายเหตุ : การใช้ธาตุอาหารรอง/เสริม และสารกระตุ้นทางชีวภาพ ควรอ่านฉลากผลิตภัณฑ์และปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิต หากไม่แน่ใจ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากความเข้มข้นของแต่ละผลิตภัณฑ์อาจแตกต่างกัน

 

 

3 เรื่องสำคัญที่ต้องใส่ใจช่วงทุเรียนออกดอก

ในช่วงที่ทุเรียนกำลังพัฒนาดอก สิ่งที่ชาวสวนต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ มีอยู่ 3 เรื่องหลักดังนี้

1. การจัดการน้ำ

      การพัฒนาของดอกทุเรียนในระยะต่างๆ แสดงให้เห็นว่าการจัดการน้ำเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะดอกทุเรียนในแต่ละช่วงต้องการน้ำในปริมาณที่ต่างกัน และต้องมีความสม่ำเสมอเพื่อรักษาสมดุลของต้น หากปริมาณน้ำไม่เหมาะสมจะก่อให้เกิดปัญหา เช่น ในระยะไข่ปลา ถ้าน้ำน้อยเกินไป ตุ่มตาจะแดงฝ่อและแห้ง แต่ถ้าน้ำเยอะเกินไป ตุ่มตาอาจเปลี่ยนไปเป็นแขนงได้ หรือในระยะดอกบาน ถ้าน้ำน้อยเกินไป ดอกจะบานไม่ค่อยออก แต่ถ้าน้ำเยอะเกินไป ดอกจะบานแฉ่ง ทำให้การผสมเกสรติดยากขึ้น

      การจัดการน้ำสำหรับดอกทุเรียนในแต่ละระยะไม่ได้มีสูตรตายตัว ว่าดอกระยะไหนต้องให้น้ำกี่นาที และควรเพิ่มน้ำหรือลดน้ำกี่เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากสภาพสวนแต่ละแปลงและสภาพอากาศในแต่ละปีไม่เหมือนกัน ในปีที่อากาศแห้ง ลมแรง ความชื้นต่ำ การจัดการน้ำแบบหนึ่งอาจเหมาะสม แต่ถ้าปีที่มีฝนแทรก ความชื้นสูง ฟ้าปิด หรือดินยังมีน้ำสะสม การจัดการน้ำสูตรเดียวกันอาจให้ผลต่างกันโดยสิ้นเชิง

      ดังนั้นหลักของการจัดการน้ำเพื่อดูแลดอกทุเรียนคือ การเพิ่มน้ำหรือลดน้ำตามระยะพัฒนาการของดอก โดยพิจารณาประกอบกับสภาพอากาศและความชื้นจริงที่อยู่ในดิน รวมถึงคอยสังเกตลักษณะของดอกและต้นทุเรียนว่ามีอาการผิดปกติหรือไม่ สิ่งที่ต้องระวังคืออย่าให้น้ำ “เหวี่ยง” มากเกินไป เช่น ปล่อยให้ต้นทุเรียนแห้งจัด แล้วเพิ่มน้ำอย่างรวดเร็ว หรือให้น้ำปริมาณมาก ทั้งที่ดินยังมีความชื้นสูง เพราะการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สามารถกระทบทั้งราก การเจริญของยอด และความสมดุลของต้นได้

 

2. การแตกใบอ่อน

      โดยธรรมชาติของทุเรียนจะมีการแตกใบใหม่ทุก 60 วันโดยประมาณ ดังนั้นในช่วงที่ทุเรียนมีดอก วงจรการแตกใบอ่อนจึงยังคงดำเนินอยู่ ซึ่งใบอ่อนในระยะแรกนั้นเป็นฝ่ายใช้อาหาร (Sink) เช่นเดียวกับดอกที่กำลังพัฒนา จึงทำให้เกิดการแข่งขันแย่งคาร์โบไฮเดรต ธาตุอาหาร และทรัพยากรต่างๆ ภายในต้น ถ้าในระยะนี้ต้นทุเรียนแตกใบอ่อนออกมาไม่มาก ยังคงมีใบแก่เยอะ และต้นมีความสมบูรณ์ ก็อาจไม่ส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของดอกทุเรียนมากนัก แต่ถ้าต้นทุเรียนแตกใบอ่อนรุนแรงจำนวนมากพร้อมกันทั้งต้น ก็จะส่งผลกระทบต่อความสมบูรณ์ของดอกและเพิ่มโอกาสในการสลัดดอกทิ้ง เนื่องจากมีอาหารไปเลี้ยงไม่เพียงพอ

      หลักสำคัญในการจัดการกับใบอ่อนช่วงทุเรียนออกดอกก็คือ เมื่อเห็นใบอ่อนแตกออกมาแล้ว ชาวสวนควรบังคับให้ใบอ่อนชุดนี้เข้าสู่ระยะเพสลาดก่อนดอกบานให้เร็วที่สุด เพราะหากใบกางในระยะที่ดอกบาน จะทำให้ติดผลยากหรือไม่ติดผลเลย ซึ่งการเร่งให้ใบอ่อนแก่เร็วนั้น ชาวสวนสามารถฉีดพ่นนอกทรงพุ่มด้วยแมกนีเซียม (Mg) บวกกับปุ๋ยเกล็ด 13-0-46 หรือปุ๋ยเหลวสูตรกลางท้ายสูง และควรพ่นภายในทรงพุ่มด้วยแคลเซียมโบรอน (Ca, B) เพื่อช่วยบำรุงดอกทุเรียน พร้อมเสริมสารไนโตรฟีโนเลต (Nitrophenolate) เพื่อให้ทุเรียนดูดซึมอาหารได้ดีขึ้น ดอกทุเรียนแข็งแรงและช่วยลดการหลุดร่วง

      แต่หากชาวสวนไม่สะดวกที่จะแยกพ่น 2 รอบ สามารถฉีดพ่นนอกทรงพุ่มอย่างเดียวได้ โดยใช้โมลิบดินัม (Mo) ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนไนเตรตให้เป็นโปรตีนและช่วยสร้างคลอโรฟิลล์ รวมถึงพ่นสารกลุ่มน้ำตาลทางด่วน เพื่อช่วยเติมอาหารให้กับใบ ดอก และผล ในช่วงที่ใบอ่อนพัฒนาพร้อมกับดอกได้

 

3. โรคและแมลง

      การดูแลดอกทุเรียนให้ปลอดภัยจากโรคและแมลง เป็นอีกเรื่องหนี่งที่สำคัญและชาวสวนควรต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ซึ่งโรคยอดฮิตที่มักพบในดอกทุเรียน คือ โรคดอกเน่าแอนแทรคโนส (Anthracnose) โรคดอกเน่าจากเชื้อไฟทอปธอร่า (Phytophthora) และโรคราดำ ส่วนแมลงศัตรูพืชที่พบได้บ่อยในระยะดอกทุเรียน คือ เพลี้ยไฟ เพลี้ยแป้ง เพลี้ยปุยฝ้าย และหนอน

      โรคและแมลงเหล่านี้สามารถเข้าทำลายดอกทุเรียนได้เกือบทุกระยะ ตั้งแต่ไข่ปลาไปจึงถึงดอกบาน หลักในการจัดการกับโรคและแมลง คือ ต้องสำรวจดูก่อนว่าในขณะนั้นมีโรคหรือแมลงอะไรระบาดบ้าง แล้วจึงเลือกใช้สารป้องกันและกำจัดให้ตรงกับโรคหรือแมลงนั้นๆ ไม่จำเป็นต้องพ่นทุกอย่างเพื่อป้องกันไว้พร้อมกัน

         นอกจากจะดูแลดอกทุเรียนแล้ว ยังควรต้องเฝ้าระวังไรแดงที่จะเข้าทำลายใบแก่ของทุเรียนด้วย โดยเฉพาะช่วงที่มีลมหนาวและลมแรง เพราะไรแดงจะทำให้ใบเสียพื้นที่ในการสังเคราะห์แสง หากไรแดงระบาดรุนแรงอาจทำให้ใบเสื่อมและร่วง ส่งผลต่อความสมบูรณ์ของดอกและการติดผลในระยะต่อมาได้

      ดังนั้นชาวสวนจึงควรหมั่นสำรวจดอก ใบ รวมถึงลำต้นและส่วนต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ อย่ารอจนเกิดความเสียหายรุนแรงแล้วจึงแก้ไข เพราะหากปล่อยให้โรคหรือแมลงเข้าทำลายมาก จะยิ่งยากต่อการควบคุม และอาจต้องสูญเสียดอกทุเรียนไปแล้วส่วนหนึ่ง

      ทั้งนี้ การใช้สารเพื่อป้องกันและกำจัดโรคพืชหรือแมลงศัตรูพืชในระยะดอกทุเรียนนั้น ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากดอกทุเรียนมีความบอบบาง จึงควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีทะเบียนและฉลากรองรับการใช้กับทุเรียน และควรตรวจสอบความเป็นพิษต่อดอกและแมลงช่วยผสมเกสรกับบริษัทผู้จำหน่าย สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ควรหลีกเลี่ยงการพ่นขณะดอกบานและควรสลับกลุ่มสารอย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันการดื้อยา

      หมายเหตุ : การใช้สารป้องกันและกำจัดโรคพืช สารป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูพืช ควรอ่านฉลากผลิตภัณฑ์และปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิต หากไม่แน่ใจ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากความเข้มข้นของแต่ละผลิตภัณฑ์อาจแตกต่างกัน

 

 

ดูแลดอกทุเรียนให้สมบูรณ์เพื่อผลผลิตที่ดี

      การทำความเข้าใจพัฒนาการของดอกทุเรียนในแต่ละระยะ ถือเป็นการเตรียมความพร้อมที่จะช่วยให้ชาวสวนสามารถดูแลดอกทุเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งเรื่องการจัดการน้ำให้เหมาะสมกับแต่ละช่วง การจัดการกับโรคและแมลงที่เข้ามารบกวน และการจัดการกับใบอ่อนที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการเจริญเติบโตของดอก หากชาวสวนดูแลดอกทุเรียนให้สมบูรณ์ได้ตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสในการติดผลอ่อนมากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การได้ผลิตที่มีคุณภาพในอนาคต

 

 

สรุปคำแนะนำจากชัยพฤกษ์ อโกรเทค

  • ในระยะไข่ปลา ควรควบคุมปริมาณน้ำให้คงที่ เพราะการเปลี่ยนแปลงน้ำอย่างรวดเร็วอาจกระตุ้นให้ตุ่มตาดอกเปลี่ยนเป็นแขนงได้
  • สามารถใช้สารกระตุ้นทางชีวภาพ เช่น กรดอะมิโน สารสกัดสาหร่าย หรือฮอร์โมนไซโตไคนิน เพื่อช่วยส่งเสริมการพัฒนาตาดอกในระยะไข่ปลาได้ หากสภาพอากาศไม่เหมาะสม
  • ระยะเหยียดตีนหนู หากขั้วดอกสั้น อาจใช้ฮอร์โมนจิบเบอเรลลินเพื่อช่วยยืดให้ขั้วดอกยาวขึ้นได้
  • ระยะกระดุม เริ่มแต่งดอกให้มีจำนวนพอเหมาะกับความสมบูรณ์ของต้น เพื่อลดกาแย่งอาหารและช่วยไม่ให้ต้นโทรม
  • บำรุงดอกระยะกระดุม แนะนำแคลเซียมโบรอนเพื่อช่วยเรื่องความแข็งแรงของก้านและขั้วดอก รวมถึงการผสมเกสร
  • ระยะดอกใกล้บาน ควรเริ่มลดปริมาณน้ำ เพื่อไม่ให้ดอกบานมากจนเกินไป ซึ่งจะทำให้ผสมเกสรและติดผลไม่ดี
  • จัดการใบอ่อนที่แตกระหว่างออกดอก พยายามให้ใบอ่อนพัฒนาเป็นใบเพสลาดก่อนดอกบาน เพราะหากใบกางในช่วงดอกบานจะทำให้ติดผลยาก
  • หมั่นสำรวจดอก ใบ และส่วนต่าง ๆ ของต้นอยู่เสมอ เพื่อเฝ้าระวังโรคดอกเน่า โรคราดำ เพลี้ยไฟ เพลี้ยแป้ง และหนอน รวมถึงไรแดงที่จะเข้าทำลายใบแก่
  • เมื่อสำรวจพบการระบาดของโรคและแมลง ใช้สารป้องกันและกำจัดให้ตรงกับโรคและแมลงนั้นๆ ระวังสารที่อาจเป็นพิษต่อดอก และหลีกเลี่ยงสารที่เป็นพิษต่อผึ้งเมื่อใกล้ดอกบาน
  • สลับกลุ่มสารป้องกันและกำจัดโรคและแมลงอย่างเหมาะสม เพื่อลดโอกาสการดื้อยา

 

FAQ: คำถามที่เกษตรกรทุเรียนมักค้นหา

1. ตุ่มดอกออกแล้ว ควรให้น้ำอย่างไรดี?
พยายามให้น้ำสม่ำเสมอเพื่อคุมต้นให้นิ่ง อย่าเพิ่มหรือลดน้ำรวดเร็วเกินไป เพราะอาจทำให้ตาดอกเปลี่ยนเป็นแขนง

 

2. ทำไมดอกทุเรียนถึงกลายเป็นใบหรือแขนง?

เพราะการเปลี่ยนแปลงของปริมาณน้ำ ทำให้เกิดการกระตุ้นการเจริญเติบโตทางใบ

 

3. ดอกระยะเหยียดตีนหนู ขั้วสั้น แก้ได้ไหม?
แก้ได้ ด้วยการใช้จิบเบอเรลลินพ่นที่ดอกเพื่อช่วยยืดขั้วดอกให้ยาวขึ้น

 

4. ดอกเยอะๆ เก็บไว้ทั้งหมดได้ไหม?
ไม่ควรเก็บดอกไว้มากเกินไป ควรแต่งดอกให้เหมาะสมกับความสมบูรณ์ของต้น เพราะดอกที่มากเกินไปอาจแย่งอาหารกันและทำให้ต้นโทรม

 

5. แคลเซียมโบรอนจำเป็นกับดอกไหม?
จำเป็นและควรใช้ในช่วงดอกพัฒนา โดยแคลเซียมช่วยเสริมความแข็งแรงของก้านและขั้ว ส่วนโบรอนเกี่ยวข้องกับการผสมเกสร

 

6. มีใบอ่อนแตกออกมาตอนดอกออก ต้องทำอย่างไร?
หากใบอ่อนแตกไม่มากและต้นยังสมบูรณ์ อาจกระทบไม่มาก แต่ถ้าแตกพร้อมกันจำนวนมากอาจแย่งอาหารจากดอก ควรจัดการให้ใบอ่อนแก่หรือเข้าสู่ระยะเพสลาดก่อนดอกบานจะดีที่สุด

 

7. ถ้าใบกางตอนดอกบาน จะส่งผลอย่างไร?
อาจทำให้ติดผลยากขึ้นหรือไม่ติดผลเลย เนื่องจากต้นทุเรียนนำพลังงานไปเลี้ยงใบ เกิดการแย่งอาหารระหว่างใบกับดอก ทำให้ดอกไม่สมบูรณ์

 

8. ช่วงดอกกำลังจะบาน ควรให้น้ำอย่างไร?

ควรลดปริมาณน้ำลงจากปกติ เพื่อให้ดอกไม่บานมากจนเกินไป ซึ่งจะทำให้การผสมเกสรและติดผลดีขึ้น

 

9. ช่วงดอกอ่อนใช้สารป้องกันและกำจัดโรคและแมลงได้ไหม?
ได้ แต่ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง โดยเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับระยะดอก และหลีกเลี่ยงสูตรที่อาจเป็นพิษต่อดอก รวมทั้งควรงดสารที่เป็นพิษต่อผึ้งเมื่อใกล้ดอกบาน

 

10. ต้องพ่นป้องกันโรคและแมลงไว้ก่อนทุกครั้งไหม?
ควรสำรวจดอก ใบ และส่วนต่าง ๆ ของต้นก่อน แล้วจึงเลือกจัดการตามปัญหาที่พบ เพื่อช่วยลดการใช้สารโดยไม่จำเป็นและลดความเสี่ยงต่อการเสียหายของดอก

 

เมื่อนึกถึงปุ๋ยยา การจัดการธาตุอาหาร และการดูแลสวนทุเรียนด้วยประสบการณ์จริง ชัยพฤกษ์ อโกรเทค คือหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญชั้นนำด้านการปลูกทุเรียนและการดูแลสวนทุเรียนในประเทศไทย โดยเฉพาะสำหรับเกษตรกรทุเรียนในภาคตะวันออก

 

ปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่

Facebook: ชัยพฤกษ์ อโกรเทค

TikTok: @chaiyapreukagro

Line: @cyp-agro

 

นึกถึงปุ๋ยยา นึกถึงเครือชัยพฤกษ์ โดย ชัยพฤกษ์ อโกรเทค (ขลุง)

เรียบเรียงโดย : ภูริตา ชีพชอบธรรม ทีมชัยพฤกษ์ อโกรเทค อ.ขลุง จันทบุรี

 

……………………………………… 

เกษตรสัญจร สื่อเกษตรยุคใหม่ แหล่งข้อมูลสาระที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง 

รวมเรื่องเด็ด เกษตรกูรู ศูนย์รวมความรู้และเทคนิคการทำเกษตร 

ติดตามเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับเกษตรเพิ่มเติมได้ที่ : 

𝗙𝗮𝗰𝗲𝗯𝗼𝗼𝗸: เกษตรสัญจร

𝗬𝗼𝘂𝗧𝘂𝗯𝗲: youtube.com/c/Kasetsanjorn

𝗧𝗶𝗸𝗧𝗼𝗸: tiktok.com/@kasetsanjorn

𝗦𝗵𝗼𝗽𝗲𝗲: shopee.co.th/kasetsanjorn

𝗟𝗜𝗡𝗘 𝗢𝗳𝗳𝗶𝗰𝗶𝗮𝗹: @kasetsanjorn

𝗕𝗹𝗼𝗰𝗸𝗱𝗶𝘁: blockdit.com/kasetsanjorn/

𝗧𝘄𝗶𝘁𝘁𝗲𝗿: twitter.com/kasetsanjorn/ 

𝗪𝗲𝗯𝘀𝗶𝘁𝗲:  kasetsanjorn.com

  • FacebookFacebook
  • XTwitter
  • LINELine
Tags: การดูแลดอกทุเรียนชัยพฤกษ์อโกรเทคดอกทุเรียนทุเรียนออกดอก
เกษตรสัญจรออนไลน์

เกษตรสัญจรออนไลน์

Related Posts

ทำเกษตรพอเพียงฉบับงบน้อย! ไม่ต้องมีที่ดินเป็นไร่ ก็เริ่มต้นได้ทันที

ทำเกษตรพอเพียงฉบับงบน้อย! ไม่ต้องมีที่ดินเป็นไร่ ก็เริ่มต้นได้ทันที

ตุลาคม 11, 2026
แจกสูตรน้ำหมักไล่แมลง DIY จากของ 3 อย่างในครัว ปลอดสารเคมี เพลี้ย-หนอน ตายชัวร์!

แจกสูตรน้ำหมักไล่แมลง DIY จากของ 3 อย่างในครัว ปลอดสารเคมี เพลี้ย-หนอน ตายชัวร์!

ตุลาคม 4, 2026
เทคนิคการเลี้ยงกบสร้างอาชีพ ทำอย่างไรให้รอด โตไว และได้กำไร

เทคนิคการเลี้ยงกบสร้างอาชีพ ทำอย่างไรให้รอด โตไว และได้กำไร

กันยายน 27, 2026
เกษตรกรทำอาชีพเสริม เลี้ยงแหนแดง สร้างรายได้เข้ากระเป๋าทุกวัน 

เกษตรกรทำอาชีพเสริม เลี้ยงแหนแดง สร้างรายได้เข้ากระเป๋าทุกวัน 

กันยายน 20, 2026
เทคนิค “สะสมอาหารทุเรียน” เพื่อการออกดอก

เทคนิค “สะสมอาหารทุเรียน” เพื่อการออกดอก

กันยายน 17, 2026
เทคนิคทำจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง แดงไว พร้อมใช้ภายใน 7 วัน

เทคนิคทำจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง แดงไว พร้อมใช้ภายใน 7 วัน

กันยายน 13, 2026

Browse by Category

  • advertorial
  • ข่าวเกษตร
  • บทความ
  • พืชเศษรฐกิจใหม่
  • ยังสามารถ
  • สมาร์มฟาร์ม
  • หลักสูตรอบรม
  • เกษตรกรหญิง
  • เกษตรกูรู
  • เกษตรสัญจรคลิป
  • เกษตรเคล็ดลับ
CLICK TO VERIFY: This site uses a GlobalSign SSL Certificate to secure your personal information.
Facebook Twitter Youtube Line

© 2022 เกษตรสัญจร

Welcome Back!

OR

Login to your account below

Forgotten Password? Sign Up

Create New Account!

OR

Fill the forms below to register

All fields are required. Log In

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In

Add New Playlist

No Result
View All Result
  • หน้าหลัก
  • ร้านค้า
  • เข้าสู่ระบบเรียนออนไลน์
  • หลักสูตรอบรม
  • เกี่ยวกับเรา
  • เงื่อนไขและนโยบายข้อมูลส่วนบุคลล (PDPA)

© 2022 เกษตรสัญจร


Warning: Attempt to read property "user_url" on bool in /home/zdfcszwp/public_html/kasetsanjorn.com/wp-content/plugins/wp-seo-structured-data-schema-pro/lib/functions/KcSeoOptions.php on line 7