หน้าแล้งเป็นช่วงเวลาที่เกษตรกรหลายคนกังวลว่ามะม่วงจะออกดอกได้น้อย ดอกร่วงง่าย หรือให้ผลผลิตไม่ดี แต่ถ้าดูแลต้นมะม่วงให้ถูกวิธี ปรับการให้น้ำ ปุ๋ย และการดูแลดอกอย่างเหมาะสม จะช่วยให้มะม่วงออกดอกดี ติดผลเยอะ และได้ผลผลิตคุณภาพดีแน่นอน
.
การเตรียมต้นมะม่วงก่อนออกดอก
ก่อนที่มะม่วงจะออกดอก ควรเตรียมต้นให้สมบูรณ์ แข็งแรง และพร้อมสำหรับการออกดอก โดยมีขั้นตอนดังนี้
- การตัดแต่งกิ่งเพื่อกระตุ้นการออกดอก
โดยตัดแต่งกิ่งแห้ง กิ่งไขว้กัน และกิ่งที่ไม่จำเป็นออก เพื่อให้แสงแดดส่องถึงทุกส่วนของต้น และควรตัดแต่งกิ่งหลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตเสร็จ เพื่อให้ต้นพักตัวและสะสมอาหารได้ดี
- ควบคุมการเจริญเติบโตของต้นมะม่วง
หลังจากตัดแต่งกิ่งควรหยุดการให้น้ำและปุ๋ยที่มีไนโตรเจนสูง ประมาณ 20-30 วัน เพื่อบังคับให้มะม่วงเข้าสู่ระยะพักตัวและเตรียมออกดอก ช่วงนี้สามารถใส่ปุ๋ย อินทรีย์ ที่มีฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมสูง เช่น ปุ๋ยหมัก น้ำหมักปลา หรือน้ำหมักผลไม้สุก เพื่อช่วยสะสมอาหารสำหรับการออกดอก
.
เทคนิคการให้น้ำในช่วงออกดอก
การให้น้ำเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการติดดอกและการติดผลของมะม่วง โดยมีเทคนิคดังนี้
- ควบคุมการให้น้ำก่อนออกดอก
ก่อนต้นมะม่วงออกดอก ควรงดให้น้ำประมาณ 20-30 วัน เพื่อกระตุ้นให้ต้นมะม่วงเกิดความเครียดเล็กน้อยและแตกช่อดอก แต่ถ้าฝนตกหรือดินยังชื้น ไม่จำเป็นต้องให้น้ำเพิ่ม
- การให้น้ำช่วงออกดอก
เมื่อมะม่วงเริ่มออกดอกแล้ว ห้ามให้น้ำมากเกินไป เพราะจะทำให้ดอกร่วงง่าย ควรใช้วิธีรดน้ำแบบหยด หรือคลุมโคนต้นด้วยเศษหญ้าแห้ง เพื่อลดการระเหยของน้ำ แต่หากอากาศร้อนจัด สามารถให้น้ำทีละน้อย วันเว้นวัน เพื่อรักษาความชื้นในดิน
.
การให้ปุ๋ยและธาตุอาหารเพื่อช่วยให้ติดดอก ติดผลดก
ในช่วงที่มะม่วงกำลังออกดอกและติดผล ควรเลือกใช้ปุ๋ยที่เหมาะสม เช่น
- ปุ๋ยทางดิน ก่อนออกดอกควรใส่ปุ๋ยอินทรีย์ เช่น น้ำหมักปลา น้ำหมักมูลค้างคาว หรือปุ๋ยขี้ไก่แกลบ ที่มีฟอสฟอรัสสูงเพื่อกระตุ้นตาดอก และช่วงติดดอกควรเสริม แคลเซียม-โบรอนจากธรรมชาติ เช่น เปลือกไข่บด น้ำหมักกล้วย หรือจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง เพื่อให้ดอกแข็งแรง ลดการร่วง
- ปุ๋ยทางใบ ฉีดพ่นน้ำหมักผลไม้สุก หรือ จุลินทรีย์หน่อกล้วย ช่วงเย็น เพื่อช่วยกระตุ้นการออกดอก และฉีดพ่นน้ำส้มควันไม้ หรือน้ำหมักมูลไส้เดือน ช่วยเร่งการเจริญเติบโตของดอก
.
วิธีป้องกันศัตรูพืชและโรคที่ทำให้ดอกร่วง
ช่วงออกดอก มะม่วงมีโอกาสเผชิญกับศัตรูพืชและโรคที่ทำให้ดอกเสียหายได้ ซึ่งศัตรูพืชที่ต้องระวัง ได้แก่ เพลี้ยไฟและเพลี้ยจักจั่น ควรฉีดพ่นน้ำสะเดา หรือใช้สารชีวภัณฑ์กำจัด หรือ หนอนเจาะช่อดอกมะม่วง ควรใช้เชื้อ บีที เพื่อกำจัด และมีโรคที่ต้องระวัง ได้แก่ โรคราน้ำค้าง สามารถป้องกันด้วยการฉีดพ่นฉีดพ่น เชื้อราไตรโคเดอร์มา หรือน้ำหมักข่า ตะไคร้ หรือ โรคแอนแทรคโนส ฉีดพ่น น้ำหมักสมุนไพร หรือสารสกัดชีวภาพจากฟ้าทะลายโจร ก่อนดอกบาน
.
เทคนิคเสริมเพิ่มผลผลิตมะม่วงให้ดก
- การช่วยผสมเกสร โดยใช้แปรงขนนุ่มแตะเกสรดอกตัวผู้ไปผสมกับดอกตัวเมีย หรือปลูกไม้ดอกที่ดึงดูดแมลง เช่น พืชตระกูลถั่ว ดอกทานตะวัน เพื่อให้แมลงเข้ามาช่วยผสมเกสร
2. การตัดแต่งช่อดอก ควรตัดแต่งช่อดอกที่เยอะเกินไปออกบ้าง จะช่วยให้ต้นส่งสารอาหารไปเลี้ยงผลได้ดีขึ้น
- การใช้ฮอร์โมนช่วยเพิ่มผลผลิต โดยฉีดพ่น จีเบอเรลลิน พื่อช่วยให้ดอกแข็งแรงและเพิ่มโอกาสติดผลมากขึ้น
.
สรุปเทคนิคปลูกมะม่วงให้ดกในช่วงหน้าแล้งมีดังนี้
- งดให้น้ำก่อนออกดอก 20-30 วัน เพื่อกระตุ้นการแตกช่อดอก
- ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ เช่น น้ำหมักปลา น้ำหมักผลไม้สุก เพื่อช่วยสะสมอาหารสำหรับการออกดอก
- ควบคุมการให้น้ำช่วงออกดอก เพื่อลดการร่วงของดอก
- เสริมแคลเซียม-โบรอนจากธรรมชาติ เช่น เปลือกไข่บด หรือจุลินทรีย์หน่อกล้วย
- ป้องกันศัตรูพืชด้วยชีวภัณฑ์ เช่น น้ำหมักสะเดา เชื้อราไตรโคเดอร์มา
- ใช้เทคนิคเสริม เช่น ผสมเกสรช่วย และตัดแต่งช่อดอก เพื่อเพิ่มผลผลิต
.
ใครที่ปลูกมะม่วงและช่วงนี้มะม่วงกำลังออกดอก อย่าลืมนำเทคนิคดีๆ จาก เกษตรสัญจรไปลองทำตามกันดูนะครับ มีโอกาสช่วยเพิ่มผลผลิตให้มะม่วงติดผลดกขึ้น ถ้าบทความนี้มีประโยชน์ ฝากกดไลก์และแชร์เพื่อเป็นกำลังใจด้วยนะครับ
………………………………………
เกษตรสัญจร สื่อเกษตรยุคใหม่ แหล่งข้อมูลสาระที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง
รวมเรื่องเด็ด เกษตรกูรู ศูนย์รวมความรู้และเทคนิคการทำเกษตร
ติดตามเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับเกษตรเพิ่มเติมได้ที่ :
𝗙𝗮𝗰𝗲𝗯𝗼𝗼𝗸: เกษตรสัญจร
𝗬𝗼𝘂𝗧𝘂𝗯𝗲: youtube.com/c/Kasetsanjorn
𝗧𝗶𝗸𝗧𝗼𝗸: tiktok.com/@kasetsanjorn
𝗦𝗵𝗼𝗽𝗲𝗲: shopee.co.th/kasetsanjorn
𝗟𝗜𝗡𝗘 𝗢𝗳𝗳𝗶𝗰𝗶𝗮𝗹: @kasetsanjorn
𝗕𝗹𝗼𝗰𝗸𝗱𝗶𝘁: blockdit.com/kasetsanjorn/
𝗧𝘄𝗶𝘁𝘁𝗲𝗿: twitter.com/kasetsanjorn/
𝗪𝗲𝗯𝘀𝗶𝘁𝗲: kasetsanjorn.com







